การศึกษาแนวทางการออกแบบรูปแบบลายแผงกันแดดไม้ไผ่สาน สำหรับห้องเรียนตามแบบมาตรฐาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
สถานการณ์ปัจจุบันอาคารเรียนมาตรฐานของโรงเรียนได้มีรูปแบบอาคารเรียนมาตรฐานหลากหลายประเภท โดยขึ้นอยู่กับพื้นที่ ขนาดของโรงเรียน และจำนวนนักเรียน ซึ่งอาคารเรียนบางแห่งเป็นอาคารเรียนมาตรฐานที่มีระยะเวลาใช้งานมาอย่างยาวนาน และอาคารบางแห่งไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนหรือมีการออกแบบเพิ่มเติมแต่อย่างไร อีกทั้งในบางพื้นที่อาคารเรียนไม่สามารถกำหนดทิศทางของตัวอาคารในการเลือกทิศทางจากแสงดวงอาทิตย์เข้าสู่ภายในตัวอาคารเรียนได้ จึงทำให้อาคารเรียนมาตรฐานบางแห่งได้รับผลกระทบจากแสงอาทิตย์ที่เข้าสู่ภายในตัวอาคาร งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาผลกระทบของปริมาณแสงบนพื้นที่ใช้งานจากการทดลองออกแบบแผงกันแดดไม้ไผ่ที่มีรูปแบบลายสานแตกต่างกัน 2. เพื่อเสนอแนวทางการออกแบบแผงกันแดดไม้ไผ่สานสำหรับห้องเรียนตามแบบมาตรฐาน โดยจะทำการศึกษารูปแบบแผงกันแดดและศึกษาเกี่ยวกับวัสดุ โดยเน้นที่วัสดุธรรมชาติที่สามารถหาได้ง่ายในพื้นที่ ได้แก่ ไม้ไผ่ มาทำการจักสานเพื่อทำการออกแบบรูปแบบลายแผงกันแดดไม้ไผ่สานที่สามารถป้องกันแสงจากดวงอาทิตย์ที่ส่งผลกระทบเข้าสู่ภายในตัวอาคาร จากนั้นจึงทำการทดสอบรูปแบบแผงกันแดดที่ได้รับการออกแบบเพื่อเป็นแนวทางออกแบบรูปแบบแผงกันแดดไม้ไผ่สานสำหรับห้องเรียนตามแบบมาตรฐานที่หันอาคารด้านหน้าต่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ผลของการทดสอบพบว่าแบบทดสอบทั้ง 2 รูปแบบที่ทำการเลือกมานั้นมาจากทุกกรณีศึกษา โดยที่กรณีศึกษารูปแบบแผงกันแดดจักสานลายขัด แผงกันแดดเว้นระยะ 8 ซม. จะมีผลทดสอบค่าความส่องสว่างและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานที่เหมาะสมที่สุดตามเกณฑ์ค่ามาตรฐาน และ รูปแบบแผงกันแดดจักสานลายเฉลว แผงกันแดดเว้นระยะห่าง 20 ซม. จะมีค่าความส่องสว่างและค่าเบี่ยงเบนนั้นอยู่ใกล้เคียงกับเกณฑ์ค่ามาตรฐาน ด้วยการนำเสนอเป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับรูปลักษณ์อาคารปัจจุบันร่วมกับการอธิบายการประเมิน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กฤษฎา อรุณวงศ์ ณ อยุธยา. (2563). แนวความคิดและรูปแบบแผงกันแดดในงานสถาปัตยกรรม. สาระศาสตร์. 1,209.
เดลินิวส์. (26 มีนาคม 2558). ห้องเรียน สืบค้นเมื่อ 13 มกราคม 2567, จาก https://www.kroobannok.com/74484, https://www.st.ac.th/blog/.
ตรึงใจ บูรณาสมภพ. (2539). การออกแบบอาคารที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้ง
แอนด์พับลิชชิ่ง.
ประสิทธิ์ นิกรพิพัฒน์. (2554). ฐานข้อมูลและรูปแบบการแสดงประวัติหัตถกรรมเครื่องจักสานของศูนย์การเรียนรู้
ท้องถิ่น อำเภอพนัสนิคม. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารศิลปะและวัฒนธรรม.
ภิญโญ ชุมมณี. (2549). การออกแบบและทดสอบการใช้แสงธรรมชาติผ่านท่อนำแสงในอาคาร. วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.
วิศวกรรมเครื่องกล – มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์).
พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล. (2559). กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง. ราชกิจจานุเบกษา.
ยุทธนา ทองท้วม. (2559). การพัฒนารูปแบบช่องไม้ไผ่สำหรับผู้สูงอายุในที่พักอาศัยที่ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านโดยเทคนิค
การสะท้อนแสง. เจ-ดี : วารสารวิชาการ การออกแบบสภาพแวดล้อม, 3(1). 89-111.
สำนักบริหารการศึกษาท้องถิ่น กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย. (2545). แบบอาคารเรียน 4 ชั้นล่างโล่ง 12
ห้องเรียน. จาก https://www.yotathai.com/plan/school-building-4.
อนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ. (2560). มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง. ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ราชกิจจา
นุเบกษา.
Egan, M. D. and Olgyay, V. W. (1983). Architectural Lighting. N.P.: McGraw-Hill Publishing.
Net zero energy buildings. (ม.ป.ป.). Shading สืบค้นเมื่อ 13 มกราคม 2567, จาก https://nzeb.in/knowledge- centre/passive-design/shading.