พันธนาการแห่งกอด
บทคัดย่อ
อ้อมกอดเป็นหนึ่งในรูปแบบการแสดงออกซึ่งความรักของมนุษย์ แต่หากอ้อมกอดนั้นแน่นไปก็อาจจะกลายเป็นการบีบรัดมากกว่าอบอุ่น “Black Dress” เป็นภาพจิตรกรรมสองมิติที่ใช้เทคนิคพิเศษเพื่อส่งผ่านความรู้สึกของใครหลาย ๆ คนที่เก็บซ่อนเอาไว้ภายในจิตใจ ความรัก ความหวังดีของคนในครอบครัวที่ไม่อาจจะปฏิเสธได้แต่ก็มีมากเกินกว่าจะรับไหวก่อตัวกลายเป็นความกดดันในจิตใจ
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการศึกษาผลกระทบเชิงจิตวิทยาของความรักและความหวังดีในครอบครัวที่มีเจตนาดีในการดูแลและสนับสนุนสมาชิกในครอบครัว โดยวิเคราะห์ถึงการที่ความหวังดีดังกล่าวอาจกลายเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้าและปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาวได้อย่างไม่คาดคิด การวิจัยนี้ใช้กรอบแนวคิดของทฤษฎีความเครียดในครอบครัว (Family Stress Theory) เพื่อทำความเข้าใจถึงการเชื่อมโยงระหว่างวิธีการแสดงออกทางความรัก การสื่อสาร และการตั้งความคาดหวังที่สูง ซึ่งแม้จะมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสำเร็จและความสุขให้กับสมาชิกในครอบครัว แต่อาจกลับสร้างความรู้สึกกดดัน ความรู้สึกไร้ค่า และความรู้สึกไม่พอใจในตนเอง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า
การศึกษานี้ดำเนินการโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกและการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับความกดดันจากครอบครัว และใช้การวิเคราะห์เชิงพรรณนาประกอบกับการวิเคราะห์ทางสถิติเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดจากความหวังดีในครอบครัว และระดับของภาวะซึมเศร้าในผู้ที่ได้รับความกดดัน ผลการศึกษาพบว่า ความคาดหวังทางบวกที่มากเกินไปและการขาดพื้นที่ในการแสดงออกอย่างเสรี มีแนวโน้มที่จะกระตุ้นการเกิดความเครียดสะสมในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่
ข้อเสนอแนะจากการวิจัยนี้เน้นถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะการสื่อสารที่เข้าใจความแตกต่างและการสร้างบรรยากาศที่ให้ความเคารพต่อความเป็นตัวตนของสมาชิกในครอบครัว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า และสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เข้มแข็งและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
Froma Walsh. Strengthening Family Resilience (3rd ed.). Guilford Press, 2016.
Hamilton I. McCubbin. “Integrating Coping Behavior in Family Stress Theory.” Journal of Marriage and Family, 41(2), 1979, (237–244), Retrieval date 20 November 2024, Retrieved from https://www.jstor.org/stable/351693
Linda J. Sax and Dayna Weintraub. “Exploring the Parental Role in First-Year Students’ Emotional Well-Being: Considerations by Gender.” Journal of Student Affairs Research and Practice, 51(2), 2014, (113-127). https://doi.org/10.1515/jsarp-2014-0013
Reuben Hill. “Generic Features of Families under Stress.” Social Casework, 39(2-3), 1958. (139-150).
Yoav Lavee, Hamilton I. McCubbin and David H. Olson. “Family Stress and Coping: A View from the McCubbin's Family Stress Model.” Family Relations, 36(4), 1987, (383-390).
.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารศิลปวัฒนธรรมสวนสุนันทา เป็นวารสารในรูปแบบเปิด (Open Access) ผู้ใช้ทั่วไปหรือระบบสารสนเทศของหน่วยงาน ฐานข้อมูลอัตโนมัติ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ สามารถเข้าถึง ดาวน์โหลด เอกสารไฟล์บทความบนเว็บไซต์วารสาร โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
ข้อความภายในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารศิลปวัฒนธรรมสวนสุนันทาทั้งหมด รวมถึงรูปภาพประกอบ ตาราง เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา การนำเนื้อหา ข้อความหรือข้อคิดเห็น รูปภาพ ตาราง ของบทความไปจัดพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสารอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรอนุญาตให้สามารถนำไฟล์บทความไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อได้ โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไข สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอน (Creative Commons License: CC) และ ต้องแสดงที่มาจากวารสาร – ไม่ใช้เพื่อการค้า – ห้ามแก้ไขดัดแปลง, Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และบุคลากร คณาจารย์ท่านอื่น ๆ ในราชวิทยาลัยฯแต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ