ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โมเดลการแปลงของเลชร่วมกับการเรียนรู้ตามบริบทที่มีต่อมโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น
DOI:
https://doi.org/10.14456/ojed.2024.15คำสำคัญ:
โมเดลการแปลงของเลช, การเรียนรู้ตามบริบท, มโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์, ตัวแทนความคิดทางคณิตศาสตร์, กลยุทธ์การเรียนรู้ตามบริบทบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบมโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โมเดลการแปลงของเลชร่วมกับการเรียนรู้ตามบริบทกับเกณฑ์ร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม และ 2) ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของมโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โมเดลการแปลงของเลชร่วมกับการเรียนรู้ตามบริบท กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 44 คน จากโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษแห่งหนึ่งของเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรสาคร สมุทรสงคราม กระทรวงศึกษาธิการ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้โมเดลการแปลงของเลชร่วมกับการเรียนรู้ตามบริบท แบบวัดมโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์ และใบงานมโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าเฉลี่ยร้อยละ การทดสอบค่าที และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โมเดลการแปลงของเลชร่วมกับการเรียนรู้ตามบริบทมีคะแนนมโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์ร้อยละ 53.27 ซึ่งไม่สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม 2) นักเรียนมีการเปลี่ยนแปลงมโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์ในทิศทางที่ดีขึ้น โดยนักเรียนสามารถใช้ลักษณะสำคัญ ความหมาย และตัวแทนความคิดทางคณิตศาสตร์ที่สัมพันธ์กับมโนทัศน์ทางคณิตศาสตร์ในการอธิบายและสรุปคำตอบได้ดีขึ้น รวมถึงนักเรียนสามารถอธิบายและใช้สูตร กฎเกณฑ์ หรือวิธีการทางคณิตศาสตร์ถูกต้องมากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย
ชยานันต์ จิรสินกุลโรจน์. (2559). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้โมเดลการแปลงของเลชด้วยตัวต่อเลโก้ (LEGO®) เพื่อเสริมสร้างมโนทัศน์และความคงทุนในการเรียนรู้ เรื่อง เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 [วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร].
ธีรนาถ ธงงาม. (2548). ผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้โมเดลการแปลงของเลชที่มีต่อมโนทัศน์และความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จังหวัดร้อยเอ็ด [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2565). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ม.3 ปีการศึกษา 2565. https://www.niets.or.th/
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2555). คู่มือวัดผลประเมินผลคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ: ศรีเมืองการพิมพ์
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2561). รายงานประจำปี 2560 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. บริษัท มายด์ มีเดีย เซ็นเตอร์ จำกัด.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2564). ผลการประเมิน PISA 2018 การอ่านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์. สถานบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.). https://pisathailand.ipst.ac.th/pisa2018-fullreport/
อัมพร ม้าคนอง. (2558). คณิตศาสตร์สำหรับครูมัธยม. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภาษาอังกฤษ
Charlesworth, R. (2005). Experiences in Math for Young Children (5th ed.). United States: Thomson Delmar Learning.
Cramer, K., & Karnowski, L. (1995). The importance of informal language in representing mathematical ideas. Teaching children mathematics, 1(6), 332-335.
Crawford, M. L. (2001). Teaching contextually: Research, rationale, and techniques for improving student motivation and achievement in mathematics and science. Waco, Texas: CCI Publishing, Inc.
De Cecco, J. P. (1968). The psychology of learning and instruction. New York: Prentice Hall.
Hull, D. (1999). Teaching science contextually: The cornerstone of Tech Prep. USA: Cord Communication, Inc.
Johnson, E. L. (2018). A New Look at the Representations for Mathematical Concepts: Expanding on Lesh's Model of Representations of Mathematical Concepts. Forum on Public Policy Online, 2018(1). Oxford Round Table, 406 West Florida Avenue, Urbana, IL 61801.
Lestari, L., & Surya, E. (2017). The effectiveness of realistic mathematics education approach on ability of students’ mathematical concept understanding. International Journal of Sciences: Basic and Applied Research (IJSBAR), 34(1), 91-100.
Piaget, J. (1970). Piaget’s Theory (G. Gellerier & J. Langer, Trans.). In: P.H. Mussen (Ed.), Carmichael’s Manual of Child Psychology (3rd Edition., Vol. 1). New York: Wiley.
Texas Collaborative for Teaching Excellence. (2007). What is contextual teaching and learning? Retrieved from https://www.texascollaborative.org/WhatIsCTL.html
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
