การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานที่ส่งผลต่อความคล่องแคล่วว่องไวของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
DOI:
https://doi.org/10.14456/ojed.2025.14คำสำคัญ:
การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน, ความคล่องแคล่วว่องไว, นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานที่ส่งผลต่อความคล่องแคล่วว่องไว ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2) เปรียบเทียบผลการจัดการเรียนรู้ฯ ก่อนเรียน หลังเรียนสัปดาห์ที่ 4 และหลังเรียนสัปดาห์ที่ 8 และ 3) เปรียบเทียบผลการจัดการเรียนรู้ฯ ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ก่อนเรียน หลังเรียนสัปดาห์ที่ 4 และหลังเรียนสัปดาห์ที่ 8 ตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 70 คน มีวิธีการเลือกตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน โดยนำ 1 ห้องเรียนจำนวน 35 คน มาเป็นกลุ่มทดลองมีวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน และอีก 1 ห้องเรียนจำนวน 35 คน มาเป็นกลุ่มควบคุมมีวิธีการจัดการเรียนรู้แบบปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน 2) แผนการจัดการเรียนรู้แบบปกติ และ 3) แบบทดสอบความคล่องแคล่วว่องไว วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียวชนิดวัดซ้ำ (One-way repeated measures) และสถิติแบบที (t-test Independent) ผลการวิจัย พบว่า 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานที่ส่งผลต่อความคล่องแคล่วว่องไวของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา เท่ากับ 1.00 จากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน 2) ผลการเปรียบเทียบรายคู่ของระยะเวลาในการจัดการเรียนรู้ฯ ของกลุ่มทดลอง หลังเรียนสัปดาห์ที่ 4 (M = 12.96) และหลังเรียนสัปดาห์ที่ 8 (M = 12.34) แตกต่างจากก่อนเรียน และหลังเรียนสัปดาห์ที่ 8 แตกต่างจากหลังเรียนสัปดาห์ที่ 4 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ผลการเปรียบเทียบความคล่องแคล่วว่องไวของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ก่อนเรียน (M = 14.15, 14.16) หลังเรียนสัปดาห์ที่ 4 (M = 12.96, 13.31) พบว่า ไม่แตกต่าง และหลังเรียนสัปดาห์ที่ 8 (M = 12.34, 12.67) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). คู่มือการพัฒนาสื่อการเรียนรู้. คุรุสภาลาดพร้าว.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2544). เกณฑ์การประเมินโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ. https://shorturl.asia/aWGtj
ชลธิดา ศรภักดี. (2565). การพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้โดยใช้เกมร่วมกับประสาทความรู้สึกเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงบริหารของเด็กปฐมวัยที่มีภาวะออทิสติก [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ]. DSpace at Srinakharinwirot University. http://ir-ithesis.swu.ac.th/dspace/bitstream/123456789/2383/1/gs611150030.pdf
ณัฐญา นาคะสันต์. (2559). เกม : นวัตกรรมเพื่อการศึกษาเชิงสร้างสรรค์. วารสารร่มพฤกษ์มหาวิทยาลัยเกริก, 34(3). https://so05.tci-thaijo.org/index.php/romphruekj/article/view/82421
ทินกร พันเดช. (2561). การพัฒนามโนทัศน์เรื่องโมลและสูตรเคมีของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายด้วยการจัดการเรียนรู้ด้วยเกมเป็นฐาน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chulalongkorn University Institutional Repositories (CUIR). https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/2859/
นิพนธ์ กระมล. (2554). ผลการฝึก คิว เอ พี ที่มีต่อความคล่องตัวของนักกีฬาฟุตซอล. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ]. DSpace at Srinakharinwirot University. http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Spo_Coa/Nipon_K.pdf
วรศักดิ์ เพียรชอบ. (2561). รวมบทความเกี่ยวกับ ปรัชญา หลักการ วิธีสอน และการวัดเพื่อประเมินผลทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.2560-2579).
ภาษาอังกฤษ
Ghazy, A. (2021). The use of game-based learning in English class. Journal of Applied Studies in Language, 5(1), 67-78. https://ojs.pnb.ac.id/index.php/JASL/article/view/2400/1737
Hidayah, N., Sabarun, S., & Widiastuty, H. (2024). The Implementation of game based learning (GBL) method to improve EFL student’ vocabulary mastery. Jurnal Pendidikan, Sains dan Teknologi, 11(2), 557-569. https://journalstkippgrisitubondo.ac.id/index.php/EDUSAINTEK/article/view/1078
Szabo, D. (2020). Research regarding the development and evaluation of agility (balance,coordination and speed) in children aged 9-10 years. Health Sports & Rehabilitation Medicine, 21(1), 33-40. https://doi.org/10.26659/pm3.2020.21.1.33
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
