ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดการส่งบทความทุกข้อ บทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจถูกส่งคืนให้ผู้แต่งดำเนินการแก้ไข
-
บทความที่ผู้เขียนส่งมาเพื่อการพิจารณาต้องไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดวารสารหนึ่งมาก่อน
-
บทความที่ผู้เขียนส่งมาเพื่อการพิจารณาต้องไม่เคยอยู่ระหว่างการขอตีพิมพ์ในวารสารอื่น
-
เนื้อหาในบทความควรเกิดจากการสังเคราะห์ความคิดโดยผู้เขียนเอง ไม่ได้ลอกเลียนหรือตัดทอนมาจากผลงานทางวิชาการของผู้อื่น หรือจากบทความอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือปราศจากการอ้างอิงที่เหมาะสม
-
ผู้เขียนต้องเขียนบทความตามข้อกำหนดการเขียนต้นฉบับบทความส่งวารสาร
-
ผู้เขียนจะได้รับใบตอบรับการตีพิมพ์บทความในวารสาร เมื่อผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) และกองบรรณาธิการ
-
ผู้เขียนต้องแก้ไขความถูกต้องของบทความตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) และกองบรรณาธิการ
-
หลังจากผู้เขียนแก้ไขความถูกต้องของบทความแล้ว กองบรรณาธิการทำการตรวจสอบความถูกต้อง คุณภาพ และความสมบูรณ์ของบทความอีกครั้ง ก่อนส่งต้นฉบับทำการจัดพิมพ์
-
กรุณาระบุข้อความถึงบรรณาธิการ โดยใส่ ชื่อ - สกุล สังกัด อีเมล์ และเบอร์ติดต่อกลับด้วย
คำแนะนำทั่วไป
- ผลงานที่ส่งตีพิมพ์จะต้องไม่ได้รับการเผยแพร่ในสิ่งพิมพ์อื่นใดมาก่อนและต้องไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ส่งบทความโดยตรง
- ต้นฉบับที่ส่งตีพิมพ์ต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษเท่านั้น
- ต้นฉบับต้องผ่านการกลั่นกรองโดยผู้ทรงคุณวุฒิและได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการ
- ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร
ข้อกำหนดของบทความต้นฉบับ (Manuscript Requirements)
- ผู้เขียนบทความใช้ฟอนท์ Th Sarabun PSK ขนาด 16 พอยน์ ระยะบรรทัด 5 สำหรับบทความภาษาไทย สำหรับบทความภาษาอังกฤษให้ใช้ฟอนท์ Th Sarabun PSK ขนาด 14 พอยน์ ระยะบรรทัด 1.5
- ความยาวบทความไม่เกิน 8,000 คำ รวมอ้างอิง ตาราง 1 ตารางนับเป็น 250 คำ
- ชื่อของบทความควรจะมีความกระชับและได้ใจความชัดเจนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- ผู้ส่งบทความจะต้องเขียนบทคัดย่อ (ความยาวไม่ควรเกิน 250 คำ) และระบุคำสำคัญไม่เกิน 5 คำ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- บทความต้องระบุชื่อและสถานที่ทำงานหรือสถานศึกษา วุฒิการศึกษาขั้นสูงสุดและ/หรือตำแหน่งทางวิชาการ (ถ้ามี) รวมทั้งสถานที่ติดต่อ ของผู้เขียนบทความทุกคน ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษไว้ในส่วนที่แยกออกจากบทความ
- ผู้ส่งบทความควรตรวจสอบความถูกต้องของการพิมพ์ต้นฉบับ เช่น ตัวสะกด วรรคตอน ความเหมาะสม และความสละสลวยของการใช้ภาษา เป็นต้น
- ผู้ส่งบทความต้องเขียนอ้างอิงหรือแหล่งที่มาของข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยจัดให้อยู่ในรูปแบบของ APA Style (สามารถดูรายละเอียดได้ที่https://apastyle.apa.org/) และต้องตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของการอ้างอิงก่อนส่งเข้ามาให้พิจารณา
- ผู้ส่งบทความต้องกำหนดประเภทของบทความให้ชัดเจนว่าเป็นบทความวิชาการหรือบทความวิจัย องค์ประกอบของบทความทั้ง 2 ประเภทมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
บทความวิชาการ
บทความควรชี้ประเด็นที่ต้องการนำเสนอให้ชัดเจนและมีลำดับเนื้อหาที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ชัดเจน รวมถึงมีการใช้ทฤษฎีวิเคราะห์และเสนอแนะประเด็นอย่างสมบูรณ์
บทความวิจัย
บทความควรนำเสนอการวิจัยและผลที่ได้รับอย่างเป็นระบบโดยบทความควรมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ (สามารถมีหัวข้อหรือองค์ประกอบที่แตกต่างได้)
- บทนำ (Introduction) ที่ครอบคลุมความสำคัญและที่มาของปัญหาวิจัยพร้อมทั้งเสนอภาพรวมของบทความ
- ทบทวนวรรณกรรม (Literature Review)
- ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology) ที่สามารถอธิบายวิธีดำเนินการวิจัยรวมถึงการเก็บข้อมูลหรือเครื่องมือที่ใช้ในการทำวิจัยอย่างชัดเจน
- ผลการศึกษา (Research Finding)
- อภิปรายและสรุปผลการวิจัย (Discussion and Conclusion)
- เอกสารอ้างอิง (References)
หมายเหตุ:
- การชำระค่าธรรมเนียมทุกรายการตามตารางข้างต้นนี้ "ไม่ได้เป็นการยืนยันว่าว่าบทความของท่านจะได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารรัฐศาสตร์รอบรู้และสหวิทยาการ " เนื่องจากบทความจะต้องผ่านกระบวนการประเมินคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 2 คน และบรรณาธิการก่อน จึงจะสามารถแจ้งผลการพิจารณาว่า บทความของท่านผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิและบรรณาธิการ ให้สามารถลงตีพิมพ์เผยแพร่ได้หรือไม่
- หากบทความของท่าน"ถูกปฏิเสธการลงตีพิมพ์" จากผู้ทรงคุณวุฒิ หรือบรรณาธิการ ทางวารสารจะไม่คืนเงินค่าธรรมเนียมให้กับผู้นิพนธ์ทุกกรณี (เนื่องจากค่าธรรมเนียมที่ท่านชำระ จะเป็นค่าตอบแทนผู้ทรงคุณวุฒิที่ประเมินบทความของท่าน) จึงขอให้ท่านรับทราบ ก่อนการส่งบทความลงตีพิมพ์ในวารสารรัฐศาสตร์รอบรู้และสหวิทยาการ
- ระยะเวลาของกระบวนการปกติใช้เวลาประมาณ 2 เดือน *(ทางวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับบทความที่ต้องการลัดคิว หรือเร่งกระบวนให้สั้นลงกว่านี้)
- กรุณาชำระเงินค่าธรรมเนียมทุกรายการภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ หลังได้รับการแจ้งจากเจ้าหน้าที่ หากไม่ชำระตามเวลาดังกล่าว ทางวารสารจะขอตัดสิทธิ์การพิจารณาลงตีพิมพ์ทันที
- หลังจากชำระค่าธรรมเนียมแล้ว ให้ส่งหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมผ่านทางระบบ ThaiJo เมื่อได้รับหลักฐานการชำระเงิน ทางวารสารจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
- กรณีที่ผู้ทรงคุณวุฒิเห็นควรให้ปรับแก้บทความ ผู้นิพนธ์ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในการแก้ไขบทความนั้น ทั้งนี้ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งให้แก้ไข มิฉะนั้นอาจไม่ได้รับการพิจารณาตีพิมพ์
- ผู้นิพนธ์จะต้องปรับแก้ไขบทความตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิและบรรณาธิการ หากไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอแนะของผู้ประเมินและบรรณาธิการ ผู้นิพนธ์สามารถชี้แจงให้บรรณาธิการพิจารณาอีกครั้งทั้งนี้ การตัดสินใจของบรรณาธิการถือเป็นที่สิ้นสุด
หมายเหตุ : ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความประมาณ 1 เดือน นอกนั้นขึ้นอยู่กับเวลาในเตรียมบทความ และการปรับแก้บทความของผู้นิพนธ์ด้วย
* เริ่มนับเวลาตั้งแต่บทความผ่านเข้าสู่กระบวนการประเมินคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิ*