การสอนแนวฐานการเรียนรู้จากงานสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กประถมศึกษา
คำสำคัญ:
แผนการสอนปกติ, แผนการสอนแบบฐานการเรียนรู้จากงานสร้างสรรค์, ความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนประถมศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยการสอนแนวฐานการเรียนรู้จากงานสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กประถมศึกษา กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ จังหวัดนครนายก จำนวน 2 ห้อง ด้วยการสุ่มอย่างง่าย แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน รวม 60 คน เครื่องมือที่ใช้วิจัย ได้แก่ 1) แผนการสอนแบบฐานการเรียนรู้จากงานสร้างสรรค์ ที่เน้นการกระตุ้นความสนใจ การตั้งปัญหาตามความสนใจ ได้ค้นคว้าข้อมูลเอง ได้นำเสนอผลงาน และประเมินผลงานของตน และ 2) แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ TCT-DP ของเจลเลน และเออร์บาน วิธีการวิจัยเป็นแบบ Two Group Pretest-Posttest Design ทำการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนเพื่อเปรียบเทียบคะแนนความก้าวหน้าระหว่างกลุ่ม ใช้ค่าสถิติ t-test for dependent Samples ผลการวิจัยพบว่า 1) แผนการสอนแบบฐานการเรียนรู้จากงานสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กประถมศึกษา ได้ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ผ่านเกณฑ์ 0.5 ทุกหัวข้อ แสดงประสิทธิภาพของแผนการสอนว่าสามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และ 2) นักเรียนกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 13.63 และเมื่อได้รับการจัดการเรียนการสอนแล้วพบว่า มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 18.13 และผลคะแนนของนักเรียนกลุ่มควบคุมหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 14.90 ค่า t เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มเท่ากับ 2.33 บ่งชี้ว่าการจัดการเรียนการสอนด้วยแผนการสอนแบบฐานการเรียนรู้จากงานสร้างสรรค์ ทำให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05
Downloads
เอกสารอ้างอิง
ฉันทิดา สนิทนราทร. (2560). สรุปจิตวิทยาการดูแลเด็กวัย 0-12 ปี. สืบค้นเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2563 จาก
http://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/56125/-blo-parinf-par-parpres-parsch-
นิพาดา เทวกุล. (2547). ความคิดสร้างสรรค์ (Creative thinking). สืบค้นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2563 จาก
https://pirun. ku.ac.th/~agrpct/lesson1/creative_thinking.html
มงคล เรียงณรงค์, และลัดดา ศิลาน้อย. (2558). การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รายวิชา ส 21103 สังคมศึกษา 2. Journal of Education Khon Kaen University, 38(4), 141-148.
วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์. (2558). การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน. วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัย
วลัยลักษณ์, 1(2), 23-38.
สิริพัชร์ เจษฎาวิโรจน์. (2560). กระบวนการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน ในกระบวนวิชา CEE2205 (ความคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็ก). วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 32(2), 1-8.
สุวรรณา ก้อนทอง. (2547). ผลการจัดศิลปะประกอบเสียงดนตรีคลาสสิคที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์ของเด็กประถมวัย (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพมหานคร.
สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน. (2559). ธนาคารโลกเผยคุณภาพแรงงานไทยถดถอยฉุดรั้งโอกาสก้าวออกจากกับดักรายได้ปานกลาง. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2563 จากhttp://www.qlf.or.th/Home/ Contents/1114
ศิรกาญจน์ จงสิริวัฒน์. (2560). การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. สืบค้นเมื่อ 25 ธันวาคม 2563 จาก http://www.kroobannok.com/board_view.php?
b_id=148255&bcat_id=16
Ersoy, E., & Baser, N. (2014). The effects of problem-based learning method in higher
education on creative thinking. Procedia - Social and Behavioral Sciences. Retrieved
December, 2020, from https://pdf.sciencedirectassets.com/277811/1-s2.0-
S1877042814X00108/1-s2.0-S1877042814008076/main.pdf?X
Guilford, J.P. (1967). The nature of human intelligence. New York: McGraw-Hill.
Jellen, H.G., & Urban, K.K. (1989). Assessing creative potential world-wide: The first cross-cultural application of the Test for Creative Thinking—Drawing Production (TCT-DP). Gifted Education International, 6(2), 78–86. https://doi.org/10.1177/026142948900600204
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.


