การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาด้านการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนเพื่อสร้างเสริมสมรรถนะการคิดขั้นสูงและจิตสำนึกรักท้องถิ่นของนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างรูปแบบการบริหารสถานศึกษาด้านการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชน เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการคิดขั้นสูงและจิตสำนึกรักท้องถิ่นของนักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา และ 2) ตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น การวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนาในระยะสร้างและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบ ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 7 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม และแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบ มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.80–1.00 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.87 เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสนทนากลุ่มและการประเมินรูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการบริหารสถานศึกษาด้านการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ การประสานพลังเชิงระบบ การเปลี่ยนผ่านด้วยฐานการคิด การค้นหาอัตลักษณ์จากพื้นที่จริง การเล่าเรื่องผ่านเครือข่ายภูมิปัญญา และการเสริมพลังและการประเมินผลลัพธ์ โดยองค์ประกอบด้านการบริหารเชื่อมโยงกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลจากพื้นที่จริง วิเคราะห์และสังเคราะห์หลักฐาน สร้างองค์ความรู้ และเผยแพร่เรื่องราวของชุมชน และ 2) ผลการตรวจสอบคุณภาพพบว่า รูปแบบมีความเหมาะสมโดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.48 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.57 และมีความเป็นไปได้โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.56 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.54 เมื่อพิจารณารวมทั้งสองด้านอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.52 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.51 แสดงว่ารูปแบบมีความเป็นระบบ สอดคล้องกับบริบท สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
สงวนสิทธิ์โดย วารสารศึกษิตาลัย วัดศรีสุมังคล์
เลขที่ 962 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย
โทร. 086-8894578
E-mail : Sjmcunk@gmail.com
Website :https://so01.tci-thaijo.org/index.php/SJ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศและสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร : สุวีริยาสาส์น.
โรงเรียนหนองหินใหญ่วิทยา. (2567). รายงานการประเมินตนเองปีการศึกษา 2567. หนองคาย : โรงเรียนหนองหินใหญ่วิทยา.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2566). ผลการประเมิน PISA 2022 คณิตศาสตร์ การอ่าน และวิทยาศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579. กรุงเทพมหานคร : พริกหวานกราฟฟิค.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). รายงานสภาวะการศึกษาไทย ปี 2565. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.
Boyatzis, R. E. (1982). The competent manager: A model for effective performance. John Wiley & Sons.
Guskey, T. R. (2000). Evaluating professional development. Corwin Press.
Keeves, P. J. (1988). Model and model building. In P. J. Keeves (Ed.), Educational research, methodology and measurement: An international handbook (pp. 559–566). Pergamon Press.
Spencer, L. M., & Spencer, S. M. (1993). Competence at work: Models for superior performance. John Wiley & Sons.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.