การเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ในประเทศไทย พ.ศ. 2523-2567
คำสำคัญ:
การเคลื่อนไหวทางการเมือง, ความหลากหลายทางเพศ, ประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหว (พ.ศ. 2523–2567)บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาอุดมการณ์และเจตจำนงของการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย พ.ศ. 2523-2567 (2) เพื่อศึกษารูปแบบของการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย พ.ศ. 2523-2567
(3) เพื่อศึกษาวิเคราะห์กลยุทธ์ของการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย พ.ศ. 2523-2567 โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) โดยเก็บข้อมูลด้วยวิธีการศึกษาข้อมูลจากเอกสารสำคัญและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องจำนวน 8 คน
ผลการศึกษาพบว่า
อุดมการณ์และเจตจำนงของการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย พ.ศ. 2523-2567 (1) อุดมการณ์และเจตจำนงของการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยสะท้อนถึงความมุ่งหวังที่จะสร้างสังคมที่เท่าเทียมและยอมรับในความแตกต่างอย่างแท้จริง โดยไม่เน้นสิทธิพิเศษแต่เน้นไปที่การยอมรับในฐานะมนุษย์ที่มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันกับผู้อื่นในสังคม และ (2) บริบทที่สำคัญที่ทำให้การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้น คือ ความไม่เสมอภาคที่เกิดจากการละเลยสิทธิและเสรีภาพของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ในหลายกรณี กลุ่มนี้มักถูกกีดกันจากสังคมและระบบการเมือง โดยไม่ได้รับการยอมรับในฐานะพลเมืองที่มีสิทธิในการดำเนินชีวิตตามความต้องการของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นในด้านกฎหมาย การศึกษา การงาน หรือแม้กระทั่งในมุมมองทางสังคม
รูปแบบของการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย พ.ศ. 2523-2567 (1) การเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยมุ่งเน้นการรวมกลุ่มและสร้างพลังเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงกฎหมายและสังคม โดยมีเป้าหมายให้กลุ่มนี้ได้รับการยอมรับและสิทธิที่เท่าเทียมในฐานะสมาชิกที่มีคุณค่าในสังคม (2) การสร้างโอกาสทางการเมืองและความสำเร็จของขบวนการเคลื่อนไหวกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยจำเป็นต้องมีการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย การศึกษา และระบบสังคม
วิเคราะห์กลยุทธ์ของการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย พ.ศ. 2523-2567 (1) การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยจำเป็นต้องใช้กลไกรัฐสภาเป็นเครื่องมือในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงในเชิงกฎหมายและนโยบาย รวมถึงการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดการยอมรับและเคารพสิทธิของทุกคน และ (2) กลยุทธ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยได้ใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูล ความสามารถในการเชื่อมโยงคนหลายกลุ่มและกระตุ้นความตระหนักรู้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยสร้างแรงผลักดันเพื่อความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการสร้างความเท่าเทียม
เอกสารอ้างอิง
จารุวัฒน์ เกยูรวรรณ. (2549). ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมในไทย. กรุงเทพฯ: ประชาธิปไตยแรงงาน.
เทอดศักดิ์ ร่มจำปา. (2546). จาก “กะเทย” ถึง “เกย์” ประวัติศาสตร์ชายรักร่วมเพศในสังคมไทย.
วารสารอักษรศาสตร์, 32(2) 303-335.
นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ. (2563). แนวคิดเรื่อง “ความหลากหลายทางเพศ” ในกระบวนทัศน์วิทยาศาสตร์
และสังคมศาสตร์. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 28(3),
-338.
ปณิธี บราวน์. (2557). ความหลากหลายทางเพศกับพหุวัฒนธรรมในสังคมไทย: การสำรวจองค์ความรู้.
วารสารสังคมศาสตร์คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 44(2), 51-53.
ประภาสิริ สุริวงษ์ และรณภูมิ สามัคคีคารมย์. (2565). ทัศนคติ และความต้องการจำเป็นต่อร่าง
พระราชบัญญัติการจดทะเบียนคู่ชีวิตของกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศของนักศึกษาฃมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต. วารสารสหศาสตร์, 22(1), 106-122
ปรามินทร์ เครือทอง. (2553). ถอดรหัสคดี หม่อมไกรสร โกง เกย์ หรือการเมือง. ศิลปวัฒนธรรม, 31(ฉ5),
-103.
ประภาส ปิ่นตบแต่ง. (2552). กรอบการวิเคราะห์การเมืองแบบทฤษฎีขบวนการทาง-สังคม. เชียงใหม่:
มูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์ สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.
พรศักดิ์ ผ่องแผ้ว. (2545). ศาสตร์แห่งการวิจัยทางการเมืองและสังคม (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: สถาบันวิถีไทย
และสมาคมรัฐศาสตร์แห่งประเทศไทย.
มนูญ วงษ์มะเชาะห์. (2564). ทำความรู้จักกับ LGBTQI ตัวย่อที่มีความหมาย และประเด็นที่น่าสนใจ
ในความก้าวหน้าของกลุ่ม LGBTQI ในปี 2020. ค้นเมื่อ 2 มีนาคม 2567,
จาก https://www.amnesty.or.th/latest/blog/860/
วีระ หงษ์สุวรรณ. (2558). อารยะขัดขืน: ยุทธวิธีแห่งการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างสันติ. กรุงเทพฯ:
สำนักพิมพ์ธรรมศาสตร์.
วีระยุทธ พรพจน์ธนมาศ. (2560). POL2310 ทษฎีองค์การ. กรุงเทพฯ: ศูนย์เอกสารทางวิชาการ
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สุประวีณ์ อาสนศักดิ์. (2565). SDG Insights/กลไกกฎหมายไปสู่สมรสเท่าเทียม: ถอดบทเรียนจากคำวินิจฉัย
รัฐธรรมนูญต่างประเทศ. ค้นเมื่อ 2 มีนาคม 2567, จาก https://www.sdgmove.com/2022/01/08
/sdg-insights-constitutional-court-ruling-legal-mechanisms-to-recognize-marriage-equality/
สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ. (2552). หลักการยอกยาการ์ตา: ว่าด้วยการใช้กฎหมาย
สิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในประเด็นวิถีทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ (พิมพ์ครั้งที่ 2).
กรุงเทพฯ: ไอเดีย สแควร์.
องอาจ นัยพัฒน์. (2551). วิธีวิทยาการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์
(พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สามลดา.
Gates, M. (2017). Ideological Basis for the Gay Rights Movement. Explores the ideological
foundations of the gay rights movement, specifically analyzing the factors that have
contributed to the movement's evolution and the shift in public attitudes toward
LGBT issues.
Proctor, A. (2020). LGBT People as a Relatively Politically Powerless Group.
Richard M. Valelly's (2012). LGBT Politics and American Political Development, published in the
Annual Review of Political Science, delves into the intersection of LGBT rights and
American political development.
UNDP, USAID (2014). Being LGBT in Asia: The Thailand Country Report. ค้นเมื่อ6 ธันวาคม 2567,
จาก www.undp.org/sites/g/files/zskgke326/files/migration /asia_pacific_rbap/rbap-hhd-
-blia-thailand-country-report-thai_0.pdf
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
