ผลของการใช้ “ย่านเมืองเก่าตะกั่วป่าโมเดล” ที่มีต่อการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยชุมชน
คำสำคัญ:
ย่านเมืองเก่าตะกั่วป่าโมเดล, การจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนบทคัดย่อ
บทความวิจัยเรื่อง ผลของการใช้ “ย่านเมืองเก่าตะกั่วป่าโมเดล” ต่อการจัดการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมโดยชุมชน อาศัยแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นหลัก รวมทั้งแนวคิดทุนทางวัฒนธรรมเสริมร่วมด้วย ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ศึกษากลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ คณะกรรมการจัดการท่องเที่ยวของชุมชนตลาดใหญ่และชุมชนเสนานุชรังสรรค์ จำนวน 32 คน พร้อมกับแบบประเมินการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทั้งก่อนและหลังปฏิบัติการ ควบคู่กับการประชุมกลุ่มแบบสร้างสรรค์ การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก การสังเกต วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้โปรแกรมอาร์เพื่อหาค่าเฉลี่ย และค่าการทดสอบที่ไม่เป็นอิสระต่อกัน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ผลการประเมินการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหลังการปฏิบัติการทั้ง 4 ด้านสูงกว่าก่อนปฏิบัติการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมีทิศทางที่ดีขึ้นคือ 1) การจัดการพื้นที่ให้เหมาะสมและดีขึ้นในเรื่องการจัดระเบียบระบบคมนาคม ความปลอดภัยและความเรียบร้อย 2) ยกระดับโปรแกรมการท่องเที่ยวที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่ม 3) พัฒนา Land Mark และจุด Check in ที่น่าสนใจมีการถ่ายทอดเรื่องราวสถานที่ที่เคยรุ่งเรืองในอดีตให้นักท่องเที่ยวได้พบเห็นผ่านเรื่องเล่า และ 4) มีแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมที่เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจทางประวัติศาสตร์สถานที่ ได้รู้จักตะกั่วป่าในมุมมองใหม่มากยิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
ธนภูมิ อติเวทิน. การจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมกํารท่องเที่ยว ภายใต้บริบทของการพัฒนา. วารสารวิชาการการท่องเที่ยวไทยนานาชาติ, 13(1), 2560, 33-56.
บุพชาติ ดวงดี. รูปแบบการพัฒนาการเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวแบบบูรณาการอย่างยั่งยืนของจังหวัดนนทบุรี. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 36(6), 2560, 228-227.
สกาวรัตน์ บุญวรรโณ. ย้อนอดีต มองปัจจุบัน กำหนดอนาคต: ทิศทางการจัดการท่องเที่ยวเมืองเก่าตะกั่วป่าผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน. วารสารวิชาการเครือข่ายบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ, 10(2), 2563, 127-140.
Ife, J. Community Development: Creating Community Alternatives - Vision, Analysis And Practice, Addison Wesley Longman, Melbourne, Australia,1996.
Lipe William D. Value and meaning in cultural resources. Great Britain, 1984.
McManamon, et al. Using Values to Manage Archaeological Resources at a Landscape Scale. Advances in Archaeological Practice 4(2), 2016. 132–148.
McNiff, J. Action Research, Principles and Practice. London: MacMillan Education, 1988.
Musavengane, R. Using the systemic-resilience thinking approach to enhance participatory collaborative management of natural resources in tribal communities, 2019.
Newell, R. and Picketts, I. Spaces, places, and possibilities: A participatory approach for developing and using integrated models for community planning. City and Environment Interactions 6, 2020, 100040.
Pieterse, J. My Paradigm or Yours? Alternative Development, Post-Development, Reflexive Development. Development and Change 29, 1998, 343-373.
Stettner, A. C. Commodity or community? Sustainable development in Mountain Resorts, Tourism Recreation Research, 18(1), 1993, 3-10.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
วารสารศิลปวัฒนธรรมสวนสุนันทา เป็นวารสารในรูปแบบเปิด (Open Access) ผู้ใช้ทั่วไปหรือระบบสารสนเทศของหน่วยงาน ฐานข้อมูลอัตโนมัติ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ สามารถเข้าถึง ดาวน์โหลด เอกสารไฟล์บทความบนเว็บไซต์วารสาร โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
ข้อความภายในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารศิลปวัฒนธรรมสวนสุนันทาทั้งหมด รวมถึงรูปภาพประกอบ ตาราง เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา การนำเนื้อหา ข้อความหรือข้อคิดเห็น รูปภาพ ตาราง ของบทความไปจัดพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสารอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรอนุญาตให้สามารถนำไฟล์บทความไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อได้ โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไข สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอน (Creative Commons License: CC) และ ต้องแสดงที่มาจากวารสาร – ไม่ใช้เพื่อการค้า – ห้ามแก้ไขดัดแปลง, Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และบุคลากร คณาจารย์ท่านอื่น ๆ ในราชวิทยาลัยฯแต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ