พลวัตวัฒนธรรมการแต่งกายของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงแดงและกะเหรี่ยงขาว ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
คำสำคัญ:
กระเหรี่ยงในจังหวัดแม่ฮ่องสอน, การแต่งกายกลุ่มชาติพันธุ์, พลวัตทางวัฒนธรรมบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะการแต่งกายของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงแดงและกะเหรี่ยงขาว และ 2) ศึกษาเปรียบเทียบบทบาทการแต่งกายในแต่ละโอกาสของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงแดงและกะเหรี่ยงขาว ในพื้นที่ตำบลห้วยผาและตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลจำนวน 10 คน แบบเฉพาะเจาะจง
ผลการศึกษาพบว่า การแต่งกายด้วยชุดชาติพันธุ์มีบทบาทในการใช้เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แสดงอัตลักษณ์ของคนทั้ง 2 กลุ่ม โดยกลุ่มกะเหรี่ยงแดงพบลักษณะการแต่งกายที่แตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างแบบประเพณีและแบบประยุกต์ เน้นการใช้สีแดงเป็นหลัก และมีเครื่องประดับเฉพาะ คือ เหรียญโบราณและห่วงพันขา ส่วนกะเหรี่ยงขาวยังคงสืบทอดการแต่งกายในรูปแบบประเพณีแต่ปรับเปลี่ยนสีและวัสดุที่หลากหลายมากขึ้น มีลวดลายการปักที่เป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะบนเสื้อของผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว มีข้อกำหนดการแต่งกายของผู้หญิงที่ใช้แสดงสถานภาพโสดและสมรส ทั้ง 2 กลุ่มมีการปรับตัวในการแต่งกายให้เข้ากับยุคสมัยโดยใช้วัสดุสมัยใหม่ เช่น ผ้าไหมประดิษฐ์ และมีการ
ตัดเย็บที่สะดวกต่อการสวมใส่ ชาวกะเหรี่ยงขาวยังคงรักษาการแต่งกายแบบประเพณีโดยยังคงสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ในขณะที่กะเหรี่ยงแดงมีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับสังคมสมัยใหม่มากกว่าจากการตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปและใส่เฉพาะบางโอกาสเท่านั้น
สำหรับบทบาทในการแต่งกายพบว่า ทั้ง 2 กลุ่ม เลือกแต่งกายด้วยชุดประจำชาติพันธุ์ที่แตกต่างกันตามโอกาส กลุ่มกะเหรี่ยงแดงไม่ปรากฏการสวมใส่ชุดชาติพันธุ์ในชีวิตประจำวัน แต่ยังคงรักษาการแต่งกายแบบประเพณีไว้ใน 3 โอกาส คือ การเผยแพร่ผ่านสื่อดิจิทัล กิจกรรมพิเศษร่วมกับภายนอกชุมชน และการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในงานมงคล ส่วนการแต่งกายแบบประยุกต์พบใน 2 โอกาส คือ การสวมใส่ในสถานที่ราชการและกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่เป็นงานมงคล ในทางตรงกันข้าม กลุ่มกะเหรี่ยงขาวยังคงสวมใส่ชุดชาติพันธุ์ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในการเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาในวันอาทิตย์ของผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ พบการแต่งกายด้วยชุดที่มีลักษณะแบบอนุรักษ์ทั้งสีย้อมธรรมชาติและใช้วัสดุดั้งเดิมคือผ้าฝ้ายใน 2 ประเพณีที่สำคัญ คือ พิธีศพและพิธีแต่งงาน ทั้งนี้ เครื่องแต่งกายยังแสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ ความภาคภูมิใจในคุณค่าของวัฒนธรรม และการปรับตัวให้เข้ากับสังคมร่วมสมัยตามบริบทชุมชนที่แตกต่างกัน
เอกสารอ้างอิง
เกศศิริ วงศ์สองชั้น, เกตศินี เพ็งอาไพ, พนิดา สอนสุภาพ, ลลิดา ทองทับ, สุมาลี เอมแย้ม, เสาวลักษณ์ บรรณสาร และภูริณัฐร์ โชติวรรณ. “การปรับตัวทางวัฒนธรรมในโลกสมัยใหม่ของกะเหรี่ยงหมู่บ้านกะเหรี่ยงน้ำตก ตำบลคลองลานพัฒนา อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร.” ใน รายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการระดับชาติ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ครั้งที่ 4, 2560, (43-58).
ชุติมันต์ สะสอง. “การจัดการองค์ความรู้เกี่ยวกับเครื่องแต่งกายในวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง.” วิชาการธรรมทรรศน์, 22(2), 2565, (45-56).
ณิชกานต์ กุลเมืองน้อย, จตุรงค์ เลาหะเพ็ญแสง และธเนศ ภิรมย์การ. “ศึกษาอัตลักษณ์กลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ สำหรับการออกแบบเครื่องแต่งกาย.” วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 19(3), 2563, (63-72).
ตุนท์ ชมชื่น และสมชาย ใจบาน. “การเสริมสร้างศักยภาพการผลิต ผลิตภัณฑ์ชุมชน ผ้าทอกะเหรี่ยงตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและเศรษฐกิจสร้างสรรค์.” วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต, 3(2), 2558, (203-214).
มัญชรี โชติรสฐิติ. “การปรับตัวข้ามวัฒนธรรมของนักเรียนไทยในต่างประเทศ.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสารประยุกต์คณะภาษาและการสื่อสาร สถาบันบัณฑิต
พัฒนบริหารศาสตร์, 2556.
ยศ สันตสมบัติ. มนุษย์กับวัฒนธรรม. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2544.
ศิริเพ็ญ ภู่มหภิญโญ. “การออกแบบลวดลายเรขศิลป์ผ้าพิมพ์ลายจากอัตลักษณ์ผ้าทอกะเหรี่ยง อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี.” วารสารมนุษยสังคมปริทัศน์, 22(2), 2563, (100-121).
สมศักดิ์ ศรีสันติสุข. สังคมวิทยาชนบท : แนวคิดทางทฤษฎีและแนวโน้มในสังคม : เอกสารตำราหลัก ประกอบการเรียนการสอน หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาการปกครองท้องถิ่น วิชา สังคมและวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: เอ็กซเปอร์เน็ท. 2550.
องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโป่ง. (2567), จาก https://www.huaypongsao.go.th/home
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารศิลปวัฒนธรรมสวนสุนันทา เป็นวารสารในรูปแบบเปิด (Open Access) ผู้ใช้ทั่วไปหรือระบบสารสนเทศของหน่วยงาน ฐานข้อมูลอัตโนมัติ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ สามารถเข้าถึง ดาวน์โหลด เอกสารไฟล์บทความบนเว็บไซต์วารสาร โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
ข้อความภายในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารศิลปวัฒนธรรมสวนสุนันทาทั้งหมด รวมถึงรูปภาพประกอบ ตาราง เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา การนำเนื้อหา ข้อความหรือข้อคิดเห็น รูปภาพ ตาราง ของบทความไปจัดพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสารอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรอนุญาตให้สามารถนำไฟล์บทความไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อได้ โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไข สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอน (Creative Commons License: CC) และ ต้องแสดงที่มาจากวารสาร – ไม่ใช้เพื่อการค้า – ห้ามแก้ไขดัดแปลง, Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และบุคลากร คณาจารย์ท่านอื่น ๆ ในราชวิทยาลัยฯแต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ