การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่เน้นการมีส่วนร่วมเชิงรุกร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ (ENGAGE Model) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการสื่อสารและลดความวิตกกังวล ในการพูดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการ จัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่เน้นการมีส่วนร่วมเชิงรุกร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์ตามแบบ ENGAGE Model สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) 2) ศึกษาผลของการใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้น ต่อความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักเรียน และ 3) ศึกษาผลของการใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้นต่อความวิตกกังวล ในการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียน กลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนศรีเสมาวิทยาเสริม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 จำนวน 20 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย รูปแบบการจัด การเรียนรู้ ENGAGE Model และแผนการจัดการเรียนรู้ 12 แผน แบบประเมินความสามารถในการสื่อสาร ภาษาอังกฤษ แบบวัดความวิตกกังวลในการพูดภาษาอังกฤษ แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรม และแบบสัมภาษณ์ แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบทีแบบกลุ่มสัมพันธ์ (Paired-samples t-test) ค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์เนื้อหาสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบ ENGAGE Model ที่พัฒนาขึ้นผ่านกระบวนการ PLC ได้รับการประเมินความเหมาะสม จากผู้ทรงคุณวุฒิในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก (X̄ = 4.65) และแผนการจัดการเรียนรู้ทั้ง 12 แผนอยู่ในระดับเหมาะสมมาก (X̄ = 4.21) 2) ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ ของนักเรียนหลังการทดลอง (X̄ = 17.35, S.D. = 2.18) สูงกว่า ก่อนการทดลอง (X̄ = 14.35, S.D. = 1.23) อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 7.427, p < .001, Cohen's d = 1.66) และ 3) ความวิตกกังวลในการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียน ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยคะแนน ความรู้สึกเชิงบวกหลังการทดลอง (X̄ = 76.65, S.D. = 3.77) สูงกว่า ก่อนการทดลอง (X̄ = 60.40, S.D. = 5.38) (t = 13.133, p < .001, Cohen's d = 2.94) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ จากการสังเกตพฤติกรรมและการสัมภาษณ์มี ความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบ ENGAGE Model สามารถส่งเสริมความสามารถในการ สื่อสารและลดความวิตกกังวลในการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ได้อย่างมีประสิทธิผล
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เงื่อนไขและข้อตกลงการตีพิมพ์เผยแพร่
-
กระบวนการประเมิน: บทความทุกเรื่องต้องผ่านการพิจารณาให้ความเห็นและประเมินคุณภาพทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Reviewers) ที่มีความเชี่ยวชาญ อย่างน้อย 3 ท่านต่อบทความ โดยรูปแบบการประเมินเป็นแบบปกปิดรายชื่อทั้งสองฝ่าย (Double-Blind Peer Review)
-
การตีพิมพ์ซ้ำซ้อน: บทความที่ส่งมาต้องไม่เคยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารอื่นใดมาก่อน และไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น
-
ข้อตกลงลิขสิทธิ์: บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
-
ความรับผิดชอบด้านเนื้อหา: เนื้อหา ข้อคิดเห็น ทัศนะ และความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมดในบทความ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์แต่เพียงผู้เดียว โดยไม่เกี่ยวข้องหรือถือเป็นความเห็นของบรรณาธิการและวารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย
เอกสารอ้างอิง
จิตติน เพลงสันเทียะ. (2564). ผลการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี). ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2566). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2566. สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน).
Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W. H. Freeman.
Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom (ASHE-ERIC Higher Education Report No. 1). The George Washington University, School of Education and Human Development.
Chickering, A. W., & Gamson, Z. F. (1987). Seven principles for good practice in undergraduate education. AAHE Bulletin, 39(7), 3--7.
DuFour, R., Eaker, R., & Many, T. (2010). Learning by doing: A handbook for professional learning communities at work (2nd ed.). Solution Tree.
Education First. (2023). EF English Proficiency Index 2023. EF Education First.
Horwitz, E. K., Horwitz, M. B., & Cope, J. (1986). Foreign language classroom anxiety. The Modern Language Journal, 70(2), 125--132. https://doi.org/10.1111/j.1540-4781.1986.tb05256.x
Kaplan, A. M., & Haenlein, M. (2010). Users of the world, unite! The challenges and opportunities of social media. Business Horizons, 53(1), 59--68. https://doi.org/10.1016/j.bushor.2009.09.003
Krashen, S. D. (1982). Principles and practice in second language acquisition. Pergamon Press.
Richards, J. C. (2006). Communicative language teaching today. Cambridge University Press.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes (M. Cole, V. John-Steiner, S. Scribner, & E. Souberman, Eds. & Trans.). Harvard University Press.