การปรับตัวจากผลการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนในธุรกิจค้าปลีกแบบสมัยใหม่ ที่มีต่อธุรกิจค้าปลีกแบบเดิมในเขตกรุงเทพมหานคร
บทคัดย่อ
มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการการพัฒนาตนเองของร้านค้าปลีกแบบเดิม ในเขตกรุงเทพมหานครสู่การเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนในธุรกิจค้าปลีกแบบสมัยใหม่ 2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อ ความต้องการการช่วยเหลือจากรัฐบาลของร้านค้าปลีกแบบเดิมในเขตกรุงเทพมหานครสู่การเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนในธุรกิจค้าปลีกแบบสมัยใหม่ 3) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการปรับตัวร้านค้าปลีกแบบเดิมในเขตกรุงเทพมหานคร สู่การเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนในธุรกิจค้าปลีกแบบสมัยใหม่ และ 4) ศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อธุรกิจร้านค้าปลีกแบบเดิมในเขตกรุงเทพมหานครสู่การเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนในธุรกิจค้าปลีกแบบสมัยใหม่ การเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกแบบเดิมที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ได้ขนาดตัวอย่างจำนวน 400 คน สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเครเมอร์วี, สถิติไค-สแควร์ และวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ทั้งนี้ผลที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้ สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางใน
การวางแผนการลงทุนและพัฒนาธุรกิจค้าปลีกเดิมให้มีศักยภาพที่เหมาะสมสำหรับการเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดเล็ก และขนาดกลาง (SMEs) และบุคคลทั้งในประเทศและต่างประเทศที่สนใจธุรกิจค้าปลีก ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า สมมติฐานที่ 1 การเปิดเสรีการค้าในธุรกิจค้าปลีกแบบสมัยใหม่มีผลต่อธุรกิจค้าปลีกแบบเดิม จากผลการวิเคราะห์การทดสอบสมมติฐานระหว่างสภาพทั่วไปของธุรกิจค้าปลีกแบบเดิมกับการปรับตัวของร้านค้า ปลีกแบบเดิมโดยภาพรวม พบว่า การเปิดเสรีการค้าในธุรกิจ ค้าปลีกแบบสมัยใหม่ ทำให้สภาพทั่วไปของธุรกิจค้าปลีกมีผลต่อธุรกิจค้าปลีกแบบเดิม สมมติฐานที่ 2 การเปิดเสรีการค้าในธุรกิจค้าปลีกมีผลต่อการปรับตัวของธุรกิจค้าปลีกแบบเดิม จากผลวิเคราะห์การทดสอบสมมติฐานระหว่าง สภาพทั่วไปของธุรกิจค้าปลีกแบบเดิมกับการปรับตัวของธุรกิจค้าปลีกแบบเดิมภาพรวมพบว่า มีค่า P-Value ตั้งแต่ 0.002–0.029 ซึ่งน้อยกว่า 0.05 ดังนั้นต้องปฏิเสธสมมติฐานหลัก H0 หมายถึง การเปิดเสรีการค้าในธุรกิจค้าปลีกแบบสมัยใหม่มีผลต่อการปรับตัวของธุรกิจค้าปลีกแบบเดิมภาพรวม
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์จะเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารธุรกิจปริทัศน์
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

