การพัฒนารูปแบบโมบายเลิร์นนิงแบบร่วมมือร่วมกับการใช้เหรียญตราดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างทักษะการทำงานเป็นทีมของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6
คำสำคัญ:
โมบายเลิร์นนิง, การเรียนรู้แบบร่วมมือ, เหรียญตราดิจิทัล, การทำงานเป็นทีมบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบโมบายเลิร์นนิงแบบร่วมมือร่วมกับการใช้เหรียญตราดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างทักษะการทำงานเป็นทีมของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 โดยมีขั้นตอนการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ (1) การพัฒนารูปแบบฯ โดยการศึกษาความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 7 ท่าน โดยการเลือกแบบเจาะจง (2) การศึกษาผลการใช้รูปแบบฯ และ (3) การนำเสนอรูปแบบฯ โดยการประเมินรับรองรูปแบบฯ จากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านบางเลน จังหวัดนครปฐม จำนวน 32 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง ด้วยการทดสอบการแจกแจงของประชากรแบบโคโมโกรอฟ สเมอร์นอฟ (Kolmogorov - Smirnov Z) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ได้แก่ (1) แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ และ (2) แบบประเมินรับรองร่างรูปแบบฯ ระยะที่ 2 ได้แก่ (1) ระบบสังคมการเรียนรู้ออนไลน์บนโมบายแอปพลิเคชัน (2) แบบประเมินทักษะการทำงานเป็นทีม (3) แบบทดสอบบุคลิกภาพ และ (4) แบบสอบถามความคิดเห็นการใช้รูปแบบฯ และ ระยะที่ 3 ได้แก่ แบบประเมินรับรองรูปแบบฯ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ การทดสอบค่า t-test
ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การเรียนรู้แบบร่วมมือ (2) ผู้สอนและผู้เรียน (3) โมบายเลิร์นนิงแบบร่วมมือ (4) เหรียญตราดิจิทัล (5) ระบบสังคมการเรียนรู้ (6) การปฏิสัมพันธ์ และ (7) การประเมิน โดยทั้ง 7 องค์ประกอบมีความเหมาะสมกับขั้นตอนการสอนของรูปแบบทั้ง 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 ขั้นทดสอบบุคลิกภาพ จัดกลุ่มผู้เรียนและประเมินทักษะการทำงานเป็นทีม ขั้นที่ 2 ขั้นศึกษาเนื้อหาร่วมกัน ขั้นที่ 3 ขั้นจับคู่กันทำภาระงาน ขั้นที่ 4 ขั้นนำเสนองานคู่และประเมินการเรียนรู้รายคู่ และ ขั้นที่ 5 ขั้นนำเสนองานกลุ่มและประเมินกลุ่ม ผลของการศึกษาการใช้รูปแบบฯ พบว่า ค่าเฉลี่ยทักษะการทำงานเป็นทีมของผู้เรียนเมื่อเรียนด้วยรูปแบบฯ สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยผู้เรียนที่มีบุคลิกภาพแบบเก็บตัวเมื่อเรียนด้วยรูปแบบฯ มีทักษะการทำงานเป็นทีมที่แตกต่างกับผู้เรียนแบบแสดงตัวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผลการนำเสนอรูปแบบฯ จากการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิพบว่า อยู่ในระดับดีมาก (=4.74, SD=0.45)
