การศึกษาองค์ประกอบดิจิทัลแพลตฟอร์มการจัดการเรียนการสอนของครู สาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีก
คำสำคัญ:
รูปแบบการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี, องค์ประกอบดิจิทัลแพลตฟอร์ม, ศูนย์ข้อมูลบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอนของครูสาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีก และ 2) ศึกษาองค์ประกอบดิจิทัลแพลตฟอร์มการจัดการเรียนการสอนของครูสาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีก เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Method) โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interviews) กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนการสอนสาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีก ได้แก่ ผู้บริหารฝ่ายวิชาการ ครูสาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีก โดยใช้กลุ่มตัวอย่างที่มีความเหมาะสม ระหว่าง 5-25 คน ผู้วิจัยเลือกใช้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 13 คน เป็นตัวแทนตามเกณฑ์ขั้นต่ำการกำหนดผู้เชี่ยวชาญ โดยวิธีการเจาะจง (Purposive Sampling) (Creswell, 2018)
เครื่องมือที่ใช้คือแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง การวิเคราะห์ข้อมูล โดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) จากการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interviews) ผลการวิจัย มีดังนี้
ผลการวิเคราะห์สภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอนของครูสาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีก สรุปได้ 6 ประเด็น ดังนี้ 1) ความเข้าใจและบริหารจัดการระบบทวิภาคี 2) การประสานงานระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ 3) แผนการฝึกและการจัดการเรียนรู้ 4) ความรู้และทักษะของครูผู้สอนและครูฝึก 5) ทักษะการจัดการตนเองของผู้เรียน 6) การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจค้าปลีก
ผลการศึกษาองค์ประกอบดิจิทัลแพลตฟอร์มการจัดการเรียนการสอนของครูสาขาวิชาการจัดการธุรกิจ ค้าปลีก มี 5 องค์ประกอบ ดังนี้ 1) ศูนย์ข้อมูล 2) ห้องเรียนออนไลน์ 3) สื่อการสอน 4) ห้องทดสอบ 5) องค์ประกอบเสริม
เอกสารอ้างอิง
Agarwal, A., & Agarwal, N. (2016). Bridging the gap: Skill development in retail management education in India. International Journal of Retail & Distribution Management, 44(7), 706–723. https://doi.org/10.1108/IJRDM-08-2015-0118
Creswell, J. W., & Creswell, J. D. (2018). Research design: Qualitative, quantitative, and mixed methods approaches (5th ed.). Sage publications.
Gorshenin, A. (2018). Toward modern educational IT-ecosystems: From learning management systems to digital platforms. In 2018 10th International Congress on Ultra Modern Telecommunications and Control Systems and Workshops (ICUMT) (pp. 1-6). IEEE. https://doi.org/10.1109/ICUMT.2018.8631237
Mazurok, L., Muliarevych, O., Saienko, V., Hurbanska, A., & Nowak, B. (2023). Digital Learning Hubs as a Component of the Information and Digital Learning Environment. Journal of Curriculum and Teaching, 12(3), 81–89. https://www.sciedupress.com/journal/index.php/jct/article/view/24647
Miles, M. B. & Huberman, A. M. (1994). Qualitative data analysis (2ed.). London: Sage.
Zahay, D., Pollitte, W. A., Reavey, B., & Alvarado, A. (2022). An integrated model of digital marketing curriculum design. Marketing Education Review, 32(3), 205–223. https://doi.org/10.1080/10528008.2021.1947856
ชนกพร สุวรรณเวคิน. (2563). รูปแบบการพัฒนาครูฝึกในสถานประกอบการเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนอาชีวศึกษา. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ, 8(2), 22-35.
ณัฐวุฒิ สุวรรณรัตน์. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการออกกลางคันของนักศึกษาอาชีวศึกษาในระบบทวิภาคี. วารสารการศึกษาและการพัฒนาสังคม, 17(1), 125-138.
ธิดาวัลย์ ศรีบุญมี. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนระบบทวิภาคีที่เน้นความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางศึกษา, 2(1), 78-90.
นิรมล สวัสดิพงศ์. (2564). การพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้ผ่านเว็บ (Web-Based Learning Management System) สำหรับวิชาชีพ. วารสารวิชาการสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ, 7(1), 121-135.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการการฝึกงานในสถานประกอบการ. วารสารวิชาการครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 8(1), 1-10.
ปิยนุช วงศ์ล้อม. (2565). การปรับตัวของหลักสูตรอาชีวศึกษาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลในธุรกิจค้าปลีก. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น, 19(2), 85-98.
พรทิพย์ ชำนาญคิด. (2559). ปัญหาและแนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบทวิภาคีในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. วารสารวิชาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม, 12(1), 1-12.
พัชรี พันพุ่ม และคณะ. (2561). การพัฒนาระบบแนะแนวอาชีพออนไลน์สำหรับนักเรียนอาชีวศึกษา. วารสารวิชาการสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย, 24(1), 89-100.
เมษ์ธาวิน ชัยเบ็ญจา และคณะ. (2561). รูปแบบการวิจัยและพัฒนา สื่อการเรียนรู้. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 12(4), 7-19.
วรศักดิ์ สุขบัว. (2565). การประเมินสมรรถนะวิชาชีพด้วยระบบดิจิทัล: กรณีศึกษาอาชีวศึกษา. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, 14(1), 78-90.
วิไลวรรณ เสนาณรงค์, สมพงษ์ จิตระดับ และจตุพร เลื่อนลอย. (2562). การศึกษารูปแบบการจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนร่วมกับสถานประกอบการ. วารสารวิชาการอาชีวะ, 11(1), 15–27.
สมใจ วงษ์กมลชื่น. (2561). การพัฒนาสมรรถนะครูอาชีวศึกษาในยุคดิจิทัล. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 20(2), 1-14.
สมศักดิ์ รัตนแสง. (2562). การพัฒนารูปแบบแผนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพของนักเรียนอาชีวศึกษาในสถานประกอบการ. วารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ, 5(1), 105-118.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2562). หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติการจัดการอาชีวศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง เรื่องที่ 1 การจัดการอาชีวศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
สุภาวดี ชวนเชย. (2561). การพัฒนาดิจิทัลคอนเทนต์เพื่อการเรียนรู้ในยุค 4.0. วารสารเทคโนโลยีการศึกษาและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 5(1), 1-15.
อิสรียา ออสุวรรณ. (2559). การศึกษาสภาพและแนวทางการบริหารจัดการศึกษาระบบทวิภาคีของ วิทยาลัยเทคโนโลยีบริหารธุรกิจรักไทย สิรินธร. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
