การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจปุ๋ยเคมีขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย
คำสำคัญ:
Sustainable Competitiveness Enhancement, Transformational Leadership, Entrepreneurial Focus, and Organizational Environmental Managementบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง การมุ่งเน้นความเป็นผู้ประกอบการ และการจัดการสภาพแวดล้อมภายในองค์กรที่มีอิทธิพต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจปุ๋ยเคมีขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย และ 2) เพื่อนำเสนอแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจปุ๋ยเคมีขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย การวิจัยเชิงปริมาณมีกลุ่มตัวอย่างคือ ตัวแทนบริษัทกลุ่มธุรกิจปุ๋ยเคมีขนาดกลางและขนาดย่อมระดับผู้บริหารขึ้นไป จำนวน 340 ตัวอย่าง กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างใช้หลักเกณฑ์ 20 เท่าของตัวแปรสังเกต สุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น ใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยแบบจำลองสมการโครงสร้าง สำหรับการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เจาะลึก ประกอบด้วย ตัวแทนจาก เจ้าหน้าที่จากสมาคม 3 สมาคม ผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจปุ๋ยเคมีขนาดกลาง ผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจปุ๋ยเคมีขนาดย่อม รวมทั้งสิ้น 13 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีค่าอิทธิพลรวมต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนมากที่สุดรองลงมาคือ การมุ่งเน้นผู้ประกอบการ และการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในองค์กร ลำดับ และ 2) แนวทางการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจปุ๋ยเคมีขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย เป็นรูปแบบจำลองที่พัฒนาขึ้นใหม่หรือเรียกว่า “T3E Model” ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ การสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง และต้นทุนในการดำเนินงานต่ำ
เอกสารอ้างอิง
เก็จกนก เอื้อวงศ์. (2562). การสนทนากลุ่ม: เทคนิคการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ. วารสารศึกษาศาสตร์ มสธ, 12(1), 17–30.
เรวัตน์ ชาตรีวิศิษฎ์. (2553). การจัดการเชิงกลยุทธ. กรุงเทพมหานคร: อินเฮาส์ โนว์เลจ.
เสนาะ ติเยาว์. (2546). หลักการบริหาร. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณะสุข. (2566). ประชากรทะเบียนราษฎร์ จำแนกรายเพศ ปีงบประมาณ 2566 กรุงเทพมหานคร. เข้าถึงได้จาก ระบบสารสนเทศสนับสนุนด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม.
จักร ติงศภัทิย์. (2553). กลยุทธ์: การสร้างและการนําไปปฏิบัติ (พิมพ์ครั้งที่9). กรุงเทพมหานคร: ธรรกมลการพิมพ์.
ณัฐวุฒิ เหมาะประมาณ, ระชานนท์ ทวีผล, และ พิทักษ์ ศิริวงศ์. (2567). กลยุทธ์การพัฒนารูปแบบนวัตกรรมการบริการเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจโรงแรม. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 7(1), 380–400.
นฤมล จิตรเอื้อ, และ ประสพชัย พสุนนท์. (2561). การใช้เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลงานวิจัยเพื่อการศึกษาการดำเนินการ ที่เป็นเลิศของสถานศึกษา. ฉบับภาษาไทย มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ, 11(2), 2118–2135.
วันชัย มีชาติ. (2557). การบริหารองค์การ. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิริรัตน์ เช็งเส็ง, ขวัญนรี กล้าปราบโจร, ฐิติพร พระโพธิ์, สร้อยเพชร ลิสนิ, และ บุตรศรินทร์ แสงสว่าง. (2562). แนวทางการสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนของวิสาหกิจชุมชนจังหวัดกาญจนบุรี. การประชุมวิชาการและนําเสนอผลงานวิจัยระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 10, 10(1), 524–535.
สุวัฒน์ ศิรินิรันดร์ , และ ภาวนา สายชู. (2552). คู่มือสำรับนักบริหารและนักศึกษาปริญญาโท. กรุงเทพมหานคร: ออฟเซ็ท.
อรุณี อ่อนสวัสดิ์. (2551). ระเบียบวิธีวิจัย. พิษณุโลก :คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.
อวยชัย รางชัยกุล. (2566). ภาวะผู้นําเชิงคุณธรรม: กระบวนการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายอย่างยั่งยืน. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 6(2), 136–148.
Abagail McWilliam, และ Donald Siegel. (2001). Corporate Social Responsibility: A Theory of the Firm Perspective. Academy of Management Review, 26(1), 117–127.
Alan Breyman. (2016). Social Research Methods. Oxford: Oxford University Press.
Arthur A Thompson, และ Alonzo J Strickland. (2003). Strategic Management: Concepts and Cases. McGraw-Hill/Irwin.
Bruce Kogut, และ Udo Zander. (1992). Knowledge of the firm, combinative capabilities, and the replication of technology. Organization Science, 3(3), 383–397.
Candida Brush, Anne de Bruin, และ Friederike Welter. (2008). A Gender-Aware Framework for Women's Entrepreneurship. International Journal of Gender and Entrepreneurship, 1(1), 8–24.
Management Journal, 7, 311–324.
Franz Faul, Edgar Erdfelder, Albert-Georg Lang, และ Axel Buchner. (2007). G*Power 3: a flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behav Res Methods, 39(2), 175–191.
Fred Edward Fiedler. (1967). A Theory of Leadership Effectiveness. McGraw Hill Text.
Geert Hofstede. (1984). Culture's Consequences: International Differences in Work-Related Values. London: Sage Publication.
Gifford III Pinchot. (1985). Intrapreneuring: Why You Don't Have to Leave the Corporation to Become an Entrepreneur. Harper & Row.
Hajar Alhosseiny. (2023). How Do Porter’s Business-Level Strategies Affect Competitive Advantage in the Food and Beverage Industries? Journal of Entrepreneurship Education, 26(1), 1–13.
Joseph A Schumpeter. (1942). Capitalism, Socialism, and Democracy. New York: Harper & Brothers.
Joseph Franklin Hair, William Black, Barry J Babin, และ Rolph E Anderson. (2010).
M Patton. (1990). Qualitative evaluation and research methods. Beverly Hills: Sage.
Noel M Tichy. (1997). The leadership engine: how winning companies build leaders at every level. New York: HarperBusiness.
Thomas Carlyle. (1849). On Heroes, Hero-Worship, and The Heroic in History. London: Chapman & Hall.
Vikas Chaudhary. (2023). Role of Strategy Management and Competitive Advantage on Organizational Performance of Industries in Haryana. Manav Rachna University.
William D Bygrave, และ Andrew Zacharakis. (2010). Entrepreneurship, 2nd Edition. John Wiley & Sons.
Yafang Tsai. (2011). Relationship between Organizational Culture, Leadership Behavior and Job Satisfaction. BMC Health Services Research, 11(98), 1–15.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
