ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานและการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมความสามารถ ในการใช้เทคโนโลยี ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
DOI:
https://doi.org/10.14456/ojed.2022.17คำสำคัญ:
เทคโนโลยี, รูปแบบการสอน, การสร้างองค์ความรู้บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับรูปแบบการสอนเพื่อส่งเสริมความสามารถในการใช้เทคโนโลยีและเพื่อพัฒนารูปแบบการสอนเพื่อส่งเสริมความสามารถในการใช้เทคโนโลยีของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษตอนปลาย กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 35 คน และครูผู้สอน จำนวน 8 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสอบถามความคิดเห็น และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่าความคิดเห็นของนักเรียนเกี่ยวกับความต้องการรูปแบบการสอนเพื่อส่งเสริมความสามารถในการใช้เทคโนโลยีลำดับแรกของแต่ละด้าน ด้านผู้เรียนต้องการความรู้การใช้สื่อเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์ (M=3.63, SD=0.69) ด้านผู้สอน ต้องการให้ผู้สอนให้เวลานักเรียนในการฝึกปฏิบัติทักษะการใช้เทคโนโลยี (M=3.82, SD=0.62) ด้านสื่อการเรียนการสอน ต้องการสื่อเทคโนโลยีที่ใช้ในการเรียนรู้ที่ทันสมัยและตรงตามความสนใจของนักเรียน (M=3.78, SD=0.55) และด้านการประเมินผล ต้องการวิธีการวัดและประเมินผลที่ตรงตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ (M=3.86, SD=0.65) จากข้อมูลพื้นฐานจึงได้พัฒนารูปแบบ “ISKAR Model” ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน 1) ขั้นนำ (introduction)
2) ทบทวนความรู้เดิม (self-activate prior knowledge) 3) สร้างองค์ความรู้ (knowledge construction) 4) การปฏิบัติ (action) 5) สะท้อนคิด (reflection) ซึ่งผลการประเมินคุณภาพรูปแบบอยู่ในระดับดีมาก (M=4.00, SD=0.57)
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จํากัด.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จํากัด.
ทิศนา แขมมณี. (2552). ศาสตร์การสอน: องค้ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 10). ด่านสุทธาการพิมพ์.
ปิยะมาศ พยัคฆเดช และ สิรินาถ จงกลกลาง. (2562). การศึกษาผลการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้โลกาภิวัตน์และความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบซิปปาร่วมกับแนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบ Connectivism. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 30(1), 104-114.
มาเรียม นิลพันธุ์. (2558). วิธีวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 9). โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. (2559).
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560-2564. https://www.nesdc.go.th/ewt_dl_link.php?nid=6422
Curtis, D. H. (2003). Constructivist Methods for the Secondary Classroom. New York.
Fesol, S. F. A., & Salam, S. (2016). Towards MOOC for technical courses: A blended learning empirical analysis [Paper presentation]. the 2016 4th International Conference, User Science and Engineering (i-USEr).
Lasley, Matczynsk and Rowley (2002). Instructional model: Strategies for teaching in drivers society. Thomson Learning Academic Recourse Center.
Parsons, R. D., Hinson, S. L., & Sardo-Brown, D. (2001). Educational psychology: A practitioner-researcher model of teaching. Wadsworth/Thomson Learning.
Siemens, G. (2005). Connectivism: A learning theory for the digital age.
http://www.itdl.org/journal/jan_05/article01.htm
Siemens, G. & Downes, S. (2009). Connectivism and connective knowledge.
https://downes.ca/files/books/Connective Knowledge.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
