นวัตกรรมการบริหารวัฒนธรรมองค์กรในช่วงเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
คำสำคัญ:
นวัตกรรม, การบริหารวัฒนธรรมองค์กร, การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาบริบทการบริหารวัฒนธรรมองค์กรในช่วงเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลที่ส่งผลต่อการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของสถานศึกษา 2) เพื่อสร้างนวัตกรรมการบริหารวัฒนธรรมองค์กรในช่วงเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของสถานศึกษา และ 3) เพื่อประเมินนวัตกรรมการบริหารวัฒนธรรมองค์กรในช่วงเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของสถานศึกษา รูปแบบการวิจัยเป็นแบบผสานวิธี โดยมีสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศไทย เป็นพื้นที่ศึกษา กลุ่มตัวอย่าง คือผู้อำนวยการสถานศึกษาหรือรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ครูที่ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ และครูที่ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา จำนวน 1,059 คน ใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ ผู้มีวุฒิการศึกษาระดับเอก สาขาการบริหารการศึกษา ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารวัฒนธรรมองค์กรในช่วงเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล และความเชี่ยวชาญทางด้านการสร้างนวัตกรรมการบริหารวัฒนธรรมองค์กรในช่วงเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 9 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ และแบบประเมินนวัตกรรม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่านวัตกรรมการบริหารวัฒนธรรมองค์กรในช่วงเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของสถานศึกษา มี 4 ด้าน ดังนี้ 1) ด้านนวัตกรรมการบริหาร 2) ด้านการบริหารวัฒนธรรมองค์กร 3) ด้านวัฒนธรรมองค์กร 4) ด้านการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล
เอกสารอ้างอิง
จารุวรรณ นาตัน. (2556). นวัตกรรมการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร.
จิตติมา อัครธิติพงศ์. (2561). การบริหารสถานศึกษาแนวใหม่. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐณิชา สมฤทธิ์. (2564). การศึกษาปัจจัยลักษณะงาน แรงจูงใจในการทำงาน และวัฒนธรรมองค์การ
ที่มีผลต่อความผูกพันกับองค์การของพนักงานบริษัทท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ในจังหวัดพังงา.
การค้นคว้าอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, กรุงเทพมหานคร.
ธนู ขวัญเดช. (2565). การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาให้แก่คนไทยทุกช่วงวัย และการพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ไทยในยุคดิจิทัล. วารสารสังคมศาสตร์บูรณาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 9(1), 87–103.
นพดล เจนอักษร. (2566). ประมวลสาระชุดวิชา ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
นวชล สมบูรณ์สิน. (2564). รูปแบบการจัดการนวัตกรรมทางการบริหารในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ปัญญา เลิศไกรและคณะ. (2562). การจัดการนวัตกรรมการพัฒนาองค์กร. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์. มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย, 6(8), หน้า 3745-3757.
ภัทรา จรรยาธรรม. (2564). การบริหารสถานศึกษาเอกชนในยุคดิจิทัล. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร.
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. (2559). เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) กับการศึกษาไทย. เอกสารเผยแพร่ภาควิชาเศรษฐศาสตร์การศึกษา.
มัณฑนา พันธ์จรูญ และคณะ. (2560). แนวทางการวิจัยเชิงบูรณาการ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรรณพงษ์ ดุรงคเวโรจน์. (2566). เศรษฐศาสตร์การพัฒนา (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
รัตนวดี โมรากุล. (2560). การวิเคราะห์องค์ประกอบองค์การแห่งนวัตกรรมของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. นครปฐม: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.
วัชรพจน์ ทรัพย์สงวนบุญ, เวทยา ใฝ่ใจดี และปรียากมล เอื้องอ้าย. (2563 ข). การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลเพื่อยกระดับความสามารถทางการแข่งขันองค์กร กรณีศึกษา ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม. วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์, 14(20), 25–44.
วิสุทธิ์ วิจิตรพัชราภรณ์. (2566). Design Thinking กับการสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนรู้. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษา, 14(1), 45–59.
ศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลภาครัฐ (DGTI). (2566). การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล: กลยุทธ์และแนวทางปฏิบัติสำหรับภาครัฐ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการอิเล็กทรอนิกส์ (กพศ.)
สุกัญญา แช่มช้อย. (2565). การบริหารสถานศึกษาเพื่อสร้างนวัตกรรุ่นเยาว์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สันติภัทร โคจีจุล. (2562). แนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนนโยบายการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของศึกษาธิการจังหวัด. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
สัมมา รธนิธย์. (2560). การบริหารสถานศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สายพิณ ปั้นทอง. (2563). กลยุทธ์การจัดการรูปแบบการทำงานเพื่อการพัฒนาสู่องค์กรยุคใหม่. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 12 มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม, 9–10 กรกฎาคม, หน้า 1400–1407. นครปฐม: มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). โรงเรียนประถมศึกษาที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สืบค้นจาก http://www.bopp.go.th/?page_id=878
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2566–2570. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
อนุรักษ์ พูลศรี. (2564). การจัดการองค์กร. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Guskey, T.R. (2000). Evaluating Professional Development. California: Corwin Press.
Keeves, J.P. (1997). Educational Research, Methodology, and Measurement: An International Handbook. Cambridge: Cambridge University Press.
Likert, S. (1967). The Method of Constructing and Attitude Scale. In Fishbein, M. (Ed.), Attitude Theory and Measurement (pp. 90–95). New York: Wiley & Sons.
Plekhanov, D., Franke, H., & Netland, T. H. (2023). Digital transformation: A review and research agenda. European Management Journal, 41(6), 821–844.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
