พลังแห่งสภาวะตนเอง : การสร้างแรงจูงใจและศักยภาพของผู้หญิงในการเข้าสู่เวทีการเมืองระดับชาติ
คำสำคัญ:
การเสริมพลังของผู้หญิง, การมีส่วนร่วมทางการเมือง, สภาวะตนเอง, โมเดลสภาวะแบบพหุมิติบทคัดย่อ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้หญิงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืน แม้ผู้หญิงไทยมีความก้าวหน้าทางการศึกษาและอาชีพ แต่การมีตัวแทนในสภานิติบัญญัติยังคงต่ำกว่าร้อยละ 20 วรรณกรรมส่วนใหญ่มุ่งเน้นศึกษาโครงสร้างทางการเมืองและมาตรการนโยบาย ขณะที่มิติ "สภาวะตนเอง" (Self) ในกรอบแนวคิด “สามพลังเพื่อความยั่งยืน : สภาวะ-สถาบัน-สถานการณ์ (3ส)” หรือ Self-Structure-Situation (3S) ยังไม่ได้รับการสำรวจอย่างเป็นระบบ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายองค์ความรู้ในมิติสภาวะซึ่งเป็นหนึ่งในสามองค์ประกอบของกรอบแนวคิด 3ส โดยวิเคราะห์ด้านสภาวะตนเอง ในสองมิติหลัก ได้แก่ (1) ปัจจัยทางจิตวิทยา ผ่านทฤษฎีลำดับความต้องการของมาสโลว์ ทฤษฎีการกำหนดตนเอง ทฤษฎีจิตวิทยาอาชีพ และ (2) ปัจจัยศักยภาพภาวะผู้นำ ผ่านทฤษฎีการบรรจบกันของอัตลักษณ์ ทฤษฎีทุนมนุษย์ ทฤษฎีพฤติกรรมผู้ลงคะแนน เพื่อทำความเข้าใจปัจจัยที่ผลักดันการตัดสินใจเข้าสู่การเมืองของผู้หญิง
การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าสภาวะตนเองนับเป็นรากฐานของการเสริมพลังของผู้หญิงทางการเมือง โดยประกอบด้วยการสร้างแรงจูงใจส่วนบุคคล และการพัฒนาศักยภาพผู้นำ ซึ่งสามารถถูกกระตุ้นและพัฒนาผ่านกระบวนการเป็นระบบและเครื่องมือที่เหมาะสม บทความนำเสนอโมเดลสภาวะแบบพหุมิติ ที่ประกอบด้วยห้ามิติหลัก (SELF-5D) ได้แก่ มิติแรงจูงใจ มิติความเชื่อมั่น มิติความยืดหยุ่น มิติภาวะผู้นำ และมิติการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผลการศึกษาสนับสนุนแนวคิดที่ว่า การเสริมพลังผู้หญิงในเวทีการเมืองจำเป็นต้องเริ่มจากการพัฒนาสภาวะตนเองเป็นลำดับแรก ก่อนจะขยายไปสู่การปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างสถาบัน (Structure) และการพิจารณาบริบทสถานการณ์ (Situation)
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. (2567). รายงานการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในการเลือกตั้งทั่วไป 2566. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2567). รายงานสถิติรายปี ประเทศไทย 2567 (หน้า 122-123). สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม https://www.nso.go.th/public/e-book/Statistical-Yearbook/SYB-2024/184/
Becker, G. S. (1993). Human capital: A theoretical and empirical analysis, with special reference to education (3rd ed.). University of Chicago Press. https://doi.org/10.7208/chicago/9780226041223.001.0001
Crenshaw, K. (2013). Demarginalizing the intersection of race and sex: A Black feminist critique of antidiscrimination doctrine, feminist theory and antiracist politics. In K. Maschke (Ed.), Feminist legal theories (pp. 23–51). NY: Routledge.
Deci, E. L., & Ryan, R. M. (2000). Self-determination theory and the facilitation of intrinsic motivation, social development, and well-being. American Psychologist, 55(1), 68–78. https://doi.org/10.1037/0003-066X.55.1.68
Downs, A. (1957). An economic theory of democracy. Journal of Political Economy, 65(2), 135–135. https://www.journals.uchicago.edu/doi/abs/10.1086/257897
Fouad, N. A., Kozlowski, M. B., Schams, S. S., Weber, K. N., Tapia, W. D., & Burrows, S. G. (2023). Why aren’t we there yet? The status of research in women’s career development. The Counseling Psychologist, 51(6), 786–848. https://www.apa.org/education-career/ce/womens-career-development.pdf
Kabeer, N. (1999). The conditions and consequences of choice: Reflections on the measurement of women’s empowerment (UNRISD Discussion Paper No. 108). United Nations Research Institute for Social Development. https://www.files.ethz.ch/isn/28994/dp108.pdf
Krook, M. L. (2015). Female quotas in parliament: Do they make a difference? In J. D. Wright (Ed.), International encyclopedia of the social & behavioral sciences (2nd ed., pp. 888–892). Elsevier. https://doi.org/10.1016/B978-0-08-097086-8.64064-3
Maslow, A. H. (1943). A theory of human motivation. Psychological Review, 50(4), 370–396. http://dx.doi.org/10.1037/h0054346
Paxton, P., Hughes, M. M., & Barnes, T. D. (2020). Women, politics, and power: A global perspective (4th ed.). Rowman & Littlefield Publishers.
Pornpongsaroj, T. (2025). The dynamic 3S framework: A women’s empowerment model for gender balance in politics (A case study of the House of Representatives in Thailand). [Unpublished doctoral dissertation]. Rangsit University.
Tripp, A. M. (2015). Women and power in postconflict Africa. Cambridge University Press. https://doi.org/10.1017/CBO9781316336014
UN Women. (2024). Beijing+30 review: Advancing gender equality and women’s empowerment. UN Women. https://www.unwomen.org/en
United Nations. (1979). Convention on the elimination of all forms of discrimination against women (CEDAW). United Nations. https://www.un.org/womenwatch/daw/cedaw
United Nations. (2015). Transforming our world: The 2030 Agenda for Sustainable Development. United Nations. https://sdgs.un.org/2030agenda
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
