การยอมรับมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ของนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
คำสำคัญ:
การยอมรับกฎหมาย, พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์คือ ประเมินการยอมรับมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มีกลุ่มตัวอย่างของการศึกษาคือ นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติจำนวน346คนเครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม(Questionnaire) การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา คือ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในการอธิบายตัวแปร และใช้สถิติเชิงอนุมาน คือ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple regression)ในการหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่ทำการศึกษา
จากการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ทำการศึกษา มีการยอมรับมาตรการทางกฎหมายทุกมาตรการในระดับมาก (Mean = 4.20, S.D. = 1.598) ด้านการรับรู้กฎหมาย พบว่าส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 64.5) ด้านทัศนคติที่มีต่อกฎหมาย พบว่า อยู่ในระดับมาก (Mean = 3.74, S.D. = 0.722) ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบัญญัติของกฎหมาย พบว่า เห็นด้วยกับบทบัญญัต ของกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน (Mean = 3.751, S.D. = 0.707) พบว่า มีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 2 ปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับมาตรการทางกฎหมาย คือ ปัจจัยด้านทัศนคติต่อการมีกฎหมาย โดยเมื่อมีทัศนคติเชิงบวกต่อการมีกฎหมายในระดับที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อการยอมรับมาตรการทางกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติและปัจจัยการรับรู้กฎหมายโดยเมือมีการรับรู้กฎหมายในระดับที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อการยอมรับกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
จากผลการวิจัย ควรดำเนินโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้และสร้างทัศนคติที่ดีต่อกฎหมายให้เกิดการยอมรับและนำไปสู่การปฏิบัติตามกฎหมาย
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์จะเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารธุรกิจปริทัศน์
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

