การจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้แนวทาง OLPE ของ SHAPE ร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้ แบบเพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อเสริมสร้างทักษะฮอกกี้ของนักเรียนมัธยมศึกษา
DOI:
https://doi.org/10.14456/ojed.2023.4คำสำคัญ:
การจัดการเรียนรู้พลศึกษา, แนวทาง OLPE, แนวคิดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน, ทักษะฮอกกี้บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้แนวทาง OLPE ของ SHAPE ร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อเสริมสร้างทักษะฮอกกี้ของนักเรียนมัธยมศึกษา กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 30 คน จากการสุ่มอย่างง่าย กลุ่มทดลองได้รับการจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้แนวทาง OLPE ของ SHAPE ร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน จำนวน 15 คน และกลุ่มควบคุมได้รับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวทาง OLPE ของ SHAPE ร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน จำนวน 8 แผน มีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.92 และแบบทดสอบการปฏิบัติทักษะที่ถูกต้องในกีฬาฮอกกี้ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง 1.00 โดยวิเคราะห์จากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 ท่าน ระยะเวลาดำเนินการวิจัย 8 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และความแตกต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนด้วยค่า ที ผลการวิจัยพบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนการปฏิบัติทักษะที่ถูกต้องในกีฬาฮอกกี้ หลังการทดลองของกลุ่มทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ ค่าเฉลี่ยคะแนนของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปได้ว่า การจัดการเรียนรู้พลศึกษาโดยใช้แนวทาง OLPE ของ SHAPE ร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนส่งผลต่อคะแนนการปฏิบัติทักษะการเลี้ยงบอล การผลักบอล การรับบอลในกีฬาฮอกกี้ที่ถูกต้องของนักเรียนมัธยมศึกษา
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
จุฬาลักษณ์ สงฆ์สระน้อย, นฤพนธ์ วงศ์จตุรภัทร, สันติพงษ์ ปลั่งสุวรรณ, และ สุรีพร อนุศาสนนันท์. (2563). ผลของการสอน
แบบเพื่อนช่วยเพื่อนที่มีต่อความแม่นยำในการเล่นลูกสองมือล่างในกีฬาวอลเลย์บอล. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา
และสันทนาการ, 46(2), 197-208. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/tahper/article/view/246913/ 166773
ชนานนท์ เชื้อนิลพิพัฒน์ม, อสมา มาตยาบุญ และธัญธัช วิภัติภูมิประเทศ. (2559). การปรับพฤติกรรมของนักเรียนที่ไม่กล้า
ว่ายน้ำโดยการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน. วารสารบัณฑิตศึกษา, 6(2), 226-239.https://grad.dpu.ac.th/
upload/content/files/%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%206%20%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%202/%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B218.pdf
ไทยรัฐออนไลน์. (2564, 27 เมษายน). กทม.เตรียมรับเปิดเทอม รับโควิด-19 จัด 4 รูปแบบเรียนการสอน. ไทยรัฐออนไลน์. https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2078310
วีรพรรณ จันทร์ขาว, นฤพนธ์ วงศ์จตุรภัทร, สันติพงษ์ ปลั่งสุวรรณ และ เสกสรรค์ ทองคำบรรจง. (2563). ประสิทธิผลของการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนที่มีต่อความสามารถในการว่ายน้ำ. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 46(1), 174-184. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/tahper/article/download/238966/168282/882814
ศุภวรรณ วงศ์สร้างทรัพย์, ธีรนันท์ ตันพานิชย์, ฐิติกมลสิริ ลาโพธิ์, วิชนนท์ พูลศรี, และ ธนวัฒน์ ชลานนท์ (2564). การพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้ Google Classroom ในรายวิชากิจกรรมพลศึกษา สำหรับนิสิตมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน. วารสารสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ, 47(2), 166-176. https://so03. tci-thaijo.org/index.php/tahper/article/view/251422/169201
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. http://academic.obec.go.th/images/document/1559639643_d_1.pdf
สุพรรณี ยิ้มนวลล, บุญเลิศ อุทยานิก และสุวิมล ตั้งสัจพจน์. (2556). การสร้างแบบทดสอบทักษะกีฬาฮอกกี้ สำหรับนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. วารสารคณะพลศึกษา, 16(1), 64-74. https://ejournals.swu.ac.th/index.php/ pe/ article/view/3584
ภาษาอังกฤษ
Collin A. W., Emily D’A., Urtel M., McMullen J., Culp B., Egan L.oiacono C. A., and Killian C.. (2021). Physical education in the COVID era: Considerations for online program delivery using the comprehensive school Physical activity program framework. Journal of Teaching in Physical Education, 40(2), 327-336. https://doi.org/10.1123/jtpe.2020-0182
David N. Daum. & Amelia M. Woods. (2015). Physical education teacher educator’s perceptions toward and understanding of K-12 online Physical education. Journal of Teaching in Physical Education, 34(4), 716-724. https://doi.org/10.1123/jtpe.2014-0146
Hyu-Chung Jeong. & Wi-Yong So. (2020). Difficulties of online Physical education classes in middle and high school and an efficient operation plan to address them. International Journal of Environ mental Research and Public Health. 17(19), 1-12. https://doi.org/10.3390/ijerph17197279
Marie Crosby. (2018). Discovering the best practices for design and development of high school online Physical education: A phenomenological study. [Doctoral dissertation]. Brandman University. https://digitalcommons.umassglobal.edu/cgi/viewcontent.cgi?article=1158&context=edd_dissertations
SHAPE America (2018). Guidelines for K-12 online Physical education [Guidance document]. Reston, VA: Author. https://www.shapeamerica.org/uploads/pdfs/2020/guidelines/Online-PE-Guidance-Document.pdf
Tyler Goad. & Emily Jones. (2017). Training online Physical educators: A phenomenological case study. Hindawi Education Research International. 17(1), 1-12. https://doi.org/10.1155/2017/3757489
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
