รูปแบบการบริหารจัดการเครือข่ายที่เข้มแข็งของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ จังหวัดชัยภูมิ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาศักยภาพพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จ ในการบริหารจัดการเครือข่ายที่เข้มแข็งของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ จังหวัดชัยภูมิ 2) สร้างและรับรองรูปแบบการบริหารจัดการเครือข่ายที่เข้มแข็งของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ จังหวัดชัยภูมิ ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสังเคราะห์เอกสาร การสังเกต การสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในศึกษาศักยภาพพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จ ได้แก่ เกษตรกรผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ ผู้นําชุมชน กลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ในจังหวัดชัยภูมิพื้นที่ 3 อำเภอที่มีการบริหารจัดการที่เข้มแข็ง ดังนี้ 1) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมการตลาด ตำบลโพนทอง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ 2) กลุ่มสมุนไพรบ้านดอนกอก หมู่ 7 ตำบลโคกสะอาด อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ และ 3) กลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่แบบอินทรีย์บ้านท่าเดื่อ หมู่ 9 ตำบลบ้านยาง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ และกลุ่มเป้าหมายในการสร้างรูปแบบการบริหารจัดการเครือข่ายที่ความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ จังหวัดชัยภูมิ คือ นักวิชาการเกษตรกรผู้ผลิตแบบอินทรีย์ ผู้นําชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านและผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดชัยภูมิ จำนวนทั้งสิ้น 9 คน (Key Performance) ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจงจากผู้เชี่ยวชาญการบริหารจัดการเครือข่ายของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ เครื่องมือที่ใช้การวิจัยได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสังเกตและประเด็นสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ขอมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหาและสถิติเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
- กลุ่มเกษตรแบบอินทรีย์ จังหวัดชัยภูมิ มีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ กลุ่มมีความพร้อม มีศักยภาพการบริหารจัดการภายในกลุ่ม สามารถขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันได้ ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำในการดำเนินงานของเครือข่าย ด้านการมีส่วนร่วมของสมาชิก มีความเป็นเอกภาพ กลุ่มเกิดขึ้นจากความเข้าใจในปัญหาและมีจิตสำนึกในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน และกลุ่มเห็นประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมเครือข่าย เครือข่ายเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความสมัครใจของสมาชิก โดยคำนึงถึงความต้องการของกลุ่มที่มีความต้องการจะรวมตัวกันเป็นเครือข่ายเป็นหลัก มีการพัฒนาและการเรียนรู้ของกลุ่มเครือข่ายเป็นระยะ ๆ ทั้งก่อนดำเนินการ ระหว่างการดำเนินการ และหลังจากดำเนินกิจกรรม ด้านผู้นำกลุ่ม ด้านสวัสดิการสมาชิกและชุมชน การวางแผนการดำเนินงาน ด้านการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน ด้านกิจกรรมของเครือข่ายส่งผลต่อการบริหารจัดการเครือข่ายที่เข้มแข็งของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ เกษตรกรมีความภาคภูมิใจที่สามารถกำหนดราคาขายได้เอง และมีการส่งเสริมการประกอบอาชีพจนมีชีวิตที่ดี มีความสุข มีสังคมดีขึ้น มีกองทุนสำรองของกลุ่ม มีอำนาจต่อรองในเรื่องการกำหนดราคาสินค้าเพิ่มขึ้นและมีการวางแผนร่วมกันในรูปของเครือข่าย กลุ่มสามารถผลิตอินทรีย์ได้ตรงกับความต้องการตลาด สามารถปฏิบัติตนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแบบอย่างของกลุ่มในเรื่องการไม่ยุ่งเยี่ยวกับยาเสพติดและอบายมุขในทุกรูปแบบ ใช้ชีวิตเรียบง่าย และปัจจัยเงื่อนไขที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการบริหารจัดการเครือข่ายที่เข้มแข็งของกลุ่มเกษตรแบบอินทรีย์ จังหวัดชัยภูมิ มี 4 มิติ คือ 1) มิติของผู้นำ ความเข้มแข็งของผู้นำเป็นปัจจัยที่สำคัญลำดับต้นๆ ที่ทำให้เครือข่ายเกษตรอินทรีย์เข้มแข็ง 2) มิติด้านทีมคุณภาพ การดำเนินการอย่างมีคุณภาพของเครือข่าย การจัดสรรทรัพยากรการผลิตที่เพียงพอต่อความต้องการของสมาชิกและระบบการแบ่งปันและระบบการผลิตตามการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจหรือการค้าขายที่เป็นธรรมแก่สมาชิก 3) มิติด้านเครือข่าย กลุ่มเครือข่ายเกิดขึ้นจากความสมัครใจของสมาชิก คำนึงถึงความต้องการของกลุ่ม การบริหารจัดการเครือข่ายทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เครือข่ายมีการสื่อสารที่เท่าเทียมและเสมอภาคในการทำงาน มีศูนย์ประสานงาน ให้ข้อมูลที่มีความเป็นปัจจุบัน รวดเร็ว และตอบสนองต่อประโยชน์ของกลุ่ม 4) มิติด้านกิจกรรมของเครือข่าย การประสานงานเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใฝ่รู้และสร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องให้กับสมาชิก มีการพัฒนากิจกรรมที่มีความสร้างสรรค์และเชื่อมโยงไปถึงทุกกลุ่มเครือข่าย มีการจัดหาแหล่งเรียนรู้และเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ที่เป็นต้นแบบของเครือข่าย การทำข้อตกลงความร่วมมือกับหลายๆเครือข่าย และการบริหารจัดการกิจกรรมรูปแบบที่เป็นทางการและรูปแบบที่ไม่เป็นทางการอย่างเหมาะสม
- รูปแบบการบริหารจัดการเครือข่ายที่เข้มแข็งของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ จังหวัดชัยภูมิ ประกอบด้วยองค์ประกอบ 4 มิติ คือ
2.1 มิติด้านของผู้นำ ประกอบด้วย 1) มีวิสัยทัศน์ 2) กล้าเปลี่ยนแปลง 3) การประสานงานที่ดี 4) มีมนุษยสัมพันธ์ 5) ตั้งใจมุ่งมั่นในการทำงาน มีความอดทน มีอุดมการณ์ 6) มีการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 7) มีคุณธรรม จริยธรรม 8) มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 9) เป็นนักสร้างแรงบันดาลใจที่ดี 10) ต้องเป็นนักประชาสัมพันธ์ที่ดี
2.2 มิติด้านทีมคุณภาพ ประกอบด้วย 1) ทีมต้องอยู่ได้ พึ่งตนเองได้ 2) ทีมต้องมีความรู้ 3) ทีมต้องมีความซื่อสัตย์ คุณธรรม จริยธรรม 4) ทีมต้องมีสามัคคีในกลุ่ม 5) ทีมต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 6) ทีมต้องมีอุดมการณ์ร่วมกัน ยึดมั่นกติกา/กฎเกณฑ์ 7) ทีมต้องมีกิจกรรมสอดคล้องสถานการณ์ 8) ทีมต้องมีศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
2.3 มิติด้านเครือข่าย ประกอบด้วย 1) ต้องมีอุดมการณ์ของเครือข่าย มีอุดมการณ์ร่วมกัน 2) สร้างเครือข่ายความร่วมมือกลุ่มอาชีพ 3) เวทีแลกเปลี่ยนให้กับเครือข่าย 4) การสร้างกระบวนการเรียนรู้ 5) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่หลากหลาย 6) การประชาสัมพันธ์อย่างเหมาะสม 7) มีหน่วยงานที่ปรึกษา และ 8) การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
2.4 มิติด้านกิจกรรมของเครือข่าย ประกอบด้วย 1)การเรียนรู้กิจกรรม 2) กิจกรรม Best Practice 3) ข้อมูลกลาง เครือข่ายควรมีกิจกรรมการเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล 4) การเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่น 5) กิจกรรมตอบโจทย์และความต้องการ และ 6) กิจกรรมตามประเภทของเครือข่าย
2.5 ผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วยกับรูปแบบการบริหารจัดการเครือข่ายที่เข้มแข็งของกลุ่มเกษตรอินทรีย์ จังหวัดชัยภูมิ ว่ามีความเป็นไปได้ มีความถูกต้อง มีความเป็นประโยชน์ และมีความเหมาะสมในทุกรายการ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรีนเนท. (2559). เกษตรอินทรีย์คืออะไร. มติที่ประชุมใหญ่ IFOAM มิถุนายน 2551 อิตาลี. สืบค้น 9 มีนาคม 2561, จาก www.greennet.or.th/article/317
กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดยโสธร. (2559). รายงานผลการดำเนินการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนประจำปี 2559. สำนักงานสหกรณ์จังหวัดยโสธร.
จำนงค์ จุลเอียด. (2552). การฝึกอบรมเกษตรกรหลักสูตรวิชาชีพเกษตรกรรมระยะสั้นต่อสัมฤทธิ์ผลในการปฏิบัติตามหลักเกษตรอินทรีย์. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 1(2), 114-125.
ธวัชชัย เสือเมือง และ ยุภาพรรณ มันกระโทก. (2561). การถอดบทเรียนกระบวนการพัฒนากลุ่มเกษตรอินทรีย์ ชุมชนบ้านเขาดินอำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว. วารสารเภสัชกรรมไทย, 11(3), 49-59.
นันธิดา จันทร์ศิริ (2560). ปัจจัยความสำเร็จของการบริหารจัดการองค์กรชุมชน กรณี องค์กรการเงินชุมชน จังหวัดนครศรีธรรมราช.วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี. 9(2), 265-294.
มูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย (มกอท.). (2559). คู่มือการรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม พี จี เอส (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: คอมม่าดีไซต์แอนด์พริ้นท์.
สุกัญญา พยุงสิน (2561). การพัฒนาตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัย (ผักและไม้ผล) แบบมีส่วนร่วมของชุมชนใน จังหวัดลพบุรี. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี. 7(พิเศษ), 61-72.
สุเทพ คำเมฆ. (2559). ทุนทางสังคมกับการพัฒนาเป็นชุมชนพึ่งตนเองของกลุ่มเกษตรอินทรีย์. (วิทยานิพนธ์สาขาวิชาวิจัยประชากรและสังคม บัณฑิตวิทยาลัย). มหาวิทยาลัยมหิดล, กรุงเทพฯ.
อรรนพ เรืองกัลป์ปวงศ์ สราวรรณ์ เรืองกัลปวงศ์ และคณะ. (2557). การพัฒนาความเข้มแข็งของเครือข่ายเกษตรธรรมชาติชุมชนวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี. วารสารวิจัย มสด สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, 10(2), 73-90.
Bevir, M. (2009). Governance as theory, practice, and dilemma. In M. Bevir (Ed.), The SAGE handbook of governance. London: SAGE Publications.
Burke, A. (1999). Communications & development : A practical guide. London: Social Development Division Department for International Development.
Kanchanasuwan, W. (2010). The Process of Strength Community Management : Formation Factor and KPI. Research National Institute of Development Administration. Retrieved on June 17, 2011, from http://journal.nida.ac.th/journal/attachments/wa natam.pdf. (in Thai).
Rodkeaw, K. (2007). The Learning Process Development of Learning Network by applying the concept of Experiential Learning to Make the Community Strength. Bangkok: Department of Community Development. (in Thai).
Teacharin, P. (1988). The Participation in People Work Development. Bangkok: Saksopha Press. (in Thai)
Wongsamutpaisarn, A. (2008). The Role of Community Leader in Inner Community conflict Resolution: Case study Samutprakarn Municipal. (Master’s thesis). Khonkaen University, Khonkaen. (in Thai).
Yuprasert, B. (2010). Network Concept. Bangkok: Sukothai Thammatiraj University.