รูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาครูในการจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะชีวิตเชิงบวก สำหรับนักเรียน โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 จังหวัดเลย
คำสำคัญ:
รูปแบบการบริหาร, การพัฒนาครู, ทักษะชีวิตเชิงบวก, นักเรียนด้อยโอกาส, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการพัฒนาตนเองของครูในการจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะชีวิตเชิงบวกสำหรับนักเรียน โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 จังหวัดเลย 2) สร้างรูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาครูในการจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะชีวิตเชิงบวกสำหรับนักเรียน โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 จังหวัดเลย 3) ศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารที่พัฒนาขึ้น 4) ประเมิน ความเป็นไปได้ของการนำรูปแบบไปใช้ และ 5) พัฒนาแนวทางการประยุกต์ใช้รูปแบบในโรงเรียนที่จัดการศึกษาสำหรับนักเรียนด้อยโอกาสหรือมีลักษณะใกล้เคียง
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ประกอบด้วย 5 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการพัฒนาตนเองของครู โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จากแบบสอบถามกับครูกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน รวมทั้งจาก การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหาร ครู และนักวิชาการ จำนวน 9 คน ระยะที่ 2 สร้างรูปแบบการบริหาร โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากระยะที่ 1 เพื่อยกร่างรูปแบบการบริหาร และตรวจสอบความเหมาะสมของร่างรูปแบบการบริหาร โดยการจัดสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 12 คน ระยะที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบกับครูกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน จากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 27 จังหวัดหนองคาย ซึ่งได้จากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยเก็บข้อมูลก่อนและหลังการทดลองด้วยแบบทดสอบความรู้ แบบประเมินทักษะการจัดกิจกรรม และแบบวัดเจตคติของครู วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบค่าที (t-test) ระยะที่ 4 ประเมินความเป็นไปได้ของรูปแบบ โดยสอบถามความคิดเห็นของผู้บริหารและครูจำนวน 180 คน เกี่ยวกับความเป็นไปได้ และข้อเสนอแนะในการนำรูปแบบไปใช้จริง ระยะที่ 5 สังเคราะห์แนวทางการประยุกต์ใช้รูปแบบในโรงเรียนที่มีบริบทใกล้เคียง โดยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา (Content Analysis) จากระยะที่ 1–4 เพื่อนำเสนอเป็นแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
ผลการวิจัยพบว่า 1) ครูมีความต้องการพัฒนาด้านความรู้ การออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ และการประเมินผลเชิงพฤติกรรม 2) รูปแบบการบริหารที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) หลักการ (2) จุดมุ่งหมาย (3) ปัจจัยนำเข้า (4) กระบวนการดำเนินงาน (5) การประเมินผล (6) ผลลัพธ์ และ (7) ผลกระทบ 3) ผลการทดลองใช้รูปแบบแสดงให้เห็นว่าครูมีพัฒนาการด้านความรู้สูงกว่าก่อนทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทักษะการจัดกิจกรรมของครูอยู่ในระดับดี และมีเจตคติของครูที่มีต่อการจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะชีวิตเชิงบวกอยู่ในระดับเห็นด้วยอย่างยิ่ง 4) การประเมินความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารอยู่ในระดับสูงมาก และ 5) แนวทางการประยุกต์ใช้รูปแบบ ควรมุ่งเน้นการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม การสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) และการนิเทศติดตามแบบเสริมพลัง
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2563). แผนการศึกษาชาติ พ.ศ. 2560–2579 ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2563).
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
ธวัชชัย สังขะวัฒน์. (2563). การพัฒนาทักษะการสื่อสารในศตวรรษที่ 21 สำหรับนักเรียน
มัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ศิริลักษณ์ พงศ์ทอง. (2565). การพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อการจัดการความเครียดของนักเรียน
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในพื้นที่เสี่ยง. วารสารวิชาการครุศาสตร์, 14(1), 88–105.
ศิริพร เกิดผล. (2563). การพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครู. วิทยานิพนธ์
ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563). แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการจัด
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2563–2565. กรุงเทพฯ: สพฐ.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
(พ.ศ. 2561–2580). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
อารีรัตน์ กัณหา. (2564). การบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาครูในโรงเรียนระดับ
ประถมศึกษา. วารสารวิชาการครุศาสตร์, 29(2), 45–58.
วรรณภา ลิ้มศิริวัฒน์. (2565). การพัฒนารูปแบบกิจกรรมทักษะชีวิตเพื่อเสริมสร้างความ
เข้มแข็งทางจิตใจของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์, 33(3), 121–135.
scitech.kpru.ac.th. (2022). บทบาทของทักษะชีวิตต่อความสามารถในการจัดการปัญหาของนักเรียน
ยุคใหม่. สืบค้นจาก https://scitech.kpru.ac.th
TDRI (Thailand Development Research Institute). (2023). การศึกษาไทยกับทักษะแห่งอนาคต:
ทบทวนและทิศทาง. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย.
Benson, P. L., Scales, P. C., Hamilton, S. F., & Sesma, A. Jr. (2020). Positive youth
development: Theory, research, and applications. In W. Damon & R. M. Lerner (Eds.),
Handbook of child psychology and developmental science (7th ed., Vol. 1). Wiley.
Darling-Hammond, L., Hyler, M. E., & Gardner, M. (2017). Effective teacher professional
development. Learning Policy Institute.
Dick, W., & Carey, L. (2015). The systematic design of instruction (8th ed.). Pearson.
DuFour, R., & Fullan, M. (2013). Cultures built to last: Systemic PLCs at work. Solution
Tree Press.
Duckworth, A. L., Peterson, C., Matthews, M. D., & Kelly, D. R. (2019). Grit: Perseverance
and passion for long-term goals. Journal of Personality and Social Psychology, 92(6),
–1101.
Durlak, J. A., Domitrovich, C. E., Weissberg, R. P., & Gullotta, T. P. (2019). Handbook of
social and emotional learning: Research and practice. The Guilford Press.
Durlak, J. A., Weissberg, R. P., Dymnicki, A. B., Taylor, R. D., & Schellinger, K. B. (2011).
The impact of enhancing students’ social and emotional learning: A meta‐analysis
of school‐based universal interventions. Child Development, 82(1), 405–432.
Eisenberg, N., Spinrad, T. L., & Eggum, N. D. (2018). Emotion-related self-regulation and
its relation to children's maladjustment. Annual Review of Clinical Psychology, 6, 495–
Gross, J. J. (2014). Emotion regulation: Conceptual and practical issues. In J. J. Gross
(Ed.), Handbook of emotion regulation (2nd ed., pp. 3–20). The Guilford Press.
Jennings, P. A. (2019). The mindful school: Transforming school culture through
mindfulness and compassion. W. W. Norton & Company.
Joyce, B., & Weil, M. (2018). Models of teaching (10th ed.). Pearson.
Kern, M. L., Waters, L., Adler, A., & White, M. A. (2016). A multidimensional approach to
measuring well-being in students: Application of the PERMA framework. The Journal of
Positive Psychology, 10(3), 262–271.
Payton, J., Weissberg, R. P., Durlak, J. A., Dymnicki, A. B., Taylor, R. D., Schellinger, K. B.,
Pachan, M. (2008).The positive impact of social and emotional learning for
Kindergarten to eighth-grade students: Findings from three scientific reviews.
Collaborative for Academic, Social, and Emotional Learning.
Richey, R. C., & Klein, J. D. (2019). Design and development research: Methods,
strategies, and issues (2nd ed.). Routledge.
Seligman, M. E. P. (2011). Flourish: A visionary new understanding of happiness and
well- being. Free Press.
Seligman, M. E. P. (2018). Positive psychology: A personal history. In S. J. Lopez (Ed.),
The Routledge international handbook of positive psychology (pp. 7–11). Routledge.
Sparks, D., & Hirsh, S. (2018). A new vision for professional learning. Learning Forward.
Schleider, J. L., & Weisz, J. R. (2018). Little treatments, promising effects? Meta‐analysis
of single‐session interventions for youth psychiatric problems. Journal of the
American Academy of Child and Adolescent Psychiatry, 56(2), 107–115.
Weare, K., & Nind, M. (2021). Mental health promotion and problem prevention in
schools: What does the evidence say? Health Promotion International, 36(2), 287–
World Health Organization. (1997). Life skills education for children and adolescents in
schools:Introduction and guidelines to facilitate the development and
implementation of life skills programmes. World Health Organization.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
