การจัดการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค TGT เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านคำพื้นฐานวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านเหล่านาดี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการพัฒนาทักษะการอ่านคำพื้นฐาน วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านเหล่านาดี โดยใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค TGT ด้วยกระบวนการ E-PLC 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านคำพื้นฐาน วิชาภาษาไทย ระหว่างก่อนเรียน-หลังเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านเหล่านาดี โดยใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือเทคนิค TGT ด้วยกระบวนการ E-PLC และ 3) เพื่อประเมินความพึงพอใจ ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบจัดการเรียนการสอนโดยเทคนิค TGT ด้วยกระบวนการ E-PLCกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือนักเรียนทั้งหมดของระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ทั้งหมด ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนบ้านเหล่านาดี นักเรียนชาย 18 คน นักเรียนหญิง 16 คน รวมทั้งสิ้น 34 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ(%) ค่าเฉลี่ย () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (
) และการทดสอบค่า t (t-test dependent sample) ผลการศึกษา พบว่า 1. ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค TGT เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านคำพื้นฐานวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านเหล่านาดี ด้วยกระบวนการ E-PLC มีประสิทธิภาพด้านกระบวนการ (E_1) คิดเป็นร้อยละ 81.96 และมีประสิทธิภาพด้านผลลัพธ์ (E_2) คิดเป็นร้อยละ 87.55 หรือ E_1 /E_2 เท่ากับ 81.96/87.55 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 80/80 2. ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อน และหลังเรียน การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค TGT เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านคำพื้นฐานวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านเหล่านาดี ด้วยกระบวนการ E-PLC พบว่ามีคะแนนสูงขึ้นโดยคะแนนทดสอบก่อนเรียนในภาพรวมมีคะแนนเท่ากับ 752 คะแนน (
=22.12,
=1.30) ส่วนคะแนนทดสอบหลังเรียนในภาพรวมมีคะแนนเท่ากับ 893 คะแนน (
=26.26,
=1.29) และเมื่อนำคะแนนไปทดสอบสมมติฐานในการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ด้วยการทดสอบค่า t (t-test dependent sample) ผลปรากฏว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านเหล่านาดี ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค TGT เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านคำพื้นฐาน วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านเหล่านาดี ด้วยกระบวนการ E-PLC พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค TGT เรื่องการอ่านคำพื้นฐาน วิชาภาษาไทย โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (
=4.68, S.D. = 0.50)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เงื่อนไขและข้อตกลงการตีพิมพ์เผยแพร่
-
กระบวนการประเมิน: บทความทุกเรื่องต้องผ่านการพิจารณาให้ความเห็นและประเมินคุณภาพทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Reviewers) ที่มีความเชี่ยวชาญ อย่างน้อย 3 ท่านต่อบทความ โดยรูปแบบการประเมินเป็นแบบปกปิดรายชื่อทั้งสองฝ่าย (Double-Blind Peer Review)
-
การตีพิมพ์ซ้ำซ้อน: บทความที่ส่งมาต้องไม่เคยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารอื่นใดมาก่อน และไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น
-
ข้อตกลงลิขสิทธิ์: บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่เพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
-
ความรับผิดชอบด้านเนื้อหา: เนื้อหา ข้อคิดเห็น ทัศนะ และความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมดในบทความ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์แต่เพียงผู้เดียว โดยไม่เกี่ยวข้องหรือถือเป็นความเห็นของบรรณาธิการและวารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2554). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). รายงานการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
การุณนันทน์ รัตนแสนวงษ์. (2548). การพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาไทยโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2525). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525. กรุงเทพมหานคร: ราชบัณฑิตยสถาน.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2546). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2546. กรุงเทพมหานคร: ราชบัณฑิตยสถาน.
วิทยากร เชียงกูล. (2552). การอ่านเพื่อการเรียนรู้. นครพนม: วิทยาลัยพยาบาลราชชนนี.
ศศิวิมล แสงประสิทธิ์ และวิไล พลพวก. (2567). การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในศตวรรษที่ 21. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ศุกลวัฒน์ นิธิกุลธนาโรจน์. (2552). การวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัย เชียงใหม่.
สุนันทา แก้วเก็บคำ, บัญชา ธรรมบุตร, และมาโนช นันทพรม. (2567). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาในศตวรรษที่ 21. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
Abdus Salam, A., Hossain, A., & Rahman, S. (2014). Developing effective teaching strategies for collaborative learning in primary education. Journal of Educational Research.
Arsaythamby Veloo, Ruzlan Md-Ali, & Sitie Chairany. (2016). The effects of problem-based learning on critical thinking skills. International Journal of Educational Development.
Elok Puspita Sekarsari, & Rusnilawati. (2023). Innovative teaching strategies for digital learning in secondary education. Education and Development Review.
Kemmis, S., & McTaggart, R. (1988). The action research planner. Victoria: Deakin University.
Kiki Juli Anggoro, & Uswatun Khasanahb. (2024). Digital literacy and critical thinking in the modern classroom. Journal of Contemporary Learning Strategies.
Misnawaty Usman, Syukur Saud, & Abd. Kasim Achmad. (2018). The implementation of cooperative learning to enhance problem-solving skills in students. Asian Journal of Education.