การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ความท้าทายเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อส่งเสริมทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรมของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
DOI:
https://doi.org/10.14456/ojed.2025.22คำสำคัญ:
รูปแบบการจัดการเรียนรู้, การจัดการเรียนรู้โดยใช้ความท้าทายเป็นฐาน, การเรียนรู้แบบผสมผสาน, ทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรม, นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ความท้าทายเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบผสมผสาน 2) ทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ และ 3) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อ การจัดการเรียนรู้ ตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดพิจิตร จำนวน 1 ห้องเรียน 40 คน ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ แบบประเมินทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย (M) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ประสิทธิภาพ (E1/E2) และ t-test for one sample ผลการวิจัย พบว่า 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหา 4) กระบวนการจัดการเรียนรู้ มี 6 ขั้นตอน ประกอบด้วย (1) ขั้นจุดประกายความคิด (2) ขั้นพิชิตด้วยคำถามสำคัญ (3) ขั้นนำไปสู่ความท้าทาย (4) ขั้นคลายปัญหาและลงมือปฏิบัติ (5) ขั้นวัดและประเมินผลตามจริง และ (6) ขั้นทุกสิ่งนำสู่สาธารณชน และ 5) การวัดและประเมินผล และผลการตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า ในภาพรวมมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก (M = 4.19, SD = 0.14) และคู่มือการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้มีความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก (M = 4.41, SD = 0.11) และประสิทธิภาพในภาพรวมเท่ากับ 80.48/80.30 เป็นไปตามเกณฑ์ 75/75 2) ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนมีทักษะการสร้างสรรค์และนวัตกรรม และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 3) ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ พบว่า ภาพรวมมีระดับความพึงพอใจมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
นวรัตน์ สิทธิมงคลชัย. (2565). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานโดยใช้การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ร่วมกับแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งเสริมจินตนาการสร้างสรรค์และผลงานสร้างสรรค์ของนักศึกษาปริญญาตรี. [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง]. Thai Digital Collection. https://tdc.thailis.or.th/tdc/browse.php?option=show&browse_type=title&titleid=627717
พนัส นภบุตร์, อชิระ อุตมาน, และ พิมพ์ตะวัน จันทัน. (2567). การจัดการเรียนรู้โดยใช้ความท้าทายเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะการรู้เท่าทันดิจิทัลของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารครุศาสตร์ปัญญา, 3(6), 91–109. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/IEJ/article/view/280498
พิชญาภัค ทองม่วง. (2566). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบผสมผสานระหว่างแนวคิดคณิตศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงร่วมกับการเรียนรู้แบบออนไลน์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาและการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. [การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร]. NU Intellectual Repository. https://nuir.lib.nu.ac.th/dspace/bitstream/123456789/5077/1/63090695.pdf
พฤกษา ดอกกุหลาบ, ฐาปนีย์ ธรรมเมธา, เอกนฤน บางท่าไม้ และ ศิวนิต อรรถวุฒิกุล (2565). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบห้องเรียนกลับด้านและเทคนิคเกมมิฟิเคชันร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ความท้าทายเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ดิจิทัล. Journal of Roi Kaensarn Academi, 8(9), 1–18. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JRKSA/article/view/262872
ปกรณ์ ประจันบาน. (2552). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์ (Research Methodology in Social Science). รัตนสุวรรณการพิมพ์.
โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดพิจิตร. (2566). รายงานผลการเรียนเฉลี่ยวิชาฟิสิกส์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ปีการศึกษา 2563–2565).
วิชัย วงษ์ใหญ่. (2562). การพัฒนาทักษะสร้างสรรค์นวัตกรรม. ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้.
สุวัจนา จริตกาย. (2564). การพัฒนาความสามารถในการประยุกต์ใช้โปรแกรม Scratch ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ความท้าทายเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์]. ศูนย์เรียนรู้และหอสมุด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. https://libdoc.dpu.ac.th/thesis/Sueachana.Jar.pdf
สุวิทย์ เมษินทรีย์. (2559). Thailand 4.0: “สร้างความเข้มแข็งจากภายใน เชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยสู่โลก”. Eco-Challenge Magazine, 11(3), 5–9. https://www.forest.go.th/chonburi9/wp-content/uploads/sites/45/2016/12/thailand4-drSuvitMaesincee-r.pdf
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2566). ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2565. https://www.niets.or.th/th/content/view/25620
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา. (2565). รายงานผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ. 2563–2567). https://fth1.com/uppic/66100240/news/66100240_1_20241106-160151.pdf
ภาษาอังกฤษ
Allen, I. E., & Seaman, J. (2005). Growing by degree: Education in the United States 2005. The Sloon Consortium. https://www.bayviewanalytics.com/reports/growing-by-degrees.pdf
Apple Inc. (2009). Challenge Based Learning: Take action and make a difference. https://www.apple.com/ca/education/docs/Apple-ChallengedBasedLearning.pdf
Apple, Inc. (2011). Challenge based learning: A classroom guide. https://www.apple.com/br/education/docs/CBL_Classroom_Guide_Jan_2011.pdf
Catalina Foothills School District (CFSD). (2018). Creativity and innovation rubric, grades 9–12. https://cleanfoundation.ca/wp-content/uploads/2020/01/Innovation-Rubric.pdf
Cobb, P. (1994). Where is the mind? Constructivist and sociocultural perspectives on mathematical development. Educational Researcher, 23(7), 13–20. https://doi.org/10.3102/0013189X023007013
Conde-Gonzalez, M., Garcia-Peñalvo, F., Fernandez, C., Alves, J., Ramos, J., Celis-Tena, S., Goncalves, J., Lima, J., Reimann, D., & Jormanainen, I. (2019). RoboSTEAM – A Challenge Based Learning approach for integrating STEAM and developing
computational thinking. In M. Conde-Gonzalez, F. Sedano, C. Llamas, & F., García-Peñalvo (Eds.) Proceedings of the 7th International Conference on Technological Ecosystems for Enhancing Multiculturality (TEEM 2019) (pp. 763–769). ACM. https://doi.org/10.1145/3362789.3362893
Garrison, D. R., & Vaughan, N. D. (2008). Blended learning in higher education: Framework, principles, and guidelines. Jossey-Bass.
Graham, C. R., Allen, S., & Ure, E. (2003). Blended learning environments: A review of the research literature. [Unpublished manuscript]. College of Education, Brigham Young University.
Horn, M. B., & Staker, H. (2011). The rise of K–12 blended learning. Innosight Institute Inc.
Indrawati, E. S., Zaturrahmi, Z., & Kenmandola, D. (2025). Students’ creative thinking in physics: An investigation of the effectiveness of the CPS instructional model. International Journal of Innovative Research and Scientific Studies, 8(5), 1042–1051. https://doi.org/10.53894/ijirss.v8i5.8946
Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (1994). Learning together and alone: Cooperative, competitive, and individualistic learning (5th ed). Allyn & Bacon.
Joyce, B., Weil, M., & Calhoun, E. (2004). Models of teaching (7th ed.). Allyn & Bacon.
Nichols, M., Cator, K., & Torres, M. (2016). Challenge Based Learner User Guide. Digital Promise. https://www.challengebasedlearning.org/wp-content/uploads/2019/02/CBL_Guide2016.pdf
Partnership for 21st Century Learning (P21). (2009). P21’s framework for 21st century learning. https://static.battelleforkids.org/documents/p21/p21_framework_definitionsbfk.pdf
Piaget, J. (1972). The principles of genetic epistemology. Routledge & Kegan Paul.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
