จากค่านิยมสู่การปฏิบัติ: ทางออกของครูสู่เสถียรภาพการเงินอย่างยั่งยืน
คำสำคัญ:
เสถียรภาพการเงิน, ข้าราชการครู, ค่านิยมบทคัดย่อ
บทความวิจัยเชิงคุณภาพนี้เป็นการสำรวจว่าเหตุใดข้าราชการครูในจังหวัดกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจึงประกอบอาชีพเสริม และอธิบายแนวทางค่านิยมที่ควรส่งเสริมเพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางการเงินของครัวเรือนอย่างยั่งยืน บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสาเหตุที่ข้าราชการครูตัดสินใจประกอบอาชีพเสริม และ 2) เพื่อเสนอค่านิยมที่ควรเสริมสร้างให้ข้าราชการครูพึงยึดถือไว้เพื่อให้เกิดเสถียรภาพการเงินอย่างยั่งยืน รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ พื้นที่วิจัย คือจังหวัดกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กลุ่มตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลสำคัญคือข้าราชการครูที่มีการประกอบอาชีพเสริมนอกเหนือจากงานประจำ จำนวน 8 คน และผู้ทรงคุณวุฒิที่มีวุฒิการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต จำนวน 5 คน จำนวนผู้ให้ข้อมูลรวม 13 คนมีความเพียงพอ เนื่องจากสามารถบรรลุความอิ่มตัวของข้อมูล (data saturation) ได้ทั้งสองวัตถุประสงค์ มีประเด็นหรือข้อมูลใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกในการสัมภาษณ์ครั้งถัดไป เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิเคราะห์เนื้อหาแล้วเขียนบรรยายเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ข้าราชการครูประกอบอาชีพเสริมโดยมีสาเหตุจากปัญหาทางเศรษฐกิจและภาระทางการเงิน เช่น ค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพไม่เพียงพอ มีภาระหนี้สิน ความต้องการหารายได้เสริมด้วยแรงขับจากการขาด หรือไม่เพียงพอด้านปัจจัยสี่ และต้องหารายได้เสริมด้วยแรงขับจากการเพิ่ม หรือเติมเต็มในความต้องการพัฒนาตนเอง หรือพัฒนาคุณภาพชีวิตและครอบครัว โดยใช้ทักษะ ความรู้ความสามารถ และความสนใจที่ไม่ขัดกับกฎระเบียบของข้าราชการครู 2. ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 ค่านิยมที่ควรเสริมสร้างให้ข้าราชการครูพึงยึดถือเพื่อให้เกิดเสถียรภาพการเงินอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย ค่านิยมพอเพียง ค่านิยมการพึ่งตนเอง ค่านิยมการมีวินัยทางการเงิน ค่านิยมการวางแผนทางการเงิน ค่านิยมการออมและการลงทุน และค่านิยมการจัดการหนี้สินอย่างเป็นระบบ ข้อค้นพบจากงานวิจัยนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อข้าราชการทุกภาคส่วน สามารถนำไปใช้พัฒนา ช่วยเหลือและส่งเสริมข้าราชการครูให้มีการบริหารจัดการการเงินอย่างเหมาะสมโดยเสริมสร้างค่านิยมที่พึงประสงค์ในการบริหารสถานศึกษาอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กมลวัณย์ มีถาวร. (2564). ทักษะการออมและรูปแบบการออมของข้าราชการครูกลุ่มเจเนอเรชันเอ็กซ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 9. วารสารสังคมศาสตร์, 10(1), 22–30.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2565). การขับเคลื่อนโครงการแก้ปัญหาหนี้สิน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. สืบค้นเมื่อ 15 มกราคม 2568, จาก http://www.bopp.go.th/
ฉัตรสุดา เทพวิมลเพชรกุล. (2567). วินัยทางการเงิน...เส้นทางเดินของครูสู่การไร้หนี้สิน: กรณีศึกษาข้าราชการครูโรงเรียนบ้านหมอพัฒนานุกูล. วารสารมหาจุฬาลงกรณ์สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 13(4), 41–52.
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา. (2568, 7 พฤษภาคม). Saving behavior survey: พฤติกรรมการออมของผู้บริโภคชาวไทย. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2568, จาก https://shorturl.asia/JNS3q
ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2566). การวางแผนทางการเงิน. สืบค้นเมื่อ 4 มกราคม 2568, จาก https://shorturl.asia/xbdZ4
ธีรทัศน์ ปิติภาคย์พงษ์, และ พรรณี บุญกาศ. (2563). แนวทางการประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในการแก้ปัญหาหนี้สินครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5. วารสารการพัฒนาการเรียนรู้สมัยใหม่, 5(3), 60–77.
พระครูวิบูลสีลพรต, และ พระมหามิตร ฐิตปญฺโญ. (2562). ศาสตร์พระราชากับการพึ่งตนเอง. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 19(4), 165–176.
พิสิษฐ์ เอมดวง, ภูเนตุ จันทร์จิต, และ ปรางค์มณี เดชคุ้ม. (2566). รูปแบบการบริหารจัดการหนี้สินครัวเรือนแบบมีส่วนร่วมตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตำบลวังหมัน อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, 10(3), 19–35.
มติชน. (2566, 8–14 ธันวาคม). ศธ.เผยครู 80% ก่อหนี้กว่า 1.4 ล้านล้านบาท สหกรณ์ออมทรัพย์แชมป์เจ้าหนี้ 8.9 แสนล้าน รัฐบาลดึงร่วมแก้ปัญหา. มติชนสุดสัปดาห์, 14(2260). สืบค้นเมื่อ 24 มีนาคม 2568, จาก https://www.matichon.co.th/weekly/
รณกร กิติพชรเดชาธร, และ อนงค์นุช เทียนทอง. (2562). การศึกษาปัจจัยการประกอบอาชีพเสริมของข้าราชการในจังหวัดอุดรธานี. Journal of Business, Innovation and Sustainability (JBIS), 14(3), 72–84.
วัชรพล ยงวณิชย์. (2567). การขยายตัวของรายได้การเข้าสู่การบริโภคสินเชื่อในยุคดอกเบี้ยสูงของข้าราชการครูก่อนวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, 7(3), B1–B15.
วัลลพ ล้อมตะคุ. (2566). ผลของการรับรู้ความสามารถของตนเองในการวางแผนการเงินส่วนบุคคลที่มีต่อการมีอิสรภาพทางการเงินของครูในประเทศไทย. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 19(1), 1–18.
สาธิต สูติปัญญา. (2567). ส่อง ‘รากปัญหา’ วงจรอุบาทว์หนี้ครู มากกว่าแค่ ‘ฟุ่มเฟือย’ ส่วนตัว. กรุงเทพธุรกิจ.
สายปวีร์ เพียเขมร. (2563). แนวทางการประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในการแก้ปัญหาหนี้สินครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5. วารสารการพัฒนาการเรียนรู้สมัยใหม่, 5(3), 60–77.
สุชาดา นันทะไชย, และ สุวิชา ธีรวิจารณญาณกุล. (2554). การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารโรงเรียน: บทเรียนจากการวิเคราะห์โรงเรียนเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์: สามเจริญพาณิชย์.
สุชาดา นันทะไชย. (2563). ค่านิยมความพอเพียง: ค่านิยมร่วมที่ควรเร่งสร้างในองค์กรสถานศึกษา. วารสารวิชาการผลประโยชน์แห่งชาติ, 2(1), 69–76.
สุวิชัย โกศัยยะวัฒน์. (2567). อาชีพครูกับวัฒนธรรมและสังคมไทยในกระแสการเปลี่ยนแปลง: บทพิพากษ์เพื่อพิพัฒน์. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 10(2), 25–36.
สุอนงค์ บัวทอง. (2563). แนวทางการบริหารจัดการแก้ปัญหาหนี้สินของครูในจังหวัดเพชรบุรี. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 13(1), 19–28.
อมราลักษณ์ คล้ายเรือง, วาสนา ขัติยวงษ์, และ สุวัฒน์ วิวัฒนานนท์. (2565). การพัฒนาตนเองของครูในโรงเรียนกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษากลุ่มที่ 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1. ศูนย์พัฒนาการเรียนรู้สมัยใหม่ Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(2), 254–269.
Deci, E. L., & Ryan, R. M. (2000). The “what” and “why” of goal pursuits: Human needs and the self-determination of behavior. Psychological Inquiry, 11, 227–268.
Deci, E. L., & Ryan, R. M. (2000). The “what” and “why” of goal pursuits: Human needs and the self-determination of behavior. Psychological Inquiry, 11(4), 227–268. https://doi.org/10.1207/S15327965PLI1104_01
García, E., Wei, W., Patrick, S. K., Leung-Gagné, M., & DiNapoli, M. A., Jr. (2023, December). In debt: Student loan burdens among teachers. Learning Policy Institute. Retrieved May 26, 2025, from https://doi.org/10.54300/497.986
Heidegger, M. (1962). Being and time (J. Macquarrie & E. Robinson, Trans.). Harper & Row. (Original work published 1927)
OECD. (2020). OECD/INFE 2020 international survey of adult financial literacy. OECD Publishing. Retrieved April 3, 2025, from https://shorturl.asia/S6ACf
The Money Coach. (2023). Money fitness. Retrieved February 20, 2025, from https://www.moneycoach.co.th/financial-health
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
