ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการลงทุนในไทย ของผู้ประกอบการชาวจีนในนิคมอุตสาหกรรมไทย-จีน จังหวัดระยอง
摘要
รายงานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการณ์ทั่วไปเกี่ยวกับการลงทุนของผู้ประกอบการชาวจีนในนิคมอุตสาหกรรมไทย-จีน จังหวัดระยอง และวิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์บการลงทุนในไทยของผู้ประกอบการชาวจีนในนิคมอุตสาหกรรมไทย-จีน จังหวัดระยองโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานทั้งในเชิงปริมาณ สําหรับข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถาม และเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่บริษัทข้ามชาติชาวจีนที่เข้ามาลงทุนจดทะเบียนในไทย จํานวน 47 บริษัท และจากการสัมภาษณ์จํานวน 15 บริษัท ที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมไทย-จีน การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป ข้อมูลรูปแบบและการบริหารจัดการของบริษัท ใช้ค่าร้อยละ และการแจกแจงความถี่ นําเสนอในรูปแบบตารางและพรรณนาลักษณะของข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการลงทุนในไทย โดยใช้ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน นําเสนอในรูปตารางและแปลผล
สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าสถานประกอบการชาวจีนส่วนใหญ่งทุนเอง และ 1 ใน 3 ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ สิ่งที่คาดหวังจากภาครัฐคือ ความยืดหยุ่นในกฎระเบียบรองลงมาคือ การผ่อนปรนด้านภาษี และแนวโน้มในอนาคต 5 ปีข้างหน้าคือขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นในไทย สําหรับปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการลงทุนในไทย ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์มากที่สุดจํานวน 3 ปัจจัยจาก 7 ปัจจัยได้แก่ปัจจัยด้านสาธารณูปโภค ( =3.64) ปัจจัยด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง (
=3.60) และปัจจัยด้านกฎระเบียบ/กฎหมายที่เกี่ยวข้อง(
=3.59) ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์สถานประกอบการชาวจีนส่วนใหญ่บริหารในลักษณะทีมงาน มีการนําวิธีการบริหารจัดการสมัยใหม่และการสร้างเครือข่ายธุรกิจ สาเหตุสําคัญที่เข้ามาลงทุนไทยเนื่องจากได้รับการส่งเสริมจากสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และขยายฐานการผลิตมายังแหล่งงานที่มีทักษะและค่าจ้างแรงงานไม่แพง อุปสรรคที่สําคัญคือ พนักงานขาดความกระตือรือร้นและความมุ่งมั่นในการทํางาน รวมทั้งการฝึกฝนด้านการวิเคราะห์และคํานวณ
##submission.downloads##
已出版
##submission.howToCite##
期
栏目
##submission.license##
All articles published in the Business Administration and Management Journal Review are copyrighted by the journal.
The views and opinions expressed in each article are solely those of the individual authors and do not represent those of Huachiew Chalermprakiet University or any other faculty members. Each author is fully responsible for the content of their own article. Any errors or issues found are the sole responsibility of the respective author.
