ผาดอกเสี้ยว: การทบทวนแนวคิดภูมิทัศน์นิเวศวัฒนธรรม และบทบาทของภูมิปัญญาชาวปกาเกอะญอ ในงานออกแบบเส้นทางธรรมชาติร่วมสมัย

Main Article Content

อัมพิกา อำลอย
ณัฐชาติ โกสินทรานนท์

บทคัดย่อ

บทความปริทัศน์นี้มุ่งทำความเข้าใจเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาดอกเสี้ยว อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะภูมิทัศน์ที่ธรรมชาติและวัฒนธรรมประกอบสร้างร่วมกัน มิใช่ฉากธรรมชาติที่แยกขาดจากผู้คน เส้นทางยาวประมาณ 2.6 กิโลเมตร เชื่อมป่าดิบเขาระดับล่าง ลำห้วยและน้ำตกผาดอกเสี้ยว นาขั้นบันได และชุมชนปกาเกอะญอบ้านแม่กลางหลวง โดยได้รับการพัฒนาเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2562 และมีการปรับปรุงต่อเนื่องในช่วง พ.ศ. 2565–2566 บริบทดังกล่าวทำให้การออกแบบเส้นทางไม่อาจพิจารณาเพียงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการท่องเที่ยว หากแต่ต้องคำนึงถึงระบบนิเวศป่าต้นน้ำ ความหมายเชิงวัฒนธรรม และกลไกการจัดการร่วมของชุมชนควบคู่กันไป บทความมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ (1) ทบทวนแนวคิดภูมิทัศน์นิเวศวัฒนธรรมและภูมิทัศน์ชีววัฒนธรรม ซึ่งชี้ว่าความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรมพัฒนาไปพร้อมกันผ่านรูปแบบการใช้ที่ดิน องค์ความรู้ท้องถิ่น และสถาบันทางสังคม รวมถึงข้อถกเถียงต่อแนวคิดการอนุรักษ์ที่แยกมนุษย์ออกจากธรรมชาติ (2) สังเคราะห์บทบาทของภูมิปัญญาชาวปกาเกอะญอในฐานะความรู้เชิงนิเวศดั้งเดิมที่ฝังอยู่ในการอ่านภูมิประเทศ การจัดการดินและน้ำ การใช้วัสดุและเทคนิคก่อสร้างพื้นถิ่น ตลอดจนบทบาทผู้นำเที่ยวในฐานะผู้ตีความภูมิทัศน์ (3) เสนอแนวทางบูรณาการองค์ความรู้ท้องถิ่นสู่การออกแบบเส้นทางธรรมชาติผาดอกเสี้ยว 6 ประเด็น เพื่อให้การพัฒนาเส้นทางลดการรบกวนพื้นที่เปราะบาง และคงคุณค่าเชิงนิเวศและวัฒนธรรมของพื้นที่อย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
อำลอย อ., & โกสินทรานนท์ ณ. (2026). ผาดอกเสี้ยว: การทบทวนแนวคิดภูมิทัศน์นิเวศวัฒนธรรม และบทบาทของภูมิปัญญาชาวปกาเกอะญอ ในงานออกแบบเส้นทางธรรมชาติร่วมสมัย. วารสารวิชาการภูมิสถาปัตยกรรมและการวางผัง, 8(1), 19–37. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/LAJ/article/view/285077
ประเภทบทความ
Articles

เอกสารอ้างอิง

เทพ ปรมินทร์ พงษ์พานิช และ วราภรณ์ ดวงแสง. (2564). ขีดความสามารถในการรองรับของแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้าน

แม่กลางหลวง อําเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการวิทยาลัยบริหารศาสตร์, 4(3), 125-141.

https://so05.tci-thaijo.org/index.php/SASAJ/article/view/247355

นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ. (2565). มานุษยวิทยากับภูมิทัศน์เชิงนิเวศวัฒนธรรม. สืบค้นจาก

https://www.sac.or.th/portal/th/article/detail/336

ปณิธี บุญสา. (2567). รูปแบบและกลไกการบริหารการพัฒนาเชิงพื้นที่ในการจัดการที่ดินและทรัพยากร โดยชุมชนขององค์กร

ปกครองส่วนท้องถิ่นที่เหมาะสมกับภูมินิเวศวัฒนธรรมแม่ฮ่องสอน. วารสารการวิจัย การบริหารการพัฒนา, 14(1), 49-62. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/JDAR/article/view/271694

วัชรารินทร์ วงศ์ษานิติ. (2564). เสียงแห่งบ้านแม่กลางหลวง: การเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ภายใต้บริบทการ

ท่องเที่ยวโดยชุมชน. วารสารวิจัยสังคมและปริทัศน์, 44(2), 169–199.

https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socialresearchjournal/article/view/260125

อาทิตย์ แวงโส, กิตติพัฒน์ ทาวงศ์ษา, และ มาโนช นันทพรม. (2564). เรื่องเล่าเชิงนิเวศกับการสร้างภูมิทัศน์วัฒนธรรมใน

ชุมชนจังหวัดบึงกาฬ. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 6(3), 1021-1032.

https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mcjou/article/view/252732

Agnoletti, M. (2006). The conservation of cultural landscapes. Wallingford, UK: CAB International.

Agnoletti, M., & Rotherham, I. D. (2015). Landscape and biocultural diversity. Biodiversity and

Conservation, 24(13), 3155–3165. https://doi.org/10.1007/s10531-015-1003-8

Berkes, F., Folke, C., & Gadgil, M. (1995). Traditional ecological knowledge, biodiversity, resilience and

sustainability. In C. Perrings, K.-G. Mäler, C. Folke, C. S. Holling, & B.-O. Jansson (Eds.), Biodiversity conservation (pp. 281–299). Dordrecht: Springer.

Bridgewater, P., & Rotherham, I. D. (2019). A global perspective on cultural landscapes. Landscape

Ecology, 34(10), 2133–2146. https://doi.org/10.1007/s10980-019-00853-4

Bridgewater, P., & Walton, J. (1996). Towards a global assessment of cultural landscapes. In R. von Droste, H. Plachter, & M. Rössler (Eds.), Cultural landscapes of universal value (pp. 45–52). Stuttgart: Gustav

Fischer.

Cocks, M. (2006). Biocultural diversity: Moving beyond the realm of ‘indigenous’ and ‘local’ people.

Human Ecology, 34(2), 185–200. https://doi.org/10.1007/s10745-006-9013-5

Loh, J., & Harmon, D. (2005). A global index of biocultural diversity. Ecological Indicators, 5(3), 231–241.

https://doi.org/10.1016/j.ecolind.2005.02.005

Merçon, J., et al. (2019). From local landscapes to international policy: Contributions of the biocultural

paradigm to global sustainability. Global Sustainability, 2, e7. https://doi.org/10.1017/sus.2019.4

Nassauer, J. I. (1995). Culture and changing landscape structure. Landscape Ecology, 10(4), 229–237.

https://doi.org/10.1007/BF00129257

Pretty, J., Adams, B., Berkes, F., de Athayde, S., Dudley, N., Hunn, E., … Pilgrim, S. (2009). The intersections

of biological diversity and cultural diversity: Towards integration. Conservation and Society, 7(2), 100–112.

Rotherham, I. D. (2008). Cultural landscapes and biodiversity. In R. A. P. O’Connor & A. E. R. Smith (Eds.),

Landscape ecology and conservation (pp. 183–198). Oxford: Oxford University Press.

Rotherham, I. D. (2014). Eco-history and conservation: Cultural landscapes and environmental change.

Cambridge: Cambridge University Press.

Rozzi, R. (2018). Biocultural homogenization: A wicked problem in the Anthropocene. In R. Rozzi et al.

(Eds.), From biocultural homogenization to biocultural conservation (pp. 9–45). Cham: Springer. https://doi.org/10.1007/978-3-319-99513-7_2

Turnhout, E., Waterton, C., Neves, K., & Buizer, M. (2013). Rethinking biodiversity: From goods and services

to “living with”. Conservation Letters, 6(3), 154–161. https://doi.org/10.1111/j.1755-263X.2012.00307.x

UNESCO. (2018). Operational guidelines for the implementation of the World Heritage Convention. Paris: UNESCO World Heritage Centre.