แนวทางการส่งเสริมการพัฒนาตนเองของพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
คำสำคัญ:
การพัฒนาตนเอง, พยาบาลวิชาชีพ, ปัจจัยจูงใจบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับการพัฒนาตนเองของพยาบาลวิชาชีพ (2) ศึกษาปัจจัยจูงใจที่ส่งผลต่อการพัฒนาตนเองของพยาบาลวิชาชีพ และ (3) ศึกษาแนวทางการส่งเสริมการพัฒนาตนเองของพยาบาลวิชาชีพ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลหัวหิน จำนวน 138 คน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 8 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ใช้สถิติไคสแควร์ และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษา พบว่า (1) การพัฒนาตนเองของพยาบาลวิชาชีพ อยู่ในระดับมาก (2) ปัจจัยจูงใจ ด้านความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และด้านลักษณะงานที่ทำ มีความสัมพันธ์เชิงเหตุ-ผลกับการพัฒนาตนเองของพยาบาลวิชาชีพ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.001 ส่วนด้านการได้รับการยอมรับ และด้านความรับผิดชอบ มีความสัมพันธ์ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.01 (3) แนวทางการส่งเสริมการพัฒนาตนเองของพยาบาลวิชาชีพ พบว่า ควรส่งเสริมให้บุคลากรได้เข้ารับการฝึกอบรมการใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศใหม่ ๆ หรือเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านสื่อต่าง ๆ
เอกสารอ้างอิง
กิ่งกาญจน์ ใจซื่อกุล. (2555, กันยายน). ความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาตนเองของพยาบาลวิชาชีพ ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของหัวหน้าหอผู้ป่วยกับความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของกลุ่มการพยาบาล ตามการรับรู้ของพยาบาลวิชาชีพประจำการโรงพยาบาลชุมชน เขตตรวจราชการสาธารณสุขที่ 4. การประชุมเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษามหาวทิยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, กรุงเทพฯ, ประเทศไทย.
จินตนา วิชญเศรณี. (2561). แนวทางการบริหารการพยาบาลในภาพรวมองค์กรพยาบาล. ประจวบคีรีขันธ์: โรงพยาบาลหัวหิน. https://www.huahinhospital.go.th/file_doc/files-15253.pdf
จิระภา กฤติยาวรรณ์. (2559). ความต้องการพัฒนาตนเองของข้าราชการตำรวจกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี. [วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์] มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด.
ณัฐกุล ภูกลาง. (2561). การพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. [รายงานการวิจัยบุคลากร (R2R), มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคา].
http://fulltext.rmu.ac.th/fulltext/2561/M126183/Phooklang%20Nattakul.pdf
พรพรรณ พูวัฒนาธนสิน. (2562). ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาตนเองในการทำงานของข้าราชการกองบัญชาการกองทัพไทย พื้นที่แจ้งวัฒนะ. วารสารสมาคมนักวิจัย, 24(3), 290-305.
พิชญากร ศรีปะโค. (2557). การพัฒนาวิชาชีพพยาบาล : การพัฒนาภาวะผู้นำทางการพยาบาล. วารสารพยาบาลทหารบก, 15(3), 1-8.
ละออ นาคกุล. (2557). ความต้องการในการพัฒนาตนเองของบุคลากรในโรงพยาบาลรามาธิบดี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ, 30(1), 22-33.
วัชรี ขันธเนตร. (2554). ความต้องการพัฒนาตนเองในการทำงานของช้าราชการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง. [วิทยานิพนธ์ศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์]. https://dric.nrct.go.th/index.php?/Search/SearchDetail/261213
ศรีวรรณ แก้วทองดี. (2562). แนวทางการพัฒนาตนเองของครูในสถานศึกษา สหวิทยาเขตบึงสามพัน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 40. [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์]. http://ns.nsru.ac.th
Diez S. A., Gonzalez A., Delgado V., Flowers M., Maltseva T. & Olenick M. (2020). COVID-19 and advance practice registered nurses: fronline update. J Nurse Pract, 16, 551-555.
Herzberg, F. (1959). Federick; Mausner, Bernard; and Synderman, Block the Motivation to Work. New York: John Willey.
Maik, N. (2010). A Study on Motivational Factors of the Faculty Members at University of Balochistan. Sebian Journal of Management, 5(1), 143-149.
Megginson, D. & Pedler, M. (1992). Self development: A Facilator,s guide. London:McGraw–Hill.
Nadler, L. (1980). Corporate Human Resource Development: A Management Tool. Housto: Gulf
Nadler, L. & Wiggs, G. D. (1989). Managing human resources development. SanFrancisco, California: Jossey-Bass.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารบริหารธุรกิจและการจัดการปริทัศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์จะเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารธุรกิจปริทัศน์
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว

