แนวทางการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี เพื่อลดข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างสมรรถนะวิชาชีพของนักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม

Main Article Content

วรนุช พรเสนาะ
Henry Yuh Anchunda
สุวิชา เบญจพร

บทคัดย่อ

         การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและความต้องการของผู้เรียนในการศึกษาต่อ 2) พัฒนาแนวทางการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเพื่อลดข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างสมรรถนะวิชาชีพของนักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม และ3) ประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของแนวทางที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม จำนวน 31 คน และผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามความต้องการและแบบประเมินความเหมาะสม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการวิจัยพบว่า 1) ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและความต้องการของผู้เรียนในการศึกษาต่อคือ นักศึกษามีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและต้นทุนค่าเสียโอกาสภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีความจำเป็นในการหารายได้ระหว่างเรียนสูงที่สุด ส่วนด้านความต้องการรูปแบบการเรียนทวิภาคี (DWIE) อยู่ในระดับมากที่สุด เพื่อสร้างหลักประกันด้านรายได้ และด้านการเสริมสร้างสมรรถนะวิชาชีพอยู่ในระดับมากที่สุด 2) แนวทางการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเพื่อลดข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างสมรรถนะวิชาชีพของนักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม คือ โครงสร้างเวลาเรียนและปฏิบัติงาน (จันทร์-ศุกร์ ปฏิบัติงานในสถานประกอบการ, เสาร์-อาทิตย์ เรียนทฤษฎี)

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พรเสนาะ ว., Yuh Anchunda, H., & เบญจพร ส. (2026). แนวทางการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี เพื่อลดข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างสมรรถนะวิชาชีพของนักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม. T-VET Journal สถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 3, 10(19), 53–69. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/TVETJournal_IVEN3/article/view/286389
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษาพ.ศ.2551. ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 125 ตอนที่ 43. 1-19.

พิทยา ชินะจิตพันธ์. (2553). รูปแบบการพัฒนาการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี สาขาช่างอุตสาหกรรม. [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2560). แนวทางการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ตามประกาศคณะกรรมการอาชีวศึกษา เรื่อง มาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. 2559. สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ.

ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน:องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 11). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สิทธิพร เอี่ยมเสน. (2562). การจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Work-Integrated Learning: WIL). วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง, 8(1), 1–15

Becker, G. S. (1993). Human capital: A theoretical and empirical analysis, with special reference to education (3rd ed.). University of Chicago Press.

สงวน บุญปิยทัศน์. (2544). การประชุมสัมพันธ์การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี. เชียงใหม่. ศูนย์นิเทศอาชีวศึกษาภาคเหนือ.

IMOVE. (2002). Handbook of leadership: A survey of theory and research. Free Press

Mann, J.M.&Avolio,B (2003) p. 6). Authentic. New York. The Ronald Press.

สถิตย์พงษ์ มั่นหลำ. (2561). การจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 17(2), 1–10.

ล้วน สายยศ และ อังคณา สายยศ. (2538). สถิติวิทยาทางการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 3). สุวีริยาสาส์น.

Eastman, C. M., Sacks, R., & Liston, K. (2018). BIM handbook: A guide to building information modeling for owners, managers, designers, engineers and contractors (3rd ed.). John Wiley & Sons.

Cooper, L., Orrell, J., & Bowden, M. (2010). Work-integrated learning: A. guide to effective practice. Routledge