ผลการดำเนินงานด้านการจับจังหวะเวลาการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ในประเทศไทย โดยใช้แบบจำลองของ Treynor and Mazuy และแบบจำลองของ Henriksson and Merton
คำสำคัญ:
การจับจังหวะเวลาการลงทุน, กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพบทคัดย่อ
งานวิจัยเชิงประยุกต์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาผลการดำเนินงานด้านการจับจังหวะ
เวลาการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพในประเทศไทยระหว่างเดือนมกราคม พ.ศ. 2556
ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2558 จำนวน 94 กองทุน โดยใช้แบบจำลองของ Treynor and Mazuy
(1966) และ แบบจำลองของ Henriksson and Merton (1981) และ (2) หาความสัมพันธ์ของผล
การดำเนินงานจากการคำนวณของแบบจำลองทั้งสองชนิด การวิเคราะห์สถิติเชิงอนุมานใช้สถิติ
Binomial Test และ สถิติ Pearson Correlation
ผลการศึกษาจากแบบจำลองของ Treynor and Mazuy พบว่ากองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ
จำนวน 2 จาก 94 กองทุนที่มีความสามารถด้านการจับจังหวะเวลาการลงทุนดีกว่ากลุ่มหลักทรัพย์
ตลาด ณ ระดับนัยสำคัญที่ 0.05 และผลการศึกษาจากแบบจำลองของ Henriksson and Merton
พบว่ามีเพียง 3 กองทุนที่มีผลการดำเนินงานด้านการจับจังหวะเวลาการลงทุนดีกว่ากลุ่มหลักทรัพย์
ตลาด ณ ระดับนัยสำคัญที่ 0.05 จากการทดสอบ Binomial test ยืนยันว่า กองทุนส่วนใหญ่ มีผล
การดำเนินงานด้านการจับจังหวะเวลาการลงทุนต่ำกว่ากลุ่มหลักทรัพย์ตลาด ส่วนผลของความ
สัมพันธ์ของแบบจำลองทั้งสองพบว่า แบบจำลองมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกัน ณ ระดับ
นัยสำคัญที่ 0.05 ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า เมื่อนำแบบจำลองทั้งสองแบบมาประยุกต์ใช้จะให้ผลลัพธ์
คล้ายคลึงกัน
เอกสารอ้างอิง
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. (2558). กองทุนรวม. สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2559 จาก RMF คือ
อะไร เว็บไซต์: https://www.set.or.th/education/th/begin/mutualfund_content09.pdf
ธีราลักษณ์ สัจจะวาที. (2557). ผลการดำเนินงานจากการจับจังหวะเวลาการลงทุน. สุทธิปริทัศน์,
28(85), 22-44.
ยุทธศักดิ์ รุ่งธีรานนท์. (2555). กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ โดยใช้แบบจำลองของเฮนริคสันและเมอร์
ตัน.การศึกษาค้นคว้าอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สรศาสตร์ สุขเจริญสิน และ ปริยดา สุขเจริญสิน. (2556). ความสม่ำเสมอของผลการดำเนินงาน
ของกองทุนรวมตราสารทุนในประเทศไทย. วารสารเศรษฐศาสตร์ปริทัศน์ สถาบันพัฒน
บริหารศาสตร์, 7(2), 101-132.
ศุภชัย ศรีสุชาติ. (2544). การประเมินความสามารถของกองทุนรวมในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์,
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Bird, R., Chin, H. and McCrae, M. (1983). The Performance of Australian Supperannuation Funds.
Australian Journal of Management, 8 (1), 49-69.
Chunhachinda, P. and Tangprasert, S. (2004). Market and Volatility Timing Abilities: A New
Evidence of Mutual Funds in Thailand. Thammasat Review, 9, 161-185.
Fama, E. (1972). Components of Investment Performance. The Journal of Finance, 27, 551-568.
Ferson, W and Schadt, R., (1996). Measuring Fund Strategy and Performance in Changing
Economic Conditions. The Journal of Finance, 51, 425-461.
Henriksson, R.D. and Merton, R.C. (1981). On Market Timing and Investment Performance II
Statistical Procedures for Evaluating Forecasting Skills. Journal of Business, 54, 513-533.
Jegasothy, K., Tippet, J. and Satjawathee. T. (2005). Analysis of the Performance of Thailand’s
Equity Fund Industry, 1992-2000. Asian Profile Journal, 33 (5), 455-469.
Jegasothy, K., and Satjawathee. T. (2008). Fund Performance Persistence: Thailand Equity Funds
Analysis’, Asian Profile Journal, 36 (5), 507-520.
Jensen, M.C. (1968). The Performance of Mutual Funds in the Period 1945-1964. The Journal of
Finance, 23, 389-416.
Longani, R., Satjawathee, T., Jeagasothy, J. (2013). Selectivity and Market Timing Performance in
a Developing Country’s Fund Industry. Thai Equity Funds Case. Journal of Applied
Finance & Banking, 3(2), 89-108.
Low, S. W. (2012). Market Timing and Selectivity Performance: A Cross-sectional Analysis of
Malaysian Unit Trust Funds. Prague Economic Papers, 21 (2), 205-219.
Reilly, F.K. and Brown, C. (2012). Analysis of Investment and Management of Portfolio. (10th
ed.). Canada: South-Western.
Robson, G.N. (1986). The Investment Performance of Unit Trusts and Mutual Funds in Australia
for the Period 1969 to 1978. Accounting and Finance, 26 (1), 55-79.
Treynor, J.L. and Mazuy, K.K. (1966). Can Mutual Fund Outguess the Market?. Harvard Business
Review, 44, 131-136.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์จะเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารธุรกิจปริทัศน์
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

