ปัจจัยที่มีต่อประสิทธิภาพเรือนจำชั่วคราวในเรือนจำเขต 1 เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง
คำสำคัญ:
เรือนจำชั่วคราว , ประสิทธิภาพเรือนจำชั่วคราว , การพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการคัดเลือกผู้ต้องขังเด็ดขาด และการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังของเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติหน้าที่ ที่มีผลต่อประสิทธิภาพของเรือนจำชั่วคราวในเรือนจำเขต 1 กรมราชทัณฑ์ 2) เพื่อศึกษารูปแบบกิจกรรมในเรือนจำชั่วคราว ที่มีผลต่อประสิทธิภาพของเรือนจำชั่วคราว ในเรือนจำเขต 1 กรมราชทัณฑ์ และการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง 3) เพื่อศึกษาการยอมรับของสังคมจากกลุ่มผู้มาใช้บริการ ในการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังในเรือนจำเขต 1 กรมราชทัณฑ์ จำนวน 11 แห่ง กลุ่มตัวอย่าง คือเจ้าหน้าที่จำนวน 82 คน ผู้ต้องขังจำนวน 254 คน และผู้มาใช้บริการจำนวน 78 คน เป็นการศึกษาทั้งวิจัยเชิงปริมาณและวิจัยเชิงคุณภาพ
ผลการศึกษาด้วยการวิจัย พบว่า
1) กลุ่มเจ้าหน้าที่ พบว่า หน่วยงานที่สังกัดมีนัยสำคัญทางสถิติ กับตัวแปรการคัดเลือกผู้ต้องขังเด็ดขาด และประสิทธิภาพของเรือนจำชั่วคราว ระดับการคัดเลือกผู้ต้องขังเด็ดขาด และการจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง สามารถใช้เป็นตัวพยากรณ์ในการคาดคะเนประสิทธิภาพของเรือนจำชั่วคราวได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 และการจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง สามารถใช้เป็นตัวพยากรณ์ในการคาดคะเนการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขัง ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 โดยสอดคล้องกับ ผลการศึกษาเชิงคุณภาพ พบว่า เรือนจำชั่วคราวควรสร้างเป็นโมเดลแบบนวัตกรรมการพัฒนาผู้ต้องขัง แบบครบวงจร เพื่อให้เรือนจำชั่วคราวมีประสิทธิภาพในการควบคุมแบบเรือนจำลูกข่าย ที่เน้นการฝึกอาชีพ และควบคู่กับการรักษาระดับความมั่นคง มี 2 แนวทาง คือ1) การพัฒนากฏหมาย และระเบียบข้อบังคับเรือนจำชั่วคราวเป็นลักษณะเฉพาะเจาะจง การใช้เทคโนโลยี เรียกว่ามาตรการการควบคุมเรือนจำชั่วคราวแบบไฮเทค ทั้งนี้เพื่อการนำผลการวิจัยเชิงปริมาณมาปรับใช้ร่วมกับผลการวิจัยเชิงคุณภาพ กรมราชทัณฑ์ต้องเน้นการคัดเลือกผู้ต้องขังเด็ดขาด และการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประสิทธิภาพเรือนจำชั่วคราวและการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่มีผลต่อการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง
2) กลุ่มผู้ต้องขัง พบว่า ตัวแปร สถานที่การควบคุม อายุ สถานภาพ ก่อนต้องโทษมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง รายได้ก่อนต้องโทษ ช่วงรายได้ จำนวนครั้งที่เคยต้องโทษจำคุก (นับรวมครั้งนี้) ระดับชั้น การเป็นนักโทษ การถูกลงโทษทางวินัยในขณะอยู่ในเรือนจำ ระดับความมั่นใจในการหาเลี้ยงตนเอง มีผลต่อรูปแบบกิจกรรมในเรือนจำชั่วคราว และประสิทธิภาพของเรือนจำชั่วคราว และการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขัง ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05,0.01 และ0.001 และพบว่ารูปแบบกิจกรรมในเรือนจำชั่วคราว และประสิทธิภาพของเรือนจำชั่วคราวสามารถใช้เป็นตัวพยากรณ์ในการคาดคะเนการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขัง ด้านการปรับตัวในการพัฒนาพฤตินิสัย ด้านความตั้งใจ และมุ่งมั่นในการพัฒนาพฤตินิสัย ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 โดยสอดคล้องกับผลการศึกษาเชิงคุณภาพ ผู้ต้องขังได้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ รูปแบบกิจกรรมในเรือนจำชั่วคราวเป็นโครงการที่ดี และเกิดประโยชน์ สามารถต่อยอดทางอาชีพได้อย่างสุจริตในอนาคต การถูกควบคุมในเรือนจำชั่วคราวรู้สึกได้ถึงความเป็นอิสระ มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอารมณ์ ความรับผิดชอบ ทำงานบริการด้วยความสุภาพ และจริงใจในการบริการ ได้รับเสียงตอบรับในฝีมือของการให้บริการอย่างดีเยี่ยมจากประชาชนผู้มาใช้บริการ และที่สำคัญผู้ใช้บริการมั่นใจในระบบคัดเลือกผู้ต้องขังของเจ้าหน้าที่ว่ามีประสิทธิภาพและรัดกุมมากพอในความปลอดภัยที่จะเข้ามาใช้บริการภายในเรือนจำชั่วคราว
3) กลุ่มผู้มาใช้บริการ เป็นการศึกษาการยอมรับของสังคม ในการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังในเรือนจำเขต 1 กรมราชทัณฑ์ พบว่าผู้ใช้บริการชอบการบริการด้านเครื่องดื่มมากที่สุด ความพึงพอใจในการให้บริการ คือการบริการที่สุภาพ ประเด็นประสิทธิภาพการบริการ และการยอมรับผู้ให้บริการ พบว่าด้านความประทับใจในสินค้า และบริการ คือความประทับใจด้านการต้อนรับ ด้านพนักงาน ผู้ใช้บริการให้ข้อมูลสำคัญ คือ การมาใช้บริการเป็นการให้โอกาสผู้ต้องขังและด้านผู้ใช้บริการคือ มีความพึงพอใจโดยรวม
เอกสารอ้างอิง
กรมราชทัณฑ์, คู่มือการจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง (Handbook of Prisoner Classification) : บทที่ 5 การจำแนกลักษณะผู้ต้องขังเพื่อคัดเลือกไปประจำอยู่ทัณฑสถานเปิดและเรือนจำชั่วคราว (นนทบุรี: ส่วนจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง สำนักทัณฑปฏิบัติ, 2566).
กฤตภาคิน มิ่งโสภา, “ แรงจูงใจที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน” (2564) 23:2 วารสารวิทยาการจัดการปริทัศน์.
เดือนงาม สุขชวลิต และคณะ, กำลังใจ เรือนจำภายใต้ศูนย์เรียนรู้เศรฐกิจพอเพียง : คนพอเพียง โครงการกำลังใจกรมราชทัณฑ์ กลุ่มงานโครงการใน พระดำริฯ และส่งเสริมการเกษตร (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2568).
ธันยนันท์ ทองบุญตา, “ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยการเสริมแรงทางลบ” (2566) 5:3 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์.
เสาวคนธ์ เจษฎารักษ์และคณะ, การศึกษาการเพิ่มคุณค่าผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษภายใต้แบรนด์ผลิตผลคนดี (นนทบุรี: กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติรรม, 2561).
อัจฉรียา ชุตินันทน์, อาชญาวิทยาและทัณฑวิทยา (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิญญูชน, 2561).
องค์กรการปฏิรูปการลงโทษสากล (Penal Reform International – PRI), คู่มือฉบับย่อสำหรับข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังฉบับปรับปรุง (ข้อกำหนดแมนเดลา) (กรุงเทพฯ : องค์กรการปฏิรูปการลงโทษสากล, 2559).
UNODC, Introductory Handbook on prevention of recidivism and social reintegration of offenders (Criminal Justice Handbook Series) (United Nation: Vienna, 2012).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้เป็นวรรณกรรมของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และกองบรรณาธิการไม่มีส่วนรับผิดชอบหรือไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับข้อคิดเห็นนั้น แต่ประการใด

