การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยใช้พื้นที่เป็นฐาน ของสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
คำสำคัญ:
เทคนิคเดลฟาย, การบริหารงานวิชาการ, แบบมุ่งผลสัมฤทธิ์, พื้นที่เป็นฐานบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสังเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยใช้พื้นที่เป็นฐานฯ 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยใช้พื้นที่เป็นฐานฯ รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยแบบผสานวิธี มีขั้นตอนการวิจัยออกเป็น 4 ระยะ ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการสังเคราะห์องค์ประกอบรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยใช้พื้นที่เป็นฐานฯ ใช้วิธีการสอบถามและรวบรวมความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้วยเทคนิคเดลฟาย โดยผู้เชี่ยวชาญ จํานวน 19 ท่าน พบว่า มีองค์ประกอบในการบริหารงานวิชาการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์โดยใช้ พื้นที่เป็นฐานฯ ใน 5 องค์ประกอบหลัก โดยมีค่าเฉลี่ยระดับความเหมาะสม 4.86 อยู่ในเกณฑ์มากที่สุด 2. ผลการพัฒนาและประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยใช้พื้นที่เป็นฐานฯ ใช้วิธีการสนทนากลุ่ม โดยมีผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 11 ท่าน พบว่า มี 4 องค์ประกอบ 3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยใช้พื้นที่เป็นฐานฯ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1) ทดลองใช้หลักสูตรฝึกอบรมการเขียนคู่มือการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาตามความต้องการของสถานประกอบการหรือยุทธศาสตร์ภูมิภาค ตามบริบทเชิงพื้นที่กับกลุ่มย่อย (Try-out) จำนวน 15 ท่าน และ 2) นำหลักสูตรฝึกอบรมการพัฒนาหลักสูตรรายวิชา ตามความต้องการของสถานประกอบการหรือยุทธศาสตร์ภูมิภาค
เอกสารอ้างอิง
กัญญารัตน์ บัวศรี และ วิโรจน์ พรหมสุด. (2560). การพัฒนารูปแบบการบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์สู่คุณภาพการจัดการศึกษา โรงเรียนบ้านควนสระ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3. วารสารสังคมและวัฒนธรรม, 1(1), 1–7.
จิติมา วรรณศรี. (2557). การบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา. พิษณุโลก: รัตนสุวรรณการพิมพ์.
นริศ แก้วศรีนวล. (2556). รูปแบบการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
ปริยาภรณ์ ตั้งคุณานันต์. (2562). การบริหารงานวิชาการในสถานศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน. กรุงเทพฯ: มีน เซอร์วิส ซัพพลาย.
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง. (2557). สรุปผลการดำเนินงานโครงการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาแห่งชาติ โครงการจัดทำหลักสูตรวิทยาศาสตร์สุขภาพทางการแพทย์แผนไทย. เชียงราย: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง.
วรกาญจน์ สุขสดเขียว. (2560). การศึกษาแนวทางการพัฒนากฎหมายการศึกษาเพื่อการบริหารจัดการการศึกษาในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
วัลลภ รัฐฉัตรานนท์. (2562). การวิจัยอนาคตโดยใช้เทคนิคเดลฟาย. วารสารสหวิทยาการวิจัย: ฉบับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 8(1), 1–10.
ศักดิ์ดา แดงเถิน. (2555). การบริหารงานโรงเรียนโดยใช้หลักการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ของผู้บริหารโรงเรียนตามทัศนะของครูในสำนักงานเขตภาษีเจริญ สังกัดกรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์ครุศาสตร
มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี.
ศักรินทร์ ชนประชา. (2550). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการศึกษานอกระบบสำหรับครูผู้สอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย เขต 2 (วิทยานิพนธการศึกษาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สมทรัพย์ ภูโสดา. (2565). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน
โรงเรียนบรบือวิทยาคาร. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 9(8), 162–182.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2555). ประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การรวมและการแยกสถานศึกษาเพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันการอาชีวศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.
สุประวีณ์ ทิพย์โพธิ์, ณรงค์ พิมสาร และ สิริกาญจน์ ธนวุฒิพรพินิต. (2563). รูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1. ศึกษาศาสตร์สาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 4(2), 56–70.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
