การพัฒนาแบบสอบคู่ขนานเรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

ผู้แต่ง

  • ธนากร เทพณรงค์ นิสิตมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิธีวิทยาการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • กิตติทัศน์ หวานฉ่ำ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ประจําสาขาวิชาการวัดและการประเมินผลการศึกษา ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คำสำคัญ:

ลักษณะเฉพาะของข้อสอบ, ความเป็นคู่ขนานของข้อสอบ, ความเป็นคู่ขนานของแบบสอบ, สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

บทคัดย่อ

แบบสอบคู่ขนานถูกสร้างขึ้นเพื่อลดปัญหาการถูกเปิดเผยของข้อสอบ สามารถใช้ประเมินความรู้ของผู้เรียนได้ ทำให้การสอบเป็นมาตรฐานเดียวกัน และยังสามารถป้องกันข้อสอบรั่วจากการถูกเปิดเผย ด้วยประโยชน์ของแบบสอบคู่ขนานจึงถูกพัฒนาเพื่อนำมาใช้วัดความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถของนักเรียนได้อย่างแท้จริง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของลักษณะเฉพาะของข้อสอบหลายตัวเลือกเรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว และ 2) พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของแบบสอบคู่ขนานและข้อสอบคู่ขนานเรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนคณิตศาสตร์ จำนวน 4 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดและประเมินผลการศึกษา จำนวน  1 คน ตัวอย่างวิจัย คือ ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 521 คน ที่ได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ผู้วิจัยตรวจสอบคุณภาพของลักษณะเฉพาะของข้อสอบ โดยใช้สัดส่วนความสอดคล้อง และตรวจสอบคุณภาพของแบบสอบและข้อสอบคู่ขนาน โดยพิจารณาจากพารามิเตอร์ข้อสอบความเที่ยงแบบสอดคล้องภายใน ความตรงเชิงเนื้อหา ความตรงเชิงโครงสร้าง และดัชนี RMSD ผลการวิจัย พบว่า 1) คุณลักษณะเฉพาะของข้อสอบมีสัดส่วนความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 ทุกองค์ประกอบ โดยลักษณะเฉพาะที่พัฒนาขึ้นมามีทั้งหมด 5 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) วัตถุประสงค์ที่มุ่งวัด (2) ลักษณะคำถาม (3) ขอบข่ายคำตอบ (4) ตัวอย่างข้อสอบ และ (5) ข้อมูลเพิ่มเติม และ 2) แบบสอบเรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวทั้ง 2 ฉบับ สอดคล้องกับโมเดลแบบ 2 พารามิเตอร์มีความเที่ยงแบบความสอดคล้องภายในวิธีสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคอยู่ในระดับสูง มีความตรงเชิงเนื้อหา และความตรงเชิงโครงสร้าง อีกทั้งมีความเป็นคู่ขนานแบบทั้งโค้งลักษณะแบบสอบและฟังก์ชันสารสนเทศของแบบสอบ ส่วนข้อสอบมีความเป็นคู่ขนานแบบทั้งโค้งลักษณะข้อสอบและฟังก์ชันสารสนเทศของข้อสอบทุกคู่

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551.

จุฑามณี อินทร์อุริศ. (2564). การจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ]. DSpace at Srinakharinwirot University. https://ir-ithesis.swu.ac.th/items/fbac9720-2c0c-4cef-a492-d8f56e74a2ee

โชติกา ภาษีผล. (2563). การพัฒนาแบบสอบคู่ขนาน: การสร้างและวิเคราะห์ความเป็นคู่ขนาน. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ไชยันต์ สกุลศรีประเสริฐ. (2556). การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory factor analysis). วารสารจิตวิทยาคลินิก, 44(1), 1-16. https://www.researchgate.net/publication/308692590_karwikheraahxngkhprakxbcheingyunyan

ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ. (2551). การพัฒนาการคิด (พิมพ์ครั้งที่ 2). 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง.

ยุพิน วิชัยพรม. (2541). การศึกษาความเป็นคู่ขนานของแบบทดสอบ ที่สร้างจากลักษณะเฉพาะของข้อสอบวิชาวิทยาศาสตร์ ว 101 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่]. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ. https://doi.nrct.go.th/ListDoi/listDetail?Resolve_DOI=10.14457/CMU.the.1998.53

วนิดา นามโคตร. (2559). การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อปัญหาการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย. วารสารออนไลน์บัณฑิตศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 3(1), 1-17. http://www.edu-journal.ru.ac.th/AbstractPdf/2559-31_1534429567_5814620022.pdf

สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ. (2569, 27 มีนาคม). รายงานสรุปผลการทดสอบ O-NET ป.6 ปีการศึกษา 2568. NIETS. https://www.niets.or.th/th/content/view/27073

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2563). หนังสือรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ เล่ม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) (พิมพ์ครั้งที่ 3).

สาวินา บุญเสน, จุฑาภรณ์ มาสันเทียะ, และ พนิดา พานิชวัฒนะ. (2566). การพัฒนาแบบสอบคู่ขนานวิชาคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบแบบ 2 พารามิเตอร์. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 29(1), 245-258. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jemmsu/article/view/253938

สุทิน กองเงิน. (2547). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จังหวัดมหาสารคาม [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม]. Mahasarakham University Library. https://opac.msu.ac.th/bibitem?bibid=b00007904

สมพิศ กาญจนาเพ็ญกุล. (2556). การสร้างข้อสอบคู่ขนานอิงโดเมนโดยใช้รูปแบบฟาเซท วิชาคณิตศาสตร์ เรื่องวงกลม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารวิชาการศรีปทุม ชลบุรี, 9(4), 56-60. https://www.chonburi.spu.ac.th/journal/booksearch/upload/1255-56-60_construction.pdf

อนุพงษ์ กันธิวงค์. (2560). การเปรียบเทียบดัชนีความเป็นคู่ขนานของข้อสอบและแบบสอบที่ได้จากการคัดเลือกข้อสอบโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่มีลักษณะแตกต่างกัน: การประยุกต์ใช้ทฤษฎีฉันทามติทางวัฒนธรรมแบบมีรูปแบบ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chula Digital Collections. https://digital.car.chula.ac.th/cgi/viewcontent.cgi?article=2227&Context=chulaetd

อุกฤษฏ์ ทองอยู่. (2562). การพัฒนาความสามารถการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ โดยใช้การเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์]. DPU Library. https://libdoc.dpu.ac.th/thesis/Ukrit.Tho.pdf

ภาษาอังกฤษ

Ali, U. S., & van Rijn, P.W. (2016). An evaluation of different statistical targets for assembling parallel forms in item response theory. Applied Psychological Measurement, 40(3), 163–179. https://doi.org/10.1177/0146621615613308

Boughton, K. A., & Gierl, M. J. (2000, April 24). Automated test assembly procedures for criterion-referenced testing using optimization heuristics [Paper presentation]. Annual Meeting of the American Educational Research Association, New Orleans, Louisiana.

Davidson, F., & Lynch, B. K. (2002). Test craft: A teacher’s guide to writing and using language test specifications. Yale University Press.

Debeer, D., Ali, U. S., & van Rijn, P. W. (2017). Evaluating statistical targets for assembling parallel mixed-format test forms. Journal of Educational Measurement, 54(2), 218-242. https://doi.org/10.1111/jedm.12142

DeMars, C. (2010). Item response theory: Understanding statistics measurement. Oxford University Press.

Foghahaee, Z. (2019). A review of standardizing an English second language test-item through reverse engineering. Language Teaching Research Quarterly, 11, 31-42. https://api.eurokd.com/Uploads/Article/213/ltrq.2019.11.04.pdf

Gronlund, N. E., & Waugh C. K. (2009). Assessment of student achievement (9th ed.). Pearson.

Hu, L. T., & Bentler, P. M. (1999). Cutoff criteria for fit indexes in covariance structure analysis: Conventional criteria versus new alternatives. Structural Equation Modeling: A Multidisciplinary Journal, 6(1), 1-55. https://doi.org/10.1080/10705519909540118

Huijing, Z., Junjie, L., Pingfei, Z., & Chunhua, K. (2022). Two test assembly methods with two statistical targets. Frontiers in Psychology, 13, Article 786772. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2022.786772

Johnson, S., & Johnson, R. (2009). Conceptualising and interpreting reliability. Ofqual. https://assets.publishing.service.gov.uk/media/5a814e92ed915d74e33fd7c7/2010-02-05-conceptualising-and-interpreting-reliability.pdf

Landis, J. R., & Koch, G. G. (1977). The measurement of observer agreement for categorical data. Biometrics, 33(1), 159-174. https://doi.org/10.2307/2529310

McDonald, R. P. (2011). Test theory: A unified treatment. Lawrence Erlbaum Associates. https://api.pageplace.de/preview/DT0400.9781135675318_A25036655/preview-9781135675318_A25036655.pdf

Owen, N. (2018). Test specifications. In J. I. Liontas (Ed.), The TESOL encyclopedia of english language teaching (pp.1-6). John Wiley & Sons.

Polit, D. F., & Beck, C. T. (2006). The content validity index: Are you sure you know what's being reported? Critique and recommendations. Research in Nursing & Health, 29(5), 489-497. https://doi.org/10.1002/nur.20147

Sanders, P. F., & Verschoor, A. J. (1998). Parallel test construction using classical item parameters. Applied Psychological Measurement, 223), 212–223. https://doi.org/10.1177/01466216980223002

Samejima, F. (1977). A method of estimating item characteristic functions using the maximum likelihood estimate of ability. Psychometrika, 42(2), 163-191. https://doi.org/10.1007/BF02294047

Spaan, M. (2006). Test and item specifications development. Language Assessment Quarterly, 3(1), 71-79. https://doi.org/10.1207/s15434311laq0301_5

Taber, K. S. (2018). The use of Cronbach’s alpha when developing and reporting research instruments in science education. Research in science education, 48, 1273-1296. https://doi.org/10.1007/s11165-016-9602-2

Thompson, N. A. (2009). Ability estimation with item response theory. Assessment Systems Corporation. https://assess.com/docs/Thompson_(2009)_-_Ability_estimation_with_IRT.pdf

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-26

รูปแบบการอ้างอิง

เทพณรงค์ ธ., & หวานฉ่ำ ก. (2026). การพัฒนาแบบสอบคู่ขนานเรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา, 21(2), 1–20. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/OJED/article/view/288040

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย