การเมืองของการต่อสู้เรื่องบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย พ.ศ. 2554–2566
คำสำคัญ:
บุหรี่ไฟฟ้า, การกำหนดนโยบาย, การควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า,บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาบริบทและการวิเคราะห์ตัวแสดงแทนทางการเมืองของการต่อสู้เรื่องบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2554–2566 2) เพื่อศึกษาปฏิสัมพันธ์ของตัวแสดงแทนทางการเมืองของการต่อสู้เรื่องบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย พ.ศ. 2554–2566 3) เพื่อศึกษาปัญหาและข้อค้นพบใหม่ของการต่อสู้เรื่องบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย พ.ศ. 2554–2566 ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (in-depth interview) จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 18 ท่าน ที่มีความรู้และประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองในเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ข้อมูลที่เก็บมาจากการสัมภาษณ์จะได้รับการวิเคราะห์โดยวิธีการสรุปความสาระสำคัญและการศึกษาเอกสาร ซึ่งเอกสารที่ใช้แบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่ (1) เอกสารชั้นต้น (Primary Data) เช่น ข้อมูลจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และเอกสารจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง และ (2) เอกสารทุติยภูมิ (Secondary Data) ซึ่งรวมถึงงานวิจัย หนังสือ และบทความทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการศึกษา เพื่อนำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อเสริมความเข้าใจในการศึกษาครั้งนี้ จากการศึกษาพบว่า การต่อสู้ทางการเมืองเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของกลุ่มต่าง ๆ เช่น ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และผู้บริโภค การขัดแย้งที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับการตีความกฎหมายและนโยบายสุขภาพที่มีผลต่อการใช้บุหรี่ไฟฟ้า โดยผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายได้ใช้อำนาจทางการเมืองในการควบคุมการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
ผลการศึกษายังพบว่า ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในช่วงปี พ.ศ. 2554–2566 มีผลต่อทิศทางนโยบายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ รัฐบาลแต่ละชุดมีจุดยืนที่แตกต่างกัน แต่ยังคงรักษาจุดยืนในภาพรวมว่า “บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย” แม้จะมีการศึกษาในสภาฯ หลายครั้ง แต่ยังไม่มีรัฐบาลใดดำเนินการเชิงนโยบายอย่างจริงจัง ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 หน่วยงานของรัฐ เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ กรมศุลกากร และสำนักงานตำรวจ มีบทบาทในการควบคุมและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า แต่กระบวนการยังคงเผชิญปัญหาการบูรณาการ ขาดความชัดเจน และเผชิญข้อจำกัดในการควบคุมการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายที่แพร่หลายในตลาดมืด และผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 ปัญหาสำคัญคือการไม่มี “กฎหมายเฉพาะ” สำหรับควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย การควบคุมการเข้าถึงในกลุ่มเยาวชน และการจัดเก็บภาษีของรัฐ อีกทั้งยังสร้างความสับสนแก่ประชาชนเกี่ยวกับสถานะของบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ข้อค้นพบสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการออก “กฎหมายเฉพาะสำหรับบุหรี่ไฟฟ้า” เพื่อให้เกิดระบบควบคุมที่มีประสิทธิภาพ ป้องกันผลกระทบทางสุขภาพ และลดการเข้าถึงของกลุ่มเยาวชน รวมถึงเพิ่มความชัดเจนในเชิงนโยบายของรัฐ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กรมควบคุมโรค, กองงานคณะกรรมการควบคุม
ผลิตภัณฑ์ยาสูบ. (2566). รายงานประจำปี 2566. https://www.mhesi.go.th/images/.pdf
กรุงเทพธุรกิจ (2567). มาตรการที่เหมาะสมสำหรับบริบทประเทศไทยเกี่ยวกับ บุหรี่ไฟฟ้า. สืบค้นเมื่อ
สิงหาคม 29 256, จาก https://www.bangkokbiznews.com/news/news–update/1142436
กิ่งกาญจน์ สำนวนเย็น.(2554). เอกสารประกอบการบรรยายเรื่อง องค์ประกอบของแนวคิด ทฤษฎีการระดม
ทรัพยากรและกระบวนการทางการเมือง. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
จิรภัทร นิรินทร. (2559). บทบาทของกลุ่มผลประโยชน์ต่อการตัดสินใจกำหนดนโยบายรัฐบาลไทย:
กรณีศึกษาการผลักดันร่างกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตตัดต่อทางพันธุกรรม. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตร
มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
จุลศักดิ์ ชาญณรงค์.(2563). แนวทางการศึกษาพัฒนาการรัฐประศาสนศาสตร์. วารสารรัฐศาสตร์และ
รัฐประศาสนศาสตร์, 11(1), 115–140.
ชำนาญ จันทร์เรือง.(2551). โทเปีย UTOPIA.กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ.
ณัชชาภัทร อุ่นตรงจิตร. (2552). รัฐศาสตร์. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทศพร ศิริสัมพันธ์.(2539). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย, คณะรัฐศาสตร์.
ธีรพล ทิพย์พยอม และปิยะรัตน์ นิ่มพิทักษ์พงศ์. (2557). บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์. วารสารสาธาณ
สุขศาสตร์, 44(3), 313–327.
พิชญ์เนตร เรขะวิชัยดิษฐ์. (2560). มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า. วิทยานิพนธ์นิติ
ศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
มานิตา หนูสวัสดิ์.(2564). การเมืองเรื่องการต่อสู้ (Contentious politics): พัฒนาการแนวคิดและกรอบการ
วิเคราะห์ในการศึกษาการต่อสู้ทางการเมืองและขบวนการเคลื่่อนไหวทางสังคม.
Journal of Social Sciences, Naresuan University, 17(2), 1–44.
ประภาส ปิ่นตบแต่ง. (2552). กรอบวิเคราะห์การเมืองแบบทฤษฎีขบวนการทางสังคม.
เชียงใหม่: มูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์ สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.
ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ. (2566). เผยบุหรี่ไฟฟ้าไทยระบาดเพิ่ม 10 เท่าใน 1 ปี
สถิติฯ ชี้ปี 64 แค่ 7.8 หมื่น ปี 65 พุ่ง 7 แสนคน. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 31 2566, จาก
https://www.trc.or.th/th/ข่าวสาร/ข่าวเผยแพร่/ข่าวสารบุหรี่/809-เผยบุหรี่ไฟฟ้าไทยระบาดเพิ่ม10
เท่าใน1ปี-สถิติฯชี้ปี64แค่7-8หมื่นปี65พุ่ง7แสนคน.html
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา. (2566). รู้เท่าทันอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน, 29, 2567
จากsenate.go.th/view/386/รายละเอียดข่าว/ExclusiveStory/126/TH–TH
สุรศักดิ์ ศรีธรรมกุล. (2563). การเคลื่อนไหวทางสังคมในยุคดิจิทัล. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 7(10),
–97.
สมชัย ภัทรธนานันท์. (2559). ทฤษฎีขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมและการประท้วงทางการเมือง. นนทบุรี:
อินทนิล.
สกุลรัตน์ ทิพย์วรรณงาม. (2565). กระบวนการผลักดันนโยบายกัญชาเสรีในประเทศไทย
ตั้งแต่ พ.ศ. 2562 ถึง พ.ศ. 2565.ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สานิตย์ แสงขาม และฉัตรวรัญซ์ องคสิงห. (2563) มายาคติและความหมายเรื่องพืชกัญชา
ในสังคมไทย. วารสารนิเทศศาสตรปริทัศน์,24(3), 193–206.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
