ปัญหาทางกฎหมายในการควบคุมโรคระบาดสัตว์ที่เกิดจากการค้าสัตว์ป่า : ศึกษาเฉพาะกรณีม้าลายเบอร์เชลล์และม้าลายควากกา
คำสำคัญ:
โรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า, องค์การสุขภาพสัตว์โลก, ข้อกำหนดสุขภาพสัตว์บกบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์หัวข้อ “มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมโรคระบาดสัตว์ที่เกิดจากการค้าสัตว์ป่า: ศึกษากรณีม้าลาย” โดยประเทศไทยได้อนุญาตให้มีการนำเข้าและส่งออกม้าลายสองชนิดพันธุ์ ได้แก่ ชนิดพันธุ์เบอร์เชลล์ (Equus burchelli) และชนิดพันธุ์ควากกา (Equus quagga) ซึ่งต่อมาพบว่าในเดือนเมษายน 2563 เกิดการระบาดของโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness: AHS) จากผลตรวจสอบทางระบาดวิทยาสันนิษฐานว่าเกิดจากม้าลายชนิดพันธุ์ดังกล่าว ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยพบการระบาดของโรคในหลายจังหวัด ทำให้มีสัตว์เลี้ยงล้มตายจำนวนมาก ประเทศไทยจึงต้องดำเนินการตามข้อกำหนดสุขภาพสัตว์บกขององค์การสุขภาพสัตว์โลก เพื่อขอรับคืนสถานะประเทศที่ปลอดการระบาดของโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า จากการศึกษาพบว่า แม้การนำเข้าและส่งออกม้าลายเบอร์เซลล์และม้าลายควากกาเข้ามาในประเทศไทยจะดำเนินการโดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่เนื่องจากม้าลายทั้งสองชนิดพันธุ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นสัตว์ที่ถูกกำหนดอยู่ในพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 รวมทั้งมิใช่สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง และมิใช่สัตว์ป่าชนิดที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 จึงไม่ได้มีการควบคุมการนำเข้า ส่งออก หรือ นำผ่านสัตว์ป่า รวมถึงการป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ที่เกิดจากสัตว์ป่าที่เข้มงวด โดยที่การนำเข้า ม้าลายทั้งสองชนิดพันธุ์ดังกล่าวพบว่ายังมีช่องว่างในการป้องกันและควบคุมเกี่ยวกับการระบาดของโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้าของประเทศไทย ผู้เขียนจึงมีข้อเสนอแนะในการปรับปรุงและแก้ไขเพิ่มเติมมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมโรคระบาดสัตว์ที่เกิดจากการค้าสัตว์ป่าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กระทู้ถามที่ 105 ร. วันที่ 30 พฤษภาคม 2563, เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคระบาดกาฬโรค แอฟริกาในม้าและการป้องกันการแพร่ระบาดสู่คน (24 พฤศจิกายน 2565) files <https://web.parliament.go.th/assets/portals/1/fileups/82/files/105%20%E0%B8%A3.pdf>.
จตุพร กระจายศรี และ จิตรบรรจง ทุมพงษ์, “กาฬโรคแอฟริกาในม้า โรคติดเชื้ออุบัติใหม่ในประเทศไทย” (2563) วารสารวิชาการสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (5 เมษายน 2564) Journal <http://journals.apheit.org/jounal/science-vol9no1/1.pdf>.
ชัยยศ ยงค์เจริญชัย, ม้าตายเพราะกาฬโรคแอฟริกา ไทยคุมการระบาดได้แล้วจริงหรือ, BBC NEWS ไทย ออนไลน์ 11 มิถุนายน 2563 (22 พฤศจิกายน 2565) thai <https://www.bbc.com/thai/53004428>.
พิชิต รัตนพัลลภ และคณะ, การศึกษาวิจัยกฎหมายและโรคระบาดสัตว์ของประเทศไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ (กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540).
สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์, คณะอนุกรรมการด้านการเฝ้าระวังโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness) ที่มีแมลงเป็นพาหะ (22 พฤศจิกายน 2565) file <https://drive.google.com/file/d/10eGLiHCzNijomGfpWOtBkpUavtlKgkEN/view>.
สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์, คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (14 พฤศจิกายน 2563) webnew <https://dcontrol.dld.go.th/webnew/index.php/th/news-menu-2/african-horse-sickness/4110-african-horse-sickness-2563>.
สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์, ‘แผนปฏิบัติการกำจัดโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness; AHS) เพื่อคืนสถานภาพปลอดโรคจากองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศของประเทศไทย’ (14 พฤศจิกายน 2563) File <https://drive.google.com/file/d/1BEjpCS6_ydjKFMFytd 1DzQorkLSo1HD9/view>.
สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์, โรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness) (17 พฤศจิกายน 2565) Document <http://dcontrol.dld.go.th/images/stories/document/Animal_Hospital /10_February/africanhorsesickness.pdf>.
สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์, สถานการณ์กาฬโรคแอฟริกาในม้า (22 พฤศจิกายน 2565) View <https://sites.google.com/view/ahs-report/african-horse-sickness>.
หนังสือกรมปศุสัตว์ แจ้งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, ‘ประเทศไทยได้รับสถานภาพปลอด กาฬโรคแอฟริกาในม้าจากองค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH)’, (15 มิถุนายน 2566) Drive <https://drive.google.com/drive/folders/167ApUWQ-30lVCfCl3rZPwSrJPpyy9Wql>.
Korea Legislation Research Institute, Act on the Prevention of Contagious Animal Diseases, (9 มีนาคม 2567) Korea Legislation Research Institute <https://elaw.klri.re.kr/eng_service/lawView.do?hseq=45922&lang=ENG>.
Singapore Statutes Online, Animals and Birds Act 1965 (5 มีนาคม 2567) Singapore Statutes Online <https://sso.agc.gov.sg/Act/ABA1965?ProvIds=al-#al->.
Singapore Statutes Online, Animals and Birds Act (5 มีนาคม 2567) Singapore Statutes Online <https://sso.agc.gov.sg/Act/ABA1965?ProvIds=P12-#P12->.
Singapore Statutes Online, Animals and Birds Act (5 มีนาคม 2567) Singapore Statutes Online <https://sso.agc.gov.sg/Act/ABA1965?ProvIds=P13-#P13->.
World Organization for Animal Health, ‘African Horse Sickness’ (17 พฤศจิกายน 2563) OIE - World Organization for Animal Health <https://www.oie.int/animal-health-in-the-world/official-disease-status/african-horse-sickness>.
World Organization for Animal Health, ‘Commissions-master’ (5 เมษายน 2564) OIE - World Organization for Animal Health <https://www.oie.int/about-us/wo/commissions-master>.
World Organization for Animal Health, ‘One Health’ (29 พฤษภาคม 2564) OIE - World Organization for Animal Health <https://www.oie.int/en/what-we-do/global-initiatives/one-health>.
World Organization for Animal Health, ‘Terrestrial Animal Health Code’ (5 มิถุนายน 2564) OIE - World Organization for Animal Health <https://www.oie.int/en/what-we-do/standards/codes-and-manuals>.
World Organization for Animal Health, ‘Terrestrial Animal Health Code SECTION 12 EQUIDAE’ (20 พฤศจิกายน 2565) OIE - World Organization for Animal Health <https://www.woah.org/fileadmin/Home/eng/Health_standards/tahc/current/chapitre_ahs.pdf>.
World Organization for Animal Health, ‘Who we are’ (15 มิถุนายน 2566) OIE - World Organization for Animal Health <https://www.woah.org/en/who-we-are/>.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้เป็นวรรณกรรมของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และกองบรรณาธิการไม่มีส่วนรับผิดชอบหรือไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับข้อคิดเห็นนั้น แต่ประการใด

