การศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการปฏิบัติงานของฝ่ายส่งเสริมวิชาการ และงานทะเบียน: กรณีศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ
摘要
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ ศึกษาระดับความพึงพอใจของนักศึกษา และศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อปัจจัยการปฏิบัติงานของฝ่ายส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียนในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถภาคปกติ ที่มีการใช้บริการฝ่ายส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน ระหว่างวันที่ 1 – 26 ธันวาคม 2557 เฉพาะวันจันทร์ - วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 199 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติเชิงพรรณนาประกอบด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน คือการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบถอยหลัง (Backward Multiple Regression Analysis) เพื่อทำนายความพึงพอใจของนักศึกษามีผลต่อปัจจัยการปฏิบัติงานของฝ่ายส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน ผลการศึกษาพบว่า นักศึกษามีความพึงพอใจในการให้บริการด้านบุคลากร ด้านความสะดวกรวดเร็ว ด้านการจัดสถานที่ให้บริการ ด้านการสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับบริการ และด้านความเสมอภาค อยู่ในระดับปานกลาง ส่วนด้านมนุษยสัมพันธ์ของบุคลากรผู้ให้บริการ มีความพึงพอใจในอยู่ในระดับน้อย สำหรับความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อปัจจัยการปฏิบัติงานของฝ่ายส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน พบว่า ระดับความพึงพอใจด้านบุคลากร ระดับความ พึงพอใจด้านความสะดวกรวดเร็ว ระดับความพึงพอใจด้านการจัดสถานที่ให้บริการ ระดับความพึงพอใจด้านมนุษยสัมพันธ์ของบุคลากรผู้ให้บริการ และระดับความพึงพอใจด้านการสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับบริการ มีผลแสดงให้เห็นว่าค่อนข้างไม่พึงพอใจต่อการปฏิบัติงานของฝ่ายส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ของการตัดสินใจ (R2) ร้อยละ 84 และค่าสัมประสิทธิ์ของการตัดสินใจที่ปรับแล้ว (Adjusted R2) ร้อยละ 83.5
##submission.downloads##
已出版
##submission.howToCite##
期
栏目
##submission.license##
All articles published in the Business Administration and Management Journal Review are copyrighted by the journal.
The views and opinions expressed in each article are solely those of the individual authors and do not represent those of Huachiew Chalermprakiet University or any other faculty members. Each author is fully responsible for the content of their own article. Any errors or issues found are the sole responsibility of the respective author.
