การประเมินฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดหน่อกะลาและการห่อหุ้มสารสกัดด้วยระบบนำส่งนีโอโซมเพื่อเตรียมใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
คำสำคัญ:
หน่อกะลา, นีโอโซม, เครื่องสำอางบทคัดย่อ
หน่อกะลามีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Alpinia nigra (Gaertn.) Burtt เป็นพืชพื้นเมืองของชาวเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เจริญเติบโตในพื้นที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์และเป็นพืชตระกูลเดียวกับขิงและข่า การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินฤทธิ์การทางชีวภาพของสารสกัดหน่อกะลาและนำสารสกัดหน่อกะลามาพัฒนาในรูปแบบนีโอโซมเพื่อนำไปตั้งตำรับสูตรเซรั่มสำหรับผิวที่เป็นสิวง่าย โดยทำการสกัดหน่อกะลาด้วยตัวทำละลายเฮกเซนและนำไปทดสอบฤทธิ์การยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus (S. aureus) และ Propionibacterium acnes (P. acnes) ด้วยวิธีการแพร่ (disc diffusion) พบว่าในวิธี Disc diffusion สารสกัดหน่อกะลามีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย S. aureus ได้ แต่ไม่พบฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย P. acne ส่วนวิธี Broth dilution พบว่าสารสกัดหน่อกะลาในความเข้มข้นระดับต่ำสุดที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้ ผลการทดสอบการออกฤทธิ์ของสารสกัดหน่อกะลามีค่า MIC ของเชื้อ S. aureus เท่ากับ 6.25 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร และค่า MIC ของเชื้อ P. acne เท่ากับ 3.13 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร สรุปได้ว่าเมื่อมีการใช้สารสกัดหน่อกะลาที่ความเข้มข้นที่สูงขึ้น มีฤทธิ์การยับยั้งที่เท่าเดิม มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระโดยมีค่า IC50 เท่ากับ 0.1±0.15 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมด้วยวิธี folin ciocalteu reagent โดยใช้กรดแกลลิกเป็นสารละลายมาตรฐาน พบว่าสารสกัดหน่อที่มีความเข้มข้น 100 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร มีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมเท่ากับ 89.777 มิลลิกรัมสมมูลของกรดแกลลิกต่อกรัมของสารสกัด วิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์ของสารสกัดหน่อกะลาที่ความเข้มข้น 100 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตรพบว่ามีปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมดเท่ากับ 85.25±0.002 มิลลิกรัมสมมูลของเควอเซตินต่อกรัมของสารสกัด และเมื่อทดสอบการนำส่งนีโอโซมเพื่อศึกษาการห่อหุ้มการจัดเรียงตัวเป็นชั้น โดยใช้สารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุต่างกัน ได้แก่ span 40, span 60 และ span 80 พบว่าสารลดแรงตึงผิว span 60 มีการห่อหุ้มและจัดตัวเรียงเป็นชั้นดีที่สุด สรุปได้ว่าสารสกัดหน่อกะลามีฤทธิ์การยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ และ span 60 มีคุณสมบัติการห่อหุ้มการจัดเรียงตัวเป็นชั้นได้ดีที่สุด ทำให้สารสกัดหน่อกะลามีคุณสมบัติเหมาะสำหรับนำไปประยุกต์ใช้ในเครื่องสำอางพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในรูปแบบเซรั่ม ซึ่งถือเป็นองค์ความรู้ที่ได้มาพัฒนาต่อยอดให้มีมูลค่าเพิ่มให้แก่หน่อกะลาซึ่งเป็นพืชท้องถิ่น
เอกสารอ้างอิง
Malhotra, M., & Jain, NK. (1994). Niosomes as Drug Carriers. Indian Drugs; 31(3): 81-86.
Charoenphun, N., Phanmool, J., & Leasen, S. (2018). Development of Gluten-free Alpinia nigra Burtt Cookies. Thai Science and Technology Journal (TSTJ), 28 (2020).
Kazi, K., Mandal, A., Biswas, N., Guha, A., Chatterjee, S., Behera, M., & Kuotsu, K. (2010). Niosome: A future of targeted drug delivery systems. Journal of Advanced Pharmaceutical Technology & Research; 1(4) : 374-380
Daupor, H., Chelong, I., & Adair, A. (2017). Determination of Flavonoids from Propolis Stingless Bee. : 5-9
Phansawan, B. (2013). Free radicals, Antioxidants and Antioxidant Activity Determination. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; 21(3)
Ahmed, A., Sharmen, F., Mannan, A., & Rahman, M. (2015). Phytochemical, analgesic, antibacterial and cytotoxic effects of Alpinia nigra (Gaertn.) Burrt leaf extract. Journal of Traditional and Complementary Medicine; 5(2015) : 248-252
Ghosh, S., Gonzalez, G., & Rangan, L. (2013). Alpinia nigra seeds: A potential source of free radical scavenging and antibacterial agent. Industrial Crops and Products; 49(2013) : 348-356
Gupta, M., Senthikulmar, S., Chiranjivi, A., Banik, K., Girisa, S., Kunnamakkara, A., Dubey, V., & Rangan, L. (2021). Antioxidant,anti-tyrosinase and anti-inflammatory activities of 3,5-dihydroxy-4,7-dimethoxyflavone isolated from the leaves of Alpinia nigra. Phytomedicine Plus, 1(3), 1-9
Pengkumsri, N., Kantamul, C., Towattanakil, P., Wongsarat, W., Jaiman, W., Muangchan, N., & Chanluang, S. ( 2011 ) Antioxidant Effects of Alpinia Conchigera Rhizome Extract. Thai Pharmaceutical and Health Science Journal; 6(3): 195-20
Sahoo, S., Ghosh, G., Das, D., & Nayak, S. (2013). Phytochemical investigation and In vitro antioxidant activity of an indigenous medicinal plant Alpinia nigra B.L. Burtt. Asian Pacific journal of Tropical Biomedicine; 3(11) : 871-876
Nooheet, W. Inhibition of pathogenic bacteria contaminating exposed surfaces by extracts of Zingiberaceae family, 1-94.
Lin, Y., Hsiao, C., Alshetaili, A., Aljuffali, I., Chen, E., & Fang. J (2023). Lipid-based nanoformulation optimization for achieving cutaneous targeting: Niosomes as the potential candidates to fulfill this aim. European Journal of Pharmaceutical Sciences, 186(2023), 106458.
Srimongkon, P., Phechphakdee, J., Sripanidkulchai, B., & Mekjaruskul, C. (2016). Development of Niosome as a Drug Delivery System of Kaempferia parviflora Extract. วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน, 11(Supplement), 70-79.
Thanaketpaisarn, O. Niosome delivery systems in pharmaceutical applications. IJPS 2012; 8(2), 12-26.
Theptong, P., Boontaworn, B., & Saewan, N. (2022). Total Phenolics, Antioxidant, Anti-Tyrosinase, Anti-Collagenase and Cell Proliferation Activities of Chrysophyllumcainito Green Fruit Extract. PKRU SciTech Journal, 6(1), 1-10.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
