Trading Costs of Active Versus Inactive Stocks in the Stock Exchange of Thailand
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษานี้ได้ประมาณค่าต้นทุนการซื้อขายทางอ้อม (Implicit Trading Costs) ต่างๆ ได้แก่ ต้นทุนส่วนต่างของราคาซื้อขาย (Bid-Ask Spread Cost) ต้นทุนผลกระทบต่อราคา (Market Impact or Price Impact Cost) ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) และต้นทุนการซื้อขายทางอ้อมรวมที่วัดด้วย Implementation Shortfall ของคำสั่งซื้อขายของหุ้นจำนวน 200 ตัวในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนปี ค.ศ. 2011 และเปรียบเทียบต้นทุนการซื้อขายทางอ้อมเหล่านี้ระหว่างกลุ่มหุ้นที่มีสภาพคล่องแตกต่างกัน การศึกษานี้พบว่า ต้นทุน Implementation Shortfall สำหรับหุ้นในดัชนี SET50 ซึ่งมีสภาพคล่องสูงนั้นมีค่าต่ำกว่าต้นทุน Implementation Shortfall ของหุ้นนอกดัชนี SET50 ที่มีสภาพคล่องน้อยอย่างมีนัยสำคัญ โดยการซื้อขายหุ้นนอกดัชนี SET50 นั้นมีต้นทุน Implementation Shortfall ที่สูงกว่าถึง 50% โดยต้นทุน Implementation Shortfall ที่สูงกว่าของการซื้อขายหุ้นนอกดัชนี SET50 เกิดจากต้นทุนค่าเสียโอกาสของส่วนที่ไม่เกิดการซื้อขายที่สูงกว่า นอกจากนี้ ต้นทุน Implementation Shortfall ที่สูงกว่าของการซื้อขายหุ้นนอกดัชนี SET50 เมื่อเทียบกับการซื้อขายหุ้นในดัชนี SET50 แล้วนั้น ยังคงเป็นจริงสำหรับแต่ละด้าน(Order Side) และแต่ละระดับราคาและปริมาณ (Order Aggressiveness) ของคำสั่งซื้อขายที่ทำการวิเคราะห์ ท้ายที่สุด การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าคำสั่งซื้อขายตามตลาดหรือคำสั่งซื้อขายที่ต้องการสภาพคล่องจากตลาด (Liquidity-Demanding Orders) มีต้นทุน Implementation Shortfall ที่สูงกว่าคำสั่งซื้อขายแบบสวนตลาดหรือคำสั่งซื้อขายที่ให้สภาพคล่องกับตลาด (Liquidity-Supplying Orders) โดยต้นทุน Implementation Shortfall ที่สูงกว่าของคำสั่งซื้อขายตามตลาดเกิดจากต้นทุนค่าเสียโอกาสของส่วนที่ไม่เกิดการซื้อขายที่สูงกว่า และคำสั่งซื้อขายทั้ง 3 แบบนี้สำหรับหุ้นในดัชนี SET50 มีต้นทุนการซื้อขายทางอ้อมที่ต่ำกว่าสำหรับหุ้นนอกดัชนี SET50
Article Details
The paper is published under CC BY-NC-ND, in which the article is freely downloaded and shared in its original form non-commercially and its citation details are identified.