การปฏิบัติของผู้ปกครองในการป้องกันเด็กวัยอนุบาลจากมลพิษทางอากาศในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดชลบุรีเขต 3
DOI:
https://doi.org/10.14456/ojed.2026.13คำสำคัญ:
การปฏิบัติของผู้ปกครอง, การป้องกันมลพิษทางอากาศ, การดูแลสุขภาพ, เด็กวัยอนุบาล, สิ่งแวดล้อมกับสุขภาพของมนุษย์บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการปฏิบัติของผู้ปกครองในการป้องกันเด็กวัยอนุบาลจากมลพิษทางอากาศใน 2 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการดูแลสุขภาพ และ 2) ด้านการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อสภาพอากาศที่ดีขึ้น โดยมีบริบทของจังหวัดชลบุรีซึ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมและมีความเสี่ยงต่อปัญหามลพิษทางอากาศ ตัวอย่างคือ ผู้ปกครองของเด็กอนุบาล ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดชลบุรีเขต 3 จำนวน 153 คน ใช้การสุ่มแบบแบ่งชั้นตามห้องเรียน แล้วสุ่มอย่างง่ายภายในแต่ละห้องจากเลขที่ประจำตัว ห้องละ 17 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่าแบบลิเคิร์ท 5 ระดับ ค่าความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 0.94 ค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.93 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา การแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (M) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมผู้ปกครองมีการปฏิบัติ อยู่ในระดับมาก (M = 3.66, SD = 1.20) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า 1) ด้านการดูแลสุขภาพ มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก (M = 3.88, SD = 1.07) ประกอบด้วยด้านย่อยที่มีค่าเฉลี่ยสูงไปต่ำคือ การปกป้องเด็กจากมลพิษทางอากาศภายในบ้าน (M = 4.10, SD = 1.01) และการปกป้องเด็กจากมลพิษทางอากาศกลางแจ้ง (M = 3.66, SD = 1.12) รองลงมาคือ 2) ด้านการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อสภาพอากาศที่ดีขึ้น มีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง (M = 3.45, SD = 1.20) ประกอบด้วยด้านย่อยที่มีค่าเฉลี่ยสูงไปต่ำคือ การมีส่วนร่วมในด้านสิ่งแวดล้อม (M = 3.64, SD = 1.10) และการสนับสนุนกิจกรรมโรงเรียนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (M = 3.25, SD = 1.29) ตามลำดับ ผลการวิจัยสะท้อนว่าควรส่งเสริมความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยพัฒนาช่องทางและกิจกรรมที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการป้องกันมลพิษทางอากาศในเด็กวัยอนุบาล
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
กรมควบคุมมลพิษ. (2566). สถานการณ์และการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศและเสียงของประเทศไทย ปี 2566. https://www.pcd.go.th/publication/33068
กรมควบคุมโรค. (2565). แนวทางมาตรการ การเฝ้าระวังสุขภาพและสื่อสารความเสี่ยง เพื่อสร้างความรอบรู้ที่เกี่ยวข้องกับฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5). https://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1287120220815094919.pdf
กรมอนามัย. (2563). คู่มือฉบับประชาชน: การเฝ้าระวัง PM 2.5 อย่างไรให้ปลอดภัย. กระทรวงสาธารณสุข.
กรมอนามัย. (2566). คู่มือแนวทางลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) สำหรับสถานศึกษา. https://hia.anamai.moph.go.th/web-upload/12xb1c83353535e43f224a05e184d8fd75a/m_magazine/35644/4671/file_download/4ed2ee3f58f1694ba72c23d5e92ca629.pdf
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 8). สุวีริยาสาส์น.
วรรณี แกมเกตุ. (2555). วิธีวิทยาการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วราพรรณ วงษ์จันทร์. (2566). การสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคจากฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในเด็กวัยเรียน. รามาธิบดีเวชสาร, 46(4), 52-65. https://doi.org/10.33165/rmj.2023.46.4.266309
กรมควบคุมมลพิษ. (2568). แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2568–2570): การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง และระยะ 5 ปีต่อไป. https://www.pcd.go.th/strategy/แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ-การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง-ฉบับที่-๒-พ-ศ-๒๕๖๘-๒๕๗๐-และระยะ-๕-ปีต่อไป/
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ. (2568).ระบบติดตาม PM2.5 พื้นที่ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี. https://pm25.gistda.or.th
อิทธิพัทธ์ สุวทันพรกูล. (2562). การวิจัยทางการศึกษาแนวคิดและการประยุกต์ใช้ (พิมพ์ครั้งที่ 2). สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภาษาอังกฤษ
Ajzen, I. (1991). The theory of planned behavior. Organizational Behavior and Human Decision Processes, 50(2), 179–211. https://doi.org/10.1016/0749-5978(91)90020-T
Bronfenbrenner, U. (1979). The ecology of human development: Experiments by nature and design. Harvard University Press. https://www.hup.harvard.edu/books/9780674224575
Chowdhury, S., Chaudhary, E., & Dey, S. (2024). Protecting child health from air pollution in India. Indian Pediatrics, 61(4), 375–379. https://doi.org/10.1007/s13312-024-3163-7
Liu, S., Chiang, Y.-T., Tseng, C.-C., Ng, E., Yeh, G.-L., & Fang, W.-T. (2018). The theory of planned behavior to predict protective behavioral intentions against PM2.5 in parents of young children from urban and rural Beijing, China. International Journal of Environmental Research and Public Health, 15(10), Article 2215. https://doi.org/10.3390/ijerph15102215
Pender, N. J. (2011). Health promotion model manual. University of Michigan. https://deepblue.lib.umich.edu/handle/2027.42/85350
Salve, H. R., Nawaz, H., Dey, S., Krishnan, A., Sharma, P., & Madan, K. (2024). Effectiveness of household-level interventions for reducing the impact of air pollution on health outcomes – A systematic review. Frontiers in Environmental Health, 3, Article 1410966. https://doi.org/10.3389/fenvh.2024.1410966
United Nations Children's Fund. (n.d.). What you need to know about air pollution. https://www.unicef.org/parenting/emergencies/air-pollution
World Health Organization. (2018). Air pollution and child health: Prescribing clean air. https://www.who.int/publications/i/item/air-pollution-and-child-health
World Health Organization. (2021). WHO global air quality guidelines: Particulate matter (PM2.5 and PM10), ozone, nitrogen dioxide, sulfur dioxide and carbon monoxide. https://www.who.int/publications/i/item/9789240034228
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
