การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนอ่านสะกดคำสำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้ด้านการอ่าน
คำสำคัญ:
การอ่านสะกดคำ, นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านการอ่าน, รูปแบบการสอนบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการสอนอ่านสะกดคำสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้ด้านการอ่าน และ 2) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการสอนอ่านสะกดคำสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านการอ่านการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา ดำเนินการวิจัยโดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 พัฒนารูปแบบการสอนอ่านสะกดคำสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้ด้านการอ่าน มี 3 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ร่างรูปแบบการสอนอ่านสะกดคำสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านการอ่าน (2) การทดลองใช้รูปแบบการสอนอ่านสะกดคำสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านการอ่าน และ (3) การประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบการสอนอ่านสะกดคำสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านการอ่าน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนที่มีความบกพร่องด้านการอ่าน ซึ่งกำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 6 คน ครูผู้สอนจำนวน 10 คน ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 6 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) รูปแบบการสอนสะกดคำ (2) คู่มือการใช้รูปแบบ (3) แผนการจัดการเรียนรู้ (4) แบบทดสอบความสามารถในการอ่าน (5) แบบสังเกตพฤติกรรมแสดงความสนใจในการอ่าน (6) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียน (7) แบบสอบถามความคิดเห็นของครู และ (8) แบบสัมภาษณ์ผู้ปกครอง วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติการทดสอบวิลคอกซัน และการวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 2 ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการสอนอ่านสะกดคำสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านการอ่าน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนที่มีความบกพร่องด้านการอ่าน ซึ่งกำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 6 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) แบบทดสอบความสามารถในการอ่าน (2) แบบสังเกตพฤติกรรมแสดงความสนใจในการอ่าน การวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และสถิติการทดสอบวิลคอกซัน
ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 9 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) ลักษณะของผู้เรียน (2) จุดมุ่งหมายของรูปแบบ (3) แนวคิดของรูปแบบ (4) เนื้อหาของรูปแบบ (5) หลักการของรูปแบบ (6) ขั้นตอนการเรียนการสอน ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมความพร้อม ขั้นตอนที่ 2 การทบทวนความสามารถเดิม ขั้นตอนที่ 3 การสร้างความสามารถใหม่ ขั้นตอนที่ 4 การฝึกฝนตนเอง และขั้นตอนที่ 5 การประเมินความสามารถการอ่าน (7) สื่อและแหล่งเรียนรู้ (8) การวัดและการประเมินผล (9) การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง และ 2) ประสิทธิผลของรูปแบบการสอนอ่านสะกดคำสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านการอ่าน จากการศึกษาพบว่า (1) ความสามารถในการอ่านสะกดคำหลังเรียนของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (2) ความคงทนในการอ่านของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง มีความคงทนในการอ่าน คิดเป็นร้อยละ 92.77 (3) ความสนใจในการอ่านของนักเรียน ประกอบด้วย พฤติกรรมการแสดงออกถึงความสนใจ คิดเป็นร้อยละ 80.59 อยู่ในระดับมากที่สุด และช่วงระยะเวลาความสนใจในการทำกิจกรรม คิดเป็นร้อยละ 79.44 อยู่ในระดับมาก
เอกสารอ้างอิง
จรีลักษณ์ จิรวิบูลย์. (2545) การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนอ่านสำหรับระดับประถมศึกษาที่มีความบกพร่อง ในการเรียนรู้ด้านการอ่านตามแนวคิดพหุสัมผัสและแนวคิดสื่อกลางการสอน. [วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฉวีวรรณ โยคิน. (2553). การศึกษาการเรียนรวม. http://61.19.246.216/~nkedu2/?name=webboard &file=read&id=177
โชติกา เหมืองอุ่น. (2563). การบริหารจัดการศึกษาปฐมวัยโดยการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง โรงเรียนสบเปิงวิทยา อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
ณัฐพล คงวิจิตร์. (2562). การพัฒนาชุดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความคงทนในการเรียนไวยากรณ์ ภาษาฝรั่งเศส โดยใช้แนวคิดของกาเย่สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
ดารณี ศักดิ์ศิริผล. (2549). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยที่มีภาวะ เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางการเรียนรู้ [ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ดารณี ศักดิ์ศิริผล. (2555). การพัฒนาความสามารถอ่านและเขียนคำที่สะกดตรงตามมาตราของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 1-3 ที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ โดยใช้วิธี P – Lips. ภาควิชาการศึกษาพิเศษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยศรีนครินทรวิโรฒ.
ผดุง อารยะวิญญู. (2542). การศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (พิมพ์ครั้งที่ 2). แว่นแก้ว.ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ผดุง อารยะวิญญู. (2544). เด็กที่มีปัญหาในการเรียนรู้ (พิมพ์ครั้งที่ 2). แว่นแก้ว.
ศศิธร จันทมฤก. (2554). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์และวัฏจักรการสืบสอบหาความรู้เพื่อเสริมสร้างจิตวิทยาศาสตร์ของเด็กอนุบาล [วิทยานิพนธ์-ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์.
ศิรินยา สังข์โกมล. (2553). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องการอ่านและเขียนภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ด้วยแบบฝึกเทคนิคโฟนิกส์ [การศึกษาค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ศุภัชญา ศุภเมธากร. (2564). การพัฒนาความสามารถในการจำและความคงทนในการจำพยัญชนะไทยโดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยจินตภาพกับการเล่าเรื่อง สำหรับนักเรียนระดับปฐมวัย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
สุไปรมา ลีลามณี. (2553). ศึกษาความสามารถในการอ่านคำและแรงจูงใจในการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีปัญหาการเรียนรู้ด้านการอ่าน จากการสอนโดยผสมผสานวิธีโฟนิกส์ (Phonics) กับวิธีพหุสัมผัส (Multi-Sensory Approach). [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศรีนคริน ทรวิโรฒ.
โสภิตา สุขสำราญ. (2564). ผลการจัดการเรียนรู้แบบเอ็กซ์พลิซิทที่มีต่อความสามารถในการอ่านสะกดคำภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มโรงเรียนอุดมธรรมคุณ จังหวัดสุพรรณบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
Joyce, B., & Weil, M., & Calhoun, E. (2004). Models of teaching (7th ed.). Pearson Education.
Vacca,J.A.&Others.(1995). Readding and learning to read. New York; Harper Collins College Publishers.
MacKay, Neil. (2006). Removing Dyslexia as A Barrier to Achievement (2nd ed.). Wakefield: SEN Marketing.
Eysenck, J., Arnold, W., and Meili, R. (1972). Encyclopedia of Psychology. Search Press.
Maslow, A. H. (1970). Motivation and Personality. Harper and Row.
Spafford, Carol A.; & Grosser, George S. (2005). Dyslexia and Reading Difficulties : Research and Resource Guide for Working with All Struggling Readers (2nd ed.). Pearson Education.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
