แนวทางการพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์หรือการทำแท้งของประเทศไทย
คำสำคัญ:
การยุติการตั้งครรภ์ , การทำแท้งบทคัดย่อ
งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาทบทวนกฎหมาย นโยบาย หลักการ แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการยุติการตั้งครรภ์ (2) เพื่อศึกษาสถานการณ์ ปัญหา ข้อจำกัด และผลกระทบจากการพัฒนากฎหมายด้านการยุติการตั้งครรภ์ของประเทศไทยในปัจจุบันต่อผู้หญิงและเด็กหญิงไทย (3) ศึกษาและวิเคราะห์เปรียบเทียบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขประกอบการยุติการตั้งครรภ์ระหว่างบทบัญญัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ในประเทศไทยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการยุติการตั้งครรภ์ของต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร (อังกฤษ) สาธารณรัฐฝรั่งเศส สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้งกฎหมายมหาชนระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนและสิทธิของสตรี และ (4) เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ของประเทศไทยให้เกิดการพัฒนากลไกการคุ้มครองสิทธิของผู้หญิงในรูปของกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่สอดคล้องกับหลักสากล
ระเบียบวิธีดำเนินการวิจัยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) ประกอบด้วยการดำเนินการวิจัยโดยการวิจัยเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research) โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์เพื่อสำรวจความเห็นเรื่องแนวทางการพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์หรือการทำแท้งของประเทศไทย จำนวน 162 ชุด
ผลการวิจัยพบว่า มีประเด็นปัญหากฎหมายและข้อพิจารณาเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์หรือการทำแท้งของประเทศไทยหลายประการ กล่าวคือ ปัญหาความเหมาะสมของการกําหนดให้การยุติการตั้งครรภ์หรือการทำแท้งเป็นความผิดอาญา ปัญหาความสอดคล้องกับหลักสากลด้านสิทธิมนุษยชน ปัญหาความสอดคล้องของความผิดเกี่ยวกับการทำแท้งกับสภาพและความต้องการของสังคมปัจจุบัน ปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย และประเด็นความเหมาะสมของเหตุยุติการตั้งครรภ์บนเงื่อนไขที่คำนึงเกี่ยวกับสภาพของทารกในครรภ์
ผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอแนะด้านกฎหมาย โดยเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ให้ยกเลิกความในหมวด 3 ความผิดฐานทำให้แท้งลูก มาตรา 301 มาตรา 302 มาตรา 304 และมาตรา 305 และร่างพระราชบัญญัติการยุติการตั้งครรภ์ พ.ศ. ... เป็นกฎหมายเฉพาะ พร้อมข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และข้อเสนอแนะด้านการบริหารจัดการระบบสาธารณสุข
เอกสารอ้างอิง
กนกวรรณ ทองมาก, “การทำแท้งและการจัดบริการสุขภาพสำหรับผู้ป่วยทำแท้งในบริบทวัฒนธรรมไทย,” (รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชามานุษยวิทยา ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550).
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, สถานการณ์อนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชนปี 2566 (25 ตุลาคม 2567) สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ <https://rh.anamai.moph.go.th/th/cms-of-1/219653>.
กระทรวงการต่างประเทศ, สิทธิมนุษยชน (20 เมษายน 2567) human right <https://humanrights.mfa.go.th/th/humanrights/obligation/international-human-rights-mechanism/CEDAW.php>.
กระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย, ข้อมูลสถานการณ์การยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยด้วยยาเพื่อป้องกันการแท้งที่ไม่ปลอดภัย 2557-2564 (2 เมษายน 2566) web <https://rh.anamai.moph.go.th/web->.
เกสริน ศักดิ์กำจร, ทัศนคติต่อการทำแท้ง : ศึกษาเปรียบเทียบแพทย์ และนักกฎหมาย (นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต, คณะนิเทศศาสตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539).
จินตนา สุวิวัส, สิทธิในการทำแท้งของหญิงตั้งครรภ์ที่ทารกในครรภ์มีปัญหาสุขภาพหรือความพิการ (นิติศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2558).
ประธาน วัฒนวานิช, “ระบบความยุติธรรมทางอาญา : แนวความคิดเกี่ยวกับการควบคุมอาชญากรรมและกระบวนการนิติธรรม” (2520) 9:2 วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ปิยบุตร แสงกนกกุล, 30 ปี กฎหมายการทำแท้งเสรีในฝรั่งเศส (10 ตุลาคม 2567) legatises-abortion .
วิภาพร เนติจิรโชติ, มาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสมสำหรับการทำแท้ง (นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2559).
สุณีรัตน์ ยั่งยืน, “ปัญหาสุขภาพของผู้หญิงกับการทำแท้งที่ผิดกฎหมาย,” (2555) 7:1 วารสารสาธารณสุข มหาวิทยาลัยบูรพา.
Guttmacher Institute, Interactive Map: US Abortion Policies and Access After Roe (22 August 2024) Policies <https://states.guttmacher.org/policies/mississippi/abortion-policies>.
Li, X, Abortion Laws and Women's Rights in China (Shanghai: Fudan University Press, 2020).
Thai PBS, สภาฝรั่งเศส รับรอง สิทธิยุติการตั้งครรภ์ ตามรัฐธรรมนูญ (10 ตุลาคม 2567) content <https://www.thaipbs.or.th/news/content/337709>.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้เป็นวรรณกรรมของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และกองบรรณาธิการไม่มีส่วนรับผิดชอบหรือไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับข้อคิดเห็นนั้น แต่ประการใด

