การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้การอ่านเพื่อความเข้าใจ ตามแนวสมดุลภาษา สำหรับนักเรียนประถมศึกษา

ผู้แต่ง

  • สุวกาญจน์ ทาวี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ฉัตรวรรณ์ ลัญฉวรรธนะกร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

DOI:

https://doi.org/10.14456/ojed.2023.8

คำสำคัญ:

ชุดกิจกรรม, การอ่านเพื่อความเข้าใจ, สมดุลภาษา

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้การอ่านเพื่อความเข้าใจตามแนวสมดุลภาษาสำหรับนักเรียนประถมศึกษา และ 2) ศึกษาความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจก่อนและหลังใช้ชุดกิจกรรมฯ ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 28 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ 1) ชุดกิจกรรมการอ่านเพื่อความเข้าใจตามแนวสมดุลภาษาสำหรับนักเรียนประถมศึกษา 2) แบบทดสอบความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจ และ 3) แบบสังเกตพฤติกรรมการอ่านของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที
(t-test dependent) ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้การอ่านเพื่อความเข้าใจตามแนวสมดุลภาษาสำหรับนักเรียนประถมศึกษา มีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) แนวคิดของชุดกิจกรรม 2) วัตถุประสงค์ของชุดกิจกรรม 3) ขั้นตอนการจัดกิจกรรมในชุดกิจกรรม 4) แนวทางการใช้ชุดกิจกรรม 5) แนวทางการประเมินผล 2) ความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้การอ่านเพื่อความเข้าใจตามแนวสมดุลภาษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

ประวัติผู้แต่ง

สุวกาญจน์ ทาวี, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นิสิตมหาบัณฑิตสาขาวิชาการสอนภาษาไทย ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ฉัตรวรรณ์ ลัญฉวรรธนะกร, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อาจารย์ประจำสาขาวิชาประถมศึกษาภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กันตวรรณ มีสมสาร. (2554). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาโดยบูรณาการแนวสมดุลภาษาและการเรียนรู้แบบ ร่วมมือเพื่อส่งเสริมความสามารถทางภาษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chulalongkorn University Intellectual Repository (CUIR). http://cuir.car.chula.ac.th/handle/ 123456789/22080

ฉันทนา ภาคบงกช. (8-9, พฤษภาคม, 2531.) พัฒนาการทางภาษาแบบ Whole Language สำหรับปฐมวัย.การประชุมเชิง ปฏิบัติการเรื่องพัฒนาการทางภาษาแบบ Whole Language สำหรับปฐมวัย. สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.

เฉลิมศรี เรียนประเสริฐ. (2537). การเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ ได้รับการสอน อ่านแบบ OKSR กับการสอนอ่านแบบเดิม. [ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัย

ศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร

ถนอมวงศ์ ล้ำยอดมรรคผล. (2552). การอ่านให้เก่ง. กระดาษษา.

บุษบง ตันติวงศ์. (2536). นวัตกรรมการสอนภาษาธรรมชาติในการอ่านเขียนของเด็กปฐมวัย เทคนิคและวิธีการสอนระดับ ปฐมวัย. โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

วรินทร โพนน้อย. (2555). นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยแบบสมดุลภาษาสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ]. thesis.swu. http://thesis.swu.ac.th/ swudis/Cur_Re_Dev/Warintorn_P

ศิวกานท์ ปทุมสูติ. (2553). คู่มือการอ่านคิดวิเคราะห์. นวสาส์นการพิมพ์.

อารี สัณหฉวี. (2550). สอนภาษาไทยแนวสมดุลภาษา (ชั้นอนุบาล 1- ประถมปีที่ 6). สมาคมเพื่อการศึกษาเด็ก.

ภาษาอังกฤษ

Allen, D. & Piersma, M. (1995). Developing Thematic Units: Process and Product. Delmar.

Boulware, B. J. & Crow, M. L. (2008). Using the concept attainment strategy to enhance reading comprehension. The reading teacher. (491-495). International Literacy Association.

Goodman, K. (1986). What’s Whole in Whole Language. Heinemann.

Fitzgerald, J. (1999). What is this thing called “balance”? The Reading Teacher, 53(2), 100-107

https://www.jstor.org/stable/20204755

McCarrier, A., Pinnell, G. S., & Fountas, I. C. (2000). Interactive Writing: How Language & Literacy Come Together. Heinemann.

Rief, S., & Heimburge, J. (2007). How to Reach and Teach All Children Through Balanced Literacy. Jossey- Bass.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

ทาวี ส., & ลัญฉวรรธนะกร ฉ. . (2023). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้การอ่านเพื่อความเข้าใจ ตามแนวสมดุลภาษา สำหรับนักเรียนประถมศึกษา . วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา, 18(1), OJED1801008. https://doi.org/10.14456/ojed.2023.8

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย