ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อการคงอยู่ของนักศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดปทุมธานี กรมส่งเสริมการเรียนรู้
คำสำคัญ:
การคงอยู่ของนักศึกษา, ความมุ่งมั่นต่อเป้าหมาย, การบูรณาการทางวิชาการ,การบูรณาการทางสังคม, การรับรู้ความสามารถของตน, โมเดลเชิงสาเหตุบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของนักศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดปทุมธานี กรมส่งเสริมการเรียนรู้ 2) เพื่อศึกษาขนาดอิทธิพลของปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของนักศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดปทุมธานี กรมส่งเสริมการเรียนรู้ 3) เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของนักศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดปทุมธานี กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กับข้อมูลเชิงประจักษ์ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แนวคิดเรื่องการคงอยู่ ความมุ่งมั่นต่อเป้าหมาย การบูรณาการทางวิชาการและสังคม การรับรู้ความสามารถของตน และพฤติกรรมการมีส่วนร่วมเป็นกรอบในการวิเคราะห์ กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 387 คน ซึ่งได้จากการสุ่มตัวอย่างอย่างเป็นระบบ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง (Structural Equation Modeling: SEM) ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของนักศึกษา ได้แก่ พฤติกรรมการมีส่วนร่วม ความมุ่งมั่นต่อเป้าหมาย และการบูรณาการทางสังคม โดยพฤติกรรมการมีส่วนร่วมมีอิทธิพลทางตรงสูงสุดต่อการคงอยู่ ขณะที่การรับรู้ความสามารถของตนส่งผลทางอ้อมทั้งบวกและลบ 2) ขนาดอิทธิพลของปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของนักศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดปทุมธานี กรมส่งเสริมการเรียนรู้พบว่า ปัจจัยพฤติกรรมการมีส่วนร่วมมีอิทธิพลทางตรงต่อการคงอยู่ของนักศึกษามากที่สุด (β = .615) รองลงมาคือความมุ่งมั่นต่อเป้าหมาย (β = .131) ในขณะที่ปัจจัยการรับรู้ความสามารถของตนและการบูรณาการทางวิชาการมีอิทธิพลทางลบ 3) โมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ในระดับดีมาก (χ² = = 21.027, df = 16, p-value = 0.176 , CFI = 1.000, TLI=0.999, RMSEA = 0.995, SRMR = 0.013) โมเดลมีความสอดคล้องข้อมูลเชิงประจักษ์ องค์ความรู้จากการวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนานโยบายหรือแนวทางการส่งเสริมให้เกิดการคงอยู่ของนักศึกษาในบริบทของการจัดการศึกษาสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา. (2566). รายงานสถิติการศึกษาและความเสมอภาคในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: กสศ.
นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2542). โมเดล LISREL: สถิติวิเคราะห์สำหรับการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. (2542). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 116 ตอนที่ 74 ก (19 สิงหาคม 2542), 1–24.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). รายงานผลการติดตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ระยะที่ 1 (2560–2564). กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดปทุมธานี. (2566). รายงานสถิติการลงทะเบียนและอัตราการจบการศึกษา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565. ปทุมธานี: กรมส่งเสริมการเรียนรู้.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561–2580). กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.
Astin, A. W. (1975). Preventing students from dropping out. Jossey-Bass.
Astin, A. W. (1984). Student involvement: A developmental theory for higher education. Journal of College Student Personnel, 25(4), 297–308.
Astin, A. W. (2014). Student involvement: A developmental theory for higher education. In College student development and academic life (pp. 251–262). Routledge.
Bean, J. P. (1980). Dropouts and turnover: The synthesis and test of a causal model of student attrition. Research in Higher Education, 12, 155–187.
Bean, J. P. (1981). The synthesis of a theoretical model of student attrition [Unpublished manuscript].
Berger, J. B., & Lyon, S. C. (2005). Past to present: A historical look at retention. In College student retention: Formula for student success (pp. 1–30).
Burns, A., Joyce, H., & Gollin, S. (2017). Focus on speaking. National Centre for English Language Teaching and Research.
Cabrera, A. F., Nora, A., & Castañeda, M. B. (1993). College persistence: Structural equations modeling test of an integrated model of student retention. The Journal of Higher Education, 64(2), 123–139. https://doi.org/10.2307/2960026
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2010). Multivariate data analysis (7th ed.). Upper Saddle River, NJ: Pearson Prentice Hall.
Hanushek, E. A., & Woessmann, L. (2012). Do better schools lead to more growth? Cognitive skills, economic outcomes, and causation. Journal of Economic Growth, 17(4), 267–321. https://doi.org/10.1007/s10887-012-9081-x
Knowles, M. S., Holton, E. F., & Swanson, R. A. (2015). The adult learner: The definitive classic in adult education and human resource development (8th ed.). Routledge.
Kuh, G. D., Schuh, J. H., & Whitt, E. J. (1991). Some good news about campus life: How “involving colleges” promote learning outside the classroom. Change: The Magazine of Higher Learning, 23(5), 48–55.
Metz, G. W. (2004). Challenge and changes to Tinto’s persistence theory: A historical review. Journal of College Student Retention: Research, Theory & Practice, 6(2), 191–207. https://doi.org/10.2190/M2CC-R7Y1-WY2Q-UPK5
Metzner, B. S., & Bean, J. P. (1987). The estimation of a conceptual model of nontraditional undergraduate student attrition. Research in Higher Education, 27, 15–38.
Murtaugh, P. A., Burns, L. D., & Schuster, J. (1999). Predicting the retention of university students. Research in Higher Education, 40(3), 355–371. https://doi.org/10.1023/A:1018755201899
Pascarella, E. T. (1986). Long-term persistence of two-year college students (ASHE 1986 Annual Meeting Paper).
Paulsen, M. B., & St. John, E. P. (1997). The financial nexus between college choice and persistence. New Directions for Institutional Research, 1997(95), 65–82.
Reason, R. D. (2009). An examination of persistence research through the lens of a comprehensive conceptual framework. Journal of College Student Development, 50(6), 659–682.
Spady, W. G. (1970). Dropouts from higher education: An interdisciplinary review and synthesis. Interchange, 1(1), 64–85.
Tangcharoen, P., Srijamdee, S., & Chansamut, W. (2019). Educational administration strategies for enhancing school effectiveness under the Office of the Basic Education Commission. Journal of Education and Social Development, 15(2), 45–56.
Tinto, V. (1975). Dropout from higher education: A theoretical synthesis of recent research. Review of Educational Research, 45(1), 89–125.
UNESCO. (2015). Education for all 2000–2015: Achievements and challenges. Paris: UNESCO Publishing.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
