การศึกษาปัจจัยสำคัญและแนวทางสอนการตีความบทเพลงขับร้องสำหรับผู้เรียนวัย 9-11 ปี

ผู้แต่ง

  • จิรภิญญา ศิริกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สยา ทันตะเวช จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

DOI:

https://doi.org/10.14456/ojed.2023.3

คำสำคัญ:

การสอนขับร้อง, การตีความบทเพลง, ผู้เรียนวัย 9-11 ปี

บทคัดย่อ

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยสำคัญและแนวทางสอนการตีความบทเพลง
ขับร้องสำหรับผู้เรียนวัย 9-11 ปี ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้สอนขับร้อง จำนวน 7 ท่าน ได้มาจากการคัดเลือกแบบเจาะจง จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหาและนำเสนอข้อมูลในรูปแบบบรรยาย ผลการวิจัย แบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการเรียนรู้ตีความบทเพลงขับร้อง ประกอบด้วย
 3 ส่วน ได้แก่  1) ทักษะที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อการเรียนรู้ตีความบทเพลงและถ่ายทอดอารมณ์ ได้แก่ ทักษะทางด้านดนตรี ทักษะทางด้านการผลิตเสียงขับร้อง ทักษะทางด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย ทักษะทางด้านภาษาและการสื่อสาร และทักษะการควบคุมสมาธิขณะทำการขับร้อง 2) บทเพลงที่นำมาใช้ประกอบการสอนตีความบทเพลงขับร้อง ได้แก่ การคัดเลือกบทเพลงตามพัฒนาการของช่วงวัย และการคัดเลือกโดยคำนึงถึงองค์ประกอบของบทเพลงที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตีความบทเพลง และ
3) ปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการเรียนรู้ตีความบทเพลงขับร้อง และ ตอนที่ 2 แนวทางการสอนขับร้องด้านการตีความบทเพลงสำหรับผู้เรียนวัย 9-11 ปี แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การฟังและอ่านเพื่อทำความเข้าใจกับรูปแบบของบทเพลงการเชื่อมโยงกับบทเพลงโดยการเทียบเคียงประสบการณ์หรือจินตนาการ และการสื่อสารความหมายผ่านการแสดงขับร้อง

ประวัติผู้แต่ง

จิรภิญญา ศิริกุล, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นิสิตมหาบัณฑิตสาขาวิชาดนตรีศึกษา ภาควิชาศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สยา ทันตะเวช, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อาจารย์ประจำสาขาวิชาดนตรีศึกษา ภาควิชาศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย

กฤตธัช พิสุทธิวงษ์. (2561). การฝึกซ้อมและตีความบทเพลงอาเรียของฟิกาโรจากอุปรากรเรื่อง เลนอทเซดิฟิกาโร. วารสาร

ดนตรีและการแสดง , 4(1), 24-35.

ณรุทธ์ สุทธจิตต์. (2561). ดนตรีศึกษา: หลักการและสาระสำคัญ. (พิมพ์ครั้งที่10). โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ดวงใจ ทิวทอง. (2560). อรรถบทการขับร้อง: กระบวนแบบและนวัตกรรมการขับร้อง. วิสคอมเซ็นเตอร์.

พรรณทิพย์ ศิริวรรณบุศย์. (2563). จิตวิทยาพัฒนาการ. (พิมพ์ครั้งที่ 4). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศฤนห์ บุญช่วย. (2564). การตีความและเทคนิคการขับร้องที่สำคัญในทเวลฟโพเอ็มของเอมิลี ดิกคินสัน ประพันธ์ โดย แอรอน

คอปแลนด์. วารสารดนตรีรังสิต, 16(2), 16-28.

ศศินันท์ วิภูษิฑิมากูล. (2563). หลักการสอนเพื่อส่งเสริมการแสดงออกของวงขับร้องประสานเสียงระดับประถมศึกษาตอน

ปลาย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chulalongkorn University Intellectual Repository (CUIR). http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/76679

ภาษาอังกฤษ

Brenner, B., & Strand, K. (2013). A case study of teaching musical expression to young performers. Journal

of Research in Music Education, 61(1), 80-96.

Boytim, J. F. (2014). The Private Voice Studio Handbook: a Practical Guide to All Aspects of Teaching, (Revised ed.). Hal Leonard.

Callaghan, J. (2019). Teaching the professional singer. In G. H. Welch, D. M. Howard and J. Nix (Eds.), The Oxford handbook of singing (pp. 651-666). Oxford University Press.

Christenson, P. G., de Haan-Rietdijk, S., Roberts, D. F., & ter Bogt, T. F. M. (2019). What has America been

singing about? Trends in themes in the U.S. top-40 songs: 1960–2010. Psychology of Music, 47(2),

–212. https://doi.org/10.1177/0305735617748205

Howard, D. M., & Hunter, E. J. (2019). Perceptual Features in Singing. In G. H. Welch, D. M. Howard and J.

Nix (Eds.), The Oxford handbook of singing (pp. 225–240). Oxford University Press.

Kramer, L. (2011). Interpreting Music. University of California Press.

Kramer, L. (2015). Song as Paraphrase. New Literary History, 46(4), 573–594. http://www.jstor.org/stable/ 24772760

Massey, A. (2021). The Four Core Areas. Oxford Singing Lesson: Vocal technique –Interpretation– Perfor

mance skills. https://www.oxfordsinginglessons.co.uk/my-approach/the-four- core-areas/

Nix, J. (2012). Commentary: vocal and choral music. In G. E. McPherson & G. F. Welch (Eds.), The Oxford

handbook of Music Education (pp. 551–558). Oxford University Press.

Nix, J. (2019). Singing Pedagogy. In G. H. Welch, D. M. Howard and J. Nix (Eds.), The Oxford handbook of

singing (pp. 225–240). Oxford University Press.

Phillips, K. H., Williams, J., & Edwin, R., (2012). The Young Singer. In G. E. McPherson & G. F. Welch (Eds.), The Oxford handbook of Music Education (pp. 954–609). Oxford University Press.

Sataloff, R. T. (2017). Vocal health and pedagogy: Science, Assessment, and Treatment (3rd ed.). Plural Publishing, Inc.

Silverman, M. (2007). Musical interpretation: philosophical and practical issues. International Journal of Music Education, 25(2), 101–117. https://doi.org/10.1177/0255761407079950

Thom, P. (2006). Toward a Broad Understanding of Musical Interpretation. Revue internationale de philo

sophie, 238, 437-452. https://doi.org/10.3917/rip.238.0437

Wagner, A. H. (1928). Interpretation in Singing. Music Supervisors’ Journal, 14(5), 69–71. https://doi.org/ 10.2307/3383325

Welch, G. F. (2005). The Musical Development and Education of Young Children. In B. Spodek & O. N.

Saracho (Eds.), Handbook of Research on the Education of Young Children (2nd ed.). https://doi.org/10.4324/9781315045511

Welch, G. F., & Preti, C. (2019). Singing as inter- and intra-personal communication. In Welch, G. F., Howard, D. M., & Nix, J. (Eds.), The Oxford handbook of singing (pp. 369–391). Oxford

University Press.

Williams J. (2012). Teaching Singing to Children and Young Adults (2nd ed.). Compton Publishing, Ltd.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

ศิริกุล จ., & ทันตะเวช ส. (2023). การศึกษาปัจจัยสำคัญและแนวทางสอนการตีความบทเพลงขับร้องสำหรับผู้เรียนวัย 9-11 ปี. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา, 18(1), OJED1801003. https://doi.org/10.14456/ojed.2023.3

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย