การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลในการแก้ปัญหาในองค์กร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สำนักงานกลาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี
关键词:
พุทธธรรม, ธรรมาภิบาล, ธรรมาภิบาลวิถีพุทธ摘要
บทความวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของดุษฎีนิพนธ์เรื่อง “การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลในการแก้ปัญหาในองค์กรการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สำนักงานกลาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี” งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อศึกษาแนวคิดทฤษฎีและพุทธธรรมเกี่ยวกับการบริหารตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อศึกษาสภาพการบริหารจัดการองค์การของพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำนักงานกลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เพื่อประยุกต์หลักพุทธธรรมกับหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำนักงานกลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยศึกษาจากเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ อันได้แก่ ผู้บริหารระดับต่างๆ ของ กฟผ. สำนักงานกลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ได้แก่ ผู้อำนวยการฝ่าย หัวหน้ากอง ผู้บริหารระดับ 11 ผู้บริหารระดับ 10 และพนักงานในระดับต่างๆ รวมทั้งหมดจำนวน 48 คน เพื่อให้ได้ข้อมูลการบริหารงานของ กฟผ. ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ผลการวิจัยพบว่า การประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมกับหลักธรรมาภิบาลมีความจำเป็นต่อการบริหารจัดการพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เป็นอย่างมาก เป็นการบริหารงานด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยใช้หลักพุทธธรรม เช่น หลักทศพิธราชธรรม หลักทิศ 6 หลักสัปปุริสธรรม 7 หลักอปริหานิยธรรม 7 หลักพรหมวิหาร 4 หลักสังคหวัตถุ 4 และหลักอิทธิบาท 4 เป็นต้น ในการส่งเสริมสนับสนุนให้พนักงานยึดมั่นในหลักคุณธรรม โดยมีการกล่าวถึงพระบรมราโชวาทในหลวงรัชกาลที่ 9 และค่านิยมองค์การในการประชุมทุกครั้ง เพื่อให้พนักงานซึมซับหลักการดังกล่าว และยังส่งเสริมจริยธรรม โดยผ่านวัฒนธรรมและค่านิยมองค์การ คือ รักองค์การ มุ่งงานเลิศ เทิดคุณธรรม นำพานวัตกรรมและทำประโยชน์เพื่อสังคม เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานมีความซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัย ต่อต้านการทุจริต ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่นและไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นพลังก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแก่องค์การและประเทศชาติ เพื่อบรรเทาป้องกันภาวะวิกฤติภยันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้
参考
ชลิตพันธ์ บุญมีสุวรรณ ศักชัย อรุณรัศมีเรือง รุ่งฤดี รัตนวิไล และสถาพร ปิ่นเจริญ. (2560). การบริหารการเปลี่ยนแปลงกับการพัฒนาองค์การในยุคประเทศไทย 4.0. วารสารธุรกิจปริทัศน์ , 9(2), 165.
ชาติชาย นรเศรษฐาภรณ์. (2545). ธรรมาภิบาลในความหมายของภาครัฐ เอกชนและประชาชน : กรณีโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนถ่านหินหินกรูด. ปริญญานิพนธ์รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุษบงชัย เจริญวัฒนะ. (2546). รายงานการวิจัยตัวชี้วัดธรรมาภิบาล (Indicators of good governance). กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.
ปัญญา ฉายะจินดาวงศ์ และรัชนี ภู่ตระกูล. (2549). ธรรมาภิบาล (Good Governance) กับสังคมไทย. กรุงเทพฯ: บพิธการพิมพ์.
พระกัญจน์ กนฺตธมฺโม (แสงรุ่ง). (2559). การพัฒนาความเป็นพลเมืองดีตามหลักพระพุทธศาสนา. วารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์, 11(21), 46.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2557). พุทธธรรมฉบับปรับขยาย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส. (2557). พระพุทธศาสนากับวิทยาการสมัยใหม่. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี. (2542). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 63ง (10 สิงหาคม). กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรีฯ.
วศิน อินทสระ. (2511). จอมจักรพรรดิอโศก. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ธรรมสภา.
The World Bank’s Experience. (1994). The manner in which power is exercised in the management of a country’s economic and social resources for development” in Governance. การสร้างธรรมาภิบาล (Good governance) ในสังคมไทย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์วิญญูชน.
UNDP Policy Document. (1997). Governance for Sustainable Human Development. การสร้างธรรมาภิบาล (Good governance) ในสังคมไทย. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์วิญญูชน.
United Nations Development (UNDP). (1997). Glossary of key terms in Governance for Sustainable Human Development. คำและความคิดในรัฐศาสตร์ร่วมสมัย (Concept in Contemporary Political Science). พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
##submission.downloads##
已出版
##submission.howToCite##
期
栏目
##submission.license##
All articles published in the Business Administration and Management Journal Review are copyrighted by the journal.
The views and opinions expressed in each article are solely those of the individual authors and do not represent those of Huachiew Chalermprakiet University or any other faculty members. Each author is fully responsible for the content of their own article. Any errors or issues found are the sole responsibility of the respective author.
