การพัฒนาโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองด้านการรับประทานยาสำหรับผู้ป่วยผู้ใหญ่ โรคความดันโลหิตสูงหลังเกิดภาวะความดันโลหิตสูงเร่งด่วน

ผู้แต่ง

  • สำรวย อาญาเมือง, 6852279 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • อาภรณ์ทิพย์ บัวเพ็ชร์, 6852279 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • อุษณีย์ เพชรรัชตะชาติ, 6852279 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

คำสำคัญ:

การจัดการตนเองด้านการรับประทานยา, ภาวะความดันโลหิตสูงเร่งด่วน, โปรแกรมสนับสนุน

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงพัฒนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองด้านการรับประทานยาสำหรับผู้ป่วยผู้ใหญ่โรคความดันโลหิตสูงหลังเกิดภาวะความดันโลหิตสูงเร่งด่วน โดยใช้แนวคิดการจัดการตนเองของแคนเฟอร์และแกลิค-บายส์ กระบวนการพัฒนาประยุกต์ใช้รูปแบบการใช้ผลงานวิจัยของไอโอวาที่ดัดแปลงโดยทิตเลอร์และคณะ 2 ระยะ คือ ระยะพัฒนาโปรแกรม และระยะตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ

            โปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองด้านการรับประทานยาสำหรับผู้ป่วยผู้ใหญ่โรคความดันโลหิตสูงหลังเกิดภาวะความดันโลหิตสูงเร่งด่วน ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ คือ 1) แนวทางการใช้โปรแกรม 2) แผนกิจกรรมสนับสนุนการจัดการตนเองด้านการรับประทานยา รวม 4 กิจกรรม 3) คู่มือและแบบบันทึก 4) สื่อประกอบกิจกรรม ได้แก่ ป้ายปิงปองจราจรชีวิต 7 สี ผลการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา พบว่าเนื้อหา แผนกิจกรรมและสื่อมีความถูกต้อง ชัดเจน เหมาะสมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโปรแกรม และควรปรับปรุงรายละเอียดของเนื้อหาให้ชัดเจนมากขึ้น ส่วนคู่มือและแบบบันทึกมีเนื้อหา รูปแบบ ภาพประกอบ และการใช้ภาษามีความถูกต้อง เหมาะสม และชัดเจน โดยปรับการใช้ภาษาและสีสันให้เหมาะสม รวมทั้งควรระบุเกณฑ์การคัดเลือกผู้ป่วยให้ชัดเจนและปรับลดเวลาการทำกิจกรรมแต่ละครั้ง ผลประเมินความเป็นไปได้ในการใช้งาน พบว่า ส่วนใหญ่เห็นว่าโปรแกรมและแผนกิจกรรมอ่านเข้าใจง่าย เนื้อหามีความเหมาะสม และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง คู่มือและแบบบันทึกมีเนื้อหาชัดเจน อ่านแล้วเข้าใจง่าย รูปเล่มและภาพประกอบมีความเหมาะสม สามารถนำไปปฏิบัติและบันทึกได้สะดวก ป้ายปิงปองจราจรชีวิต 7 สี เป็นสื่อที่เข้าใจง่าย เหมาะสมกับการนำไปใช้ในการปฏิบัติงานจริง

สรุปและข้อเสนอแนะ ควรมีการนำไปใช้ในการปฏิบัติงานจริงโดยทดสอบประสิทธิผลของโปรแกรมด้วยการวิจัยเชิงทดลองในกลุ่มตัวอย่าง

เอกสารอ้างอิง

กิรณา อรุณแสงสด, วันทนา มณีศรีวงศ์กูล, และอรสา พันธ์ภักดี. (2557). ผลของโปรแกรมการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจแบบสั้นต่อความรู้ แรงจูงใจ และความสม่ำเสมอในการรับประทานยาของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 28(3), 129-144.
ขนิษฐา สารีพล, และปัทมา สุริต. (2557). ผลของโปรแกรมจัดการตนเองต่อพฤติกรรมสุขภาพและระดับความดันโลหิตในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 33(3), 110-116.
จารุณี ปลายยอด , อรสา พันธ์ภักดี , และชีวรัตน์ ต่ายเกิด. (2555). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเองต่อการรับรู้ความสามารถในการดูแลตนเอง น้ำหนักตัวและการควบคุมความดันโลหิตของผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง. วารสารโรงพยาบาลรามา, 18(2), 223-236.
ชลการ ชายกุล. (2557). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการจัดการตนเองและการมีส่วนร่วมของครอบครัวต่อพฤติกรรมสุขภาพและความดันโลหิตของผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูง. วิทยานิพนธ์พยาบาล ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สงขลา.
เทวัญ ยอดยิ่ง. (2556). ประสิทธิผลของการใช้โปรแกรมการจัดการตนเองโดยการใช้กระบวนการแก้ไขปัญหาเฉพาะรายในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงโรงพยาบาลแพร่. วารสารโรงพยาบาลแพร่, 21(1), 59-71.
ปิงปองจราจรชีวิต 7 สี สืบค้นจาก http://203.157.229.18/chronic/reptemplate/ball7color_new.pdf
นันทิกานต์ หวังจิ. (2558). ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานยาต่อความร่วมมือในการรักษาด้วยยาและระดับความดันโลหิตในผู้สูงอายุความดันโลหิตสูงมุสลิมที่ควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ได้. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สงขลา.
เบญจมาศ ถาดแสง, ดวงฤดี ลาศุขะ, และทศพร ดำผลศิริ. (2555). ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการจัดการตนเองและค่าความดันโลหิตของผู้สูงอายุที่มีโรคความดันโลหิตสูง. พยาบาลสาร, 39(4), 124-137
ราตรี ชาติศรีศักดิ์. (2554). การเปรียบเทียบผลของการบริบาลเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วยในซึ่งเป็นโรคความดันโลหิตสูงกับการให้คำแนะนำเรื่องยาก่อนกลับบ้านแบบเดิม. วิทยานิพนธ์เภสัชศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเภสัชกรรมคลินิก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สงขลา.
รายงานผู้ป่วยภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต โรงพยาบาลรือเสาะ. (2558). ค้นหาเมื่อ 25 ตุลาคม 2558
ธนพร วรรณกูล, ชลิดา โสภิตภักดีพงษ์ และวิริยา สุขวงศ์. (2555). ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการดูแลตนเองในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 26(3), 106-118.
ศันสนีย์ สินารักษ์. (2556). ความร่วมมือในการใช้ยาและพฤติกรรมทางเพศของผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีในยุคของการเข้าถึงการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์อย่างถ้วนหน้า. วิทยานิพนธ์เภสัชศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเภสัชกรรมคลินิก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สงขลา.
สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. (2558). แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2558). สืบค้นจาก http://www.thaihypertension.org/
สุพิณญา คงเจริญ, ชดช้อย วัฒนะ, และธีรนุช ห้านิรัติศัย. (2556). ผลของโปรแกรมการกำกับตนเองเพื่อควบคุมความดันโลหิตต่อพฤติกรรมการกำกับตนเอง ระดับความดันโลหิตและภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองในชาวไทยมุสลิมที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง. พยาบาลสาร, 40(1), 23-33.
สำนักงานโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2559). รายงานประจำปี 2558. สืบค้นจาก http://www.thaincd.com/document/file/download/paper-manual/Annual-report-2015.pdf.
สำนักระบาดวิทยา. (2556). รายงานการเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปีพ.ศ. 2555. รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์, 44 (51), 801-808.
อรอนงค์ ชูแก้ว. (2558). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองด้านโภชการการต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารและน้ำหนักของเด็กวัยเรียนตอนปลายที่มีภาวะอ้วน. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สงขลา.
อินทนนท์ อิ่มสุวรรณ. (2556). การดูแลรักษาภาวะความดันโลหิตสูงในห้องฉุกเฉิน. ธรรมศาสตร์เวชสาร, 13(1), 109-123.
Albus, C., & Matthes, J. (2014). Improving adherence with medication- a selective literature review based on the example of hypertension treatment. Deutsches Aerzteblatt Internationa, 111(4), 41-47.
Demonceau, J., Ruppar, T., Kristanto, P., Hughes, D. A., Fargher, E., Kardas, P., … Vrijens, B. (2013). Identification and assessment of adherence-enhancing interventions in studies assessing medication adherence through electronically compiled drug dosing histories: a systematic literature review and meta-analysis. Australasian Drug Information Services, 73:545–562. doi: 10.1007/s40265-013-0041-3
Glynn, L. G., Murphy, A., Smith, S. M., Schroeder, K., Fahey, T. (2010). Self–monitoring and other non–
pharmacological interventions to improve the management of hypertension in primary care: a systematic review. British Journal of General Practice, 476-488. doi: 10.3399/bjgp10X544113
Joint National Committee. (2014). Evidence-based guideline for the management of high blood in adults: report from the panel members appointed to the eighth joint national committee. Retrieved from http://www.jama.jamanetwork.com.
The Joanna Briggs Institute (JBI). Systematic reviews – The review process. Levels of evidence, 2008 [Internet]. Australia: Solito Fine Colour Printers [cited 29 Jun 2010]. Retrieved from http://Joannabriggs.edu.au/pubs/approach.php
Kanfer, F.H., & Gaelick-Bays, L. (1991). Self management method. In F.H. Kanfer, & A. Goldstein (Eds.). Helping people change: A textbook of methods (305-360). New York: Pergamon press.
Krahn, K. (2014). Hypertensive Urgency. Nd. Retrieved from http://www.RxFiles.ca
McLean, G., Band, R., Saunderson, K., Hanlon, P., Murray, E., Little, P., Richard J., … Maira, F. S. (2016). Digital interventions to promote self-management in adults with hypertension : systematic review and meta-analysis. Journal of Hypertension, 34(4), 600-612.
Rujiwatthanakorn, D., Panpakdee, O., Malathum, P., & Tanomsup, S. (2011). Effectiveness of a Self-Management Program for Thais with Essential Hypertension. Pacific Rim International Journal of Nursing Research, 15(2), 97-110.
Szczech, L. A., Granger, C. B., Dasta, J. F., Amin, A., Peacock, W. F., Mccullough, P. A., Devlin, J. W., Weir, M.
R., Katz, J. N., Anderson, F. A., & Wyman, A. (2010). Acute kidney injury and cardiovascular outcomes in acute severe hypertension. Journal of the American Heart Association, 121, 2183-2191.
Titler, M. G., Kleiber, C., Steelman, V. J., Rakel, B. A., Budreau, G., Everett, L. Q., & et al. (2001). “The IOWA model of evidence-based practice to promote quality of care” Critical Care Nursing Clinics of North America, 13, 497-509.
Thutsaringkarnsakul, S., Aungsuroch, Y., Jitpanya, C. (2012). Self-Management Program on Blood Pressure Control in Thai Hypertensive Patients at Risk for Stroke. Journal of Health Research, 26(5), 242-249.
Uhlig, K., Patel, K., Ip, S., Kitsios, G.D., & Balk, E. M. (2013). Self-Measured Blood Pressure Monitoring in the Management of Hypertension: a systematic review and meta analysis. Annals of Internal Medicine, 159(3), 185-194.
Vlcek, M., Bur, A., Woisetschlager, C., Herkner, H., Laggner, A. N., & Hirschl, M. M. (2008). Association
between hypertensive urgencies and subsequent cardiovascular events in patients with hypertension. Journal of Hypertension, 26(4), 657-662.
World Health Organization. (2012). New data highlight increase in hypertension, Diabetes incidence. Retrieved from
http://www.who.int/mediacentre/news/releases/2012/world_health_statistics_20120516/en/.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-12-26