การใช้ประโยชน์และมูลค่าทางเศรษฐกิจของผักพื้นบ้านในตำบลคู้ยายหมี อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา
关键词:
มูลค่าทางเศรษฐกิจ, ผักพื้นบ้าน, การใช้ประโยชน์โดยตรง摘要
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ลักษณะการใช้ประโยชน์โดยตรงจากผักพื้นบ้านตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อทำการประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจของผักพื้นบ้าน
ในตำบลคู้ยายหมี อำเภอสนามชัย จังหวัดฉะเชิงเทรา ประชากรที่ใช้ในการศึกษา เกษตรกรทั้งหมดที่ปลูกผักพื้นบ้านและนำผลผลิตส่งเข้ากลุ่มเกษตรอินทรีย์ ในเขตพื้นที่ตำบลคู้ยายหมี อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 87 ครัวเรือน ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงจากผักพื้นบ้าน จำนวน 155 ชนิดพืช เพื่อการบริโภคภายในครัวเรือน ขายโดยส่งเข้ากลุ่มและผลิตเป็นผลผลิตต่อเนื่อง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสัมภาษณ์ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาหาค่า t-test one way ANOVA ผลการวิจัยพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นหญิง มีอายุระหว่าง 41-60 ปี สมาชิกในครัวเรือนจำนวน 4-6 คน พื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 1-15 ไร่ รายได้จากการขายผักโดยส่งเข้ากลุ่มเกษตรอินทรีย์ อยู่ในช่วง 100-1,000 บาทต่อปี ลักษณะการใช้ประโยชน์โดยตรงและมูลค่าทางเศรษฐกิจของผักพื้นบ้านของเกษตรกรทุกคน แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ
เพื่อการบริโภคในครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 123,122.4 บาทต่อปี เพื่อขายโดยส่งเข้ากลุ่มเกษตรอินทรีย์ คิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 479,825.20 บาทต่อปี และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตเป็นผลผลิตต่อเนื่องคิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 33,764 บาทต่อปี ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลด้านเพศ อายุ และจำนวนสมาชิกในครัวเรือนที่แตกต่างกันมีผลต่อมูลค่าขายผัก พื้นบ้านโดยส่งเข้ากลุ่มไม่แตกต่างกันมีค่า t-test เท่ากับ .126 และ F-test เท่ากับ .270 และ .554 ตามลำดับ ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 มีเพียงปัจจัยเดียวคือ ขนาดพื้นที่ทำการเกษตรที่แตกต่างกันมีผลต่อมูลค่าขายผักพื้นบ้านโดยส่งเข้ากลุ่มแตกต่างกัน มีค่า F-test เท่ากับ 85.889 ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05
##submission.downloads##
已出版
##submission.howToCite##
期
栏目
##submission.license##
All articles published in the Business Administration and Management Journal Review are copyrighted by the journal.
The views and opinions expressed in each article are solely those of the individual authors and do not represent those of Huachiew Chalermprakiet University or any other faculty members. Each author is fully responsible for the content of their own article. Any errors or issues found are the sole responsibility of the respective author.
