เหตุผลของความเหงาในนักศึกษามหาวิทยาลัยที่อยู่ไกลบ้านในภาวะปกติใหม่
คำสำคัญ:
ความเหงา, นักศึกษาที่อยู่ไกลบ้าน, ภาวะปกติใหม่บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) อธิบายความเหงาของนักศึกษาที่อยู่ไกลบ้านในภาวะปกติใหม่ และ (2) ทำความเข้าใจสาเหตุของความเหงาของนักศึกษาที่อยู่ไกลบ้านในภาวะปกติใหม่ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวน 6 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่เคยเรียนแบบออนไลน์เต็มรูปแบบในชั้นปีที่ 1 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และกลับมาเรียนแบบพบหน้าในชั้นปีที่ 2 อาศัยอยู่ในหอพัก มีความเหงาในระดับปานกลางถึงมาก การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยคำถามแบบกึ่งโครงสร้าง โดยให้ผู้ให้ข้อมูลระลึกถึงประสบการณ์ในอดีต (retrospective study) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) และนำเสนอผลในลักษณะพรรณนา ผลการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนตามวัตถุประสงค์ พบว่า ความเหงาของนักศึกษาที่อยู่ไกลบ้านในภาวะปกติใหม่มีลักษณะจำแนกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ (1) ความเหงาจากการปรับตัวต่อการมีปฏิสัมพันธ์แบบตัวต่อตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเสื่อมถอยของทักษะทางสังคม ความไม่มั่นใจในการพูดคุยหรือเข้าสังคม และความเคยชินกับการอยู่ลำพัง (2) ความเหงาจากการขาดความสัมพันธ์ทางสังคมที่มีความหมาย แม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คนในมหาวิทยาลัยแต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยว และ (3) ความเหงาที่สัมพันธ์กับสุขภาพจิต เช่น ความเหนื่อยล้า ความวิตกกังวล อาการทางกายที่สะท้อนภาวะทางอารมณ์ ส่วนสาเหตุของความเหงาแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก โดยปัจจัยภายในประกอบด้วย (1) ความไม่มั่นใจในการเข้าสังคม (2) การด้อยค่าตนเอง (3) การเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น และ (4) ความไม่ไว้วางใจผู้อื่น ซึ่งล้วนส่งผลต่อการปลีกตัวและหลีกเลี่ยงการสร้างความสัมพันธ์ ส่วนปัจจัยภายนอก ได้แก่ (1) สภาพแวดล้อมทางสังคมที่ไม่เอื้อต่อการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ และ (2) ผลกระทบจากการเรียนออนไลน์ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งจำกัดโอกาสในการสร้างเครือข่ายและพัฒนาความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ความเหงาของนักศึกษาที่อยู่ไกลบ้านในภาวะปกติใหม่มีลักษณะเฉพาะที่เกิดจากบริบทหลังโควิด-19 และควรได้รับการดูแลส่งเสริมทั้งในด้านจิตใจ ทักษะทางสังคม และการออกแบบกิจกรรมสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยอย่างเหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (2562). ความเหงาและสุขภาพจิต. นนทบุรี: สำนักสุขภาพจิตประชากร.
กรมสุขภาพจิต. (2562). รู้จักความเหงา: อารมณ์พื้นฐานของมนุษย์. สืบค้นจาก https://www.dmh.go.th
กรมสุขภาพจิต. (2563). ชีวิตวิถีใหม่กับสุขภาพจิต. กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข.
กรมสุขภาพจิต. (2563). แนวโน้มสุขภาพจิตคนไทยในยุค New Normal. สืบค้นจาก https://www.dmh.go.th
กรมสุขภาพจิต. (2565). รายงานสถานการณ์สุขภาพจิตวัยรุ่นหลังโควิด-19. กรุงเทพฯ: สำนักสุขภาพจิตสังคม.
กรุงเทพธุรกิจ. (2564). โซเชียลมีเดีย: ดาบสองคมของวัยรุ่นยุคโควิด. สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com
จิรพงษ์ เรืองรอง. (2563). New Normal วิถีใหม่ที่คนไทยต้องปรับตัว. วารสารพัฒนาสังคม, 25(1), 41–53.
จิรพงษ์ เรืองรอง. (2563). พฤติกรรมและการปรับตัวในยุค New Normal. วารสารวิชาการสังคมศาสตร์, 17(2), 55–70.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2564). ความเหงา: ปัญหาสุขภาพจิตในระดับโลก. กรุงเทพฯ: ศูนย์วิจัยสุขภาพจิต.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2564). รายงานความเหงากับผลกระทบสุขภาพจิตในช่วงโควิด-19. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2566). รายงานผลกระทบของการใช้สื่อออนไลน์ต่อความสัมพันธ์ทางสังคมของวัยรุ่น. กรุงเทพฯ: คณะนิเทศศาสตร์.
ชญานุช เรืองจันทร์. (2563). New Normal กับความปกติใหม่ในวิถีชีวิตของคนไทย. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 9(3), 112–125.
ชญานุช เรืองจันทร์. (2563). วิถีชีวิตใหม่ภายใต้สถานการณ์โควิด-19. วารสารรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์, 12(2), 22–34.
ไทยพีบีเอส. (2567). ความเครียด ความเหงา และภาวะซึมเศร้าหลังโควิด. ThaiPBS Online. เข้าถึงจาก https://www.thaipbs.or.th
นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน. (2563). ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อความปลอดภัยและความสุขร่วมกัน. สืบค้นจาก ศูนย์ข้อมูล COVID-19 ประเทศไทย (https://www.thaigov.go.th หรือ https://www.facebook.com/thaimoph)
พระมหาบุญเกิด กตเวที. (2565). วิถีใหม่ในยุคหลังโควิด-19 กับการดำรงชีวิตทางสังคม. วารสารพุทธศาสตร์, 29(2), 13–27.
พระมหาบุญเกิด กตเวที. (2565). สังคมหลังโควิด-19 กับการปรับพฤติกรรมสู่ความปกติใหม่. วารสารธรรมศาสตร์, 47(4), 88–101.
มาลี บุญศิริพันธ์. (2563). การปรับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ในสังคมไทยหลังโควิด-19. วารสารสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา, 38(1), 23–34.
วสันต์ ลิมป์เฉลิม. (2551). การวิเคราะห์ความเหงาในสังคมยุคใหม่. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักข่าวไทยพีบีเอส. (2567). ผลสำรวจสุขภาพจิตประชาชนไทยหลังโควิด. สืบค้นจาก https://www.thaipbs.or.th/news
สำนักข่าวออนไลน์เอชโฟกัส. (2567). ปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มนักศึกษาไทยยังน่าห่วง. สืบค้นจาก https://www.hfocus.org
องค์การอนามัยโลก. (2024). Social connection and public health. Geneva: World Health Organization.
เอชโฟกัส. (2567). รายงานสถานการณ์สุขภาพจิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย. Hfocus News. เข้าถึงจาก https://www.hfocus.org
Active Minds. (2024). Student mental health survey report 2024. Retrieved from https://www.activeminds.org/research
American Psychiatric Association. (2024). Loneliness: Mental health implications. Washington, DC: APA Publishing.
Bandura, A. (2001). Social cognitive theory: An agentic perspective. Annual Review of Psychology, 52, 1–26.
Bowlby, J. (1982). Attachment and loss: Vol. 1. Attachment (2nd ed.). New York: Basic Books.
Bu, F., Steptoe, A., & Fancourt, D. (2020). Loneliness during strict lockdown: Trajectories and predictors during the COVID-19 pandemic in 38,217 UK adults. Social Science & Medicine, 265, 113521.
Cacioppo, J. T., Cacioppo, S., Capitanio, J. P., & Cole, S. W. (2015). The neuroendocrinology of social isolation. Annual Review of Psychology, 66(1), 733–767.
Clark, E. M. (1961). Loneliness. In F. F. Reichmann (Ed.), Loneliness. New York: Harper & Row.
Dickey, D. (2022). New normal and adolescent developmental challenges post-COVID. Journal of Adolescent Health, 70(4), 389–394.
Fromm Reichmann, F. (1959). Loneliness. Psychiatry: Journal for the Study of Interpersonal Processes, 22(1), 1–15.
Groarke, J. M., Berry, E., Graham-Wisener, L., McKenna-Plumley, P. E., McGlinchey, E., & Armour, C. (2020). Loneliness in the UK during the COVID-19 pandemic: Cross-sectional results from the COVID-19 Psychological Wellbeing Study. PLOS ONE, 15(9), e0239698.
Harvard Graduate School of Education. (2024). Understanding loneliness in higher education. Retrieved from https://www.gse.harvard.edu
Hawkley, L. C., & Cacioppo, J. T. (2010). Loneliness matters: A theoretical and empirical review of consequences and mechanisms. Annals of Behavioral Medicine, 40(2), 218–227.
Hysing, M., Petrie, K. J., Bøe, T., & Sivertsen, B. (2020). Only the lonely: A study of loneliness among university students in Norway. Clinical Psychology in Europe, 2(1), Article e2743.
Leary, M. R., & Kowalski, R. M. (1995). Social anxiety. New York: Guilford Press.
Lincoln, Y. S., & Guba, E. G. (1985). Naturalistic Inquiry. Beverly Hills, CA: Sage Publications.
Liu, C. H., Stevens, C., Conrad, R. C., & Hahm, H. C. (2021). Evidence for elevated psychiatric distress, poor sleep, and quality of life concerns during the COVID-19 pandemic among US young adults with suspected and confirmed COVID-19. Psychiatry Research, 302, 114034.
Luchetti, M., Lee, J. H., Aschwanden, D., Sesker, A., Strickhouser, J. E., Terracciano, A., & Sutin, A. R. (2020). The trajectory of loneliness in response to COVID-19. American Psychologist, 75(7), 897–908.
Lyttle, A. (2023). Loneliness among university students post-COVID-19: A qualitative perspective. Journal of Youth and Mental Health, 14(2), 105–118.
Lyttle, A. (2023). Young adults and the experience of loneliness after campus re-entry. London: Routledge.
Pennebaker, J. W., & Smyth, J. M. (2016). Opening up by writing it down: How expressive writing improves health and eases emotional pain (3rd ed.). New York: Guilford Press.
Rubenstein, C. M., & Shaver, P. (1982). The experience of loneliness. In L. A. Peplau & D. Perlman (Eds.), Loneliness: A sourcebook of current theory, research and therapy (pp. 206–223). New York: Wiley.
Social Science & Medicine. (2022). New normal: Socio-health implications post-pandemic. Social Science & Medicine, 297, 114–120.
The American Journal of Public Health. (2023). Redefining social connection in the post-pandemic world. AJPH, 113(3), 322–328.
Weiss, R. S. (1973). Loneliness: The experience of emotional and social isolation. Cambridge, MA: MIT Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
