รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของครูในยุคดิจิทัลของโรงเรียนมัธยมศึกษา ในโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำทางวิชาการของครู, ยุคดิจิทัล, โรงเรียนมัธยมศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบของภาวะผู้นำทางวิชาการของครูในยุคดิจิทัล ของโรงเรียนมัธยมศึกษา ในโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2) สร้างและพัฒนารูปแบบ และ 3) ตรวจสอบประสิทธิผลของรูปแบบ การดำเนินการวิจัย มี 3 ระยะ 7 ขั้นตอน ประชากร ได้แก่ ผู้บริหารและครูผู้สอนโรงเรียนมัธยมศึกษา ในโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 22,974 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร จำนวน 45 คนและครู จำนวน 360 คน จากโรงเรียนมัธยมศึกษา ในโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมจำนวน 405 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบของภาวะผู้นำทางวิชาการของครูในยุคดิจิทัล ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ การพัฒนาตนเองและวิชาชีพในยุคดิจิทัล การจัดการเรียนรู้และพัฒนาผู้เรียนในยุคดิจิทัล การบูรณาการเทคโนโลยีและการใช้ดิจิทัล การออกแบบนวัตกรรมหลักสูตรในยุคดิจิทัล 2) รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของครูในยุคดิจิทัล ประกอบด้วย 1) หลักการ 2) ความมุ่งหมาย 3) เนื้อหา 4) กระบวนการพัฒนา 5) สื่อและแหล่งเรียนรู้ และ 6) การวัดและประเมินผล โดยภาพรวม ด้านความถูกต้อง ความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ประสิทธิผลของรูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของครูในยุคดิจิทัล พบว่า มีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรวมมีค่าเฉลี่ยการประเมินครั้งที่ 8 (\bar{X} = 4.53) สูงกว่าครั้งที่ 1 (\bar{X} = 2.39) โดยมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2.14 มีร้อยละความก้าวหน้า เท่ากับ 81.85 เมื่อพิจารณาเป็นด้านโดยเรียงลำดับจากมากไปน้อย พบว่า การบูรณาการเทคโนโลยีและการใช้ดิจิทัลพัฒนาเพิ่มขึ้นมากที่สุด ร้อยละ 88.09 รองลงมาคือ การออกแบบนวัตกรรมหลักสูตรในยุคดิจิทัล ร้อยละ 83.73 การพัฒนาตนเองและวิชาชีพในยุคดิจิทัล ร้อยละ 79.77 และการจัดการเรียนรู้และพัฒนาผู้เรียนในยุคดิจิทัล ร้อยละ 77.78
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2563). แนวทางการดำเนินงานโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
ชาตรี หยั่งรัตน์. (2565). ภาวะผู้นำทางวิชาการของครูในยุคดิจิทัล. วารสารครุศาสตร์ศึกษา, 15(2), 45–60.
ฐิติมา ไชยมหา. (2556). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำครูด้านการจัดการเรียนรู้โรงเรียนมัธยมศึกษา
สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วิทยานิพนธ์ ค.ด.สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
ณัฐพล วรรณศรี. (2564). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการสำหรับครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษระดับ
มัธยมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วิทยานิพนธ์ ค.ด. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
ถนอมพร (ตันพิพัฒน์) เลาหจรัสแสง. (2561). นวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาในยุคการ
เรียนรู้ 4.0. เชียงใหม่: ตองสาม ดีไซน์.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). หลักการวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ปิยณัฐ วงศ์เครือศร. (2562). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้ครูในการจัดการเรียนรู้ยุคไทยแลนด์ 4.0 ในโรงเรียน
ประถมศึกษา สังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาค 11. วิทยานิพนธ์ ค.ด. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏ
สกลนคร.
พิมพันธ์ เดชะคุปต์, และพเยาว์ ยินดีสุข. (2562). ทักษะ 7C ของครู 4.0. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ:
สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์ (2559). การศึกษา 4.0 เป็นยิ่งกว่าการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ. สำนักพิมพ์แห่ง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มัตติกา ผาลี. (2566). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำครูยุคดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนประถมศึกษา
ในเขตรับผิดชอบสำนักงานศึกษาธิการภาค 11. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการ
บริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
เรวดี มนตรีพิลา. (2563). การพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์
ปริญญา การศึกษาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
วิจารณ์ พานิช. (2563). การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสยามกัมมาจล.
สำนักงานวิจัยและพัฒนาการศึกษา. (2559). ทิศทางและโจทย์วิจัยของการศึกษาไทยเพื่อบรรลุเป้าหมายการ
พัฒนาที่ยั่งยืนของโลก. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย. (2562). มาตรฐานการปฏิบัติงานโรงเรียนมัธยมศึกษา พ.ศ. 2560
(ปรับปรุง พ.ศ. 2562). กรุงเทพฯ: สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). รายงานการพัฒนาครูและสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ: สพฐ.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่ง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุภาภรณ์ ศรีนวล. (2562). การวิจัยและพัฒนาในบริบทการศึกษาไทย. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการศึกษา, 5(1), 112–130.
Bernie T. & Charles F. (2009). 21st Century Skills: Learning for Life in Our Times. San
Francisco, CA: John Wiley & Sons.
Borg, W. R., & Gall, M. D. (1989). Educational research: An introduction (5th ed.). Longman.
Dessler, D. (1991). Beyond correlations: Toward a causal theory of war. International Studies
Quarterly, 35(3), 337-355.
Dick, W., Carey, L., & Carey, J. O. (2015). The systematic design of instruction (8th ed.). Pearson.
Fullan, M. (2014). The principal: Three keys to maximizing impact. Jossey-Bass.
Hallinger, P. (2011). Leadership for learning: Lessons from 40 years of empirical research. Journal of Educational Administration, 49(2), 125–142.
Lieberman, A. & Miller, L. (2004). Teacher Leadership. San Francisco: Jossey-Bass.
Partnership for 21st Century Skills (2011). A framework for 21st century learning.
Retrieved From http://www.p21.org/home October 20th, 2023
Prensky, M. (2010). Teaching digital natives: Partnering for real learning. Corwin Press.
Redecker, C., & Punie, Y. (2017). European framework for the digital competence of
educators :DigCompEdu. Publications Office.
Sukmadinata, N. S. (2010). Metode penelitian pendidikan. Bandung: PT Remaja Rosdakarya.
Tapscott, D. (2009). Grown up digital: How the net generation is changing your world. McGraw-Hill.
UNESCO. (2015). Education for All 2000-2015: Achievements and challenges. EFA
global monitoring report 2015. Paris, France: UNESCO Publishing.
________. (2019). Digital skills critical for jobs and social inclusion. UNESCO. Retrieved March 19, 2025, from https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000368283
________. (2023). Technology in education: A tool on whose terms? (Global Education
Monitoring Report 2023). Paris: UNESCO.
Yamane, T. (1967). Statistics: An Introductory Analysis. 2nd Edition, Harper and Row,
New York.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
