การศึกษาแผ่นกระเบื้องซีเมนต์ป้องกันความร้อนหลังคาดาดฟ้าจากโฟมเหลือใช้
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนของกระเบื้องพื้นซีเมนต์ผสมโฟมสำหรับใช้ปูบนพื้นดาดฟ้าคอนกรีตที่มักสะสมและแผ่รังสีความร้อนสู่ห้องด้านล่าง ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณขยะพลาสติกและโฟมมากกว่า 2.7 ล้านตันต่อปี ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งการอุดตันระบบระบายน้ำ อันตรายต่อสิ่งมีชีวิต ตลอดจนการกำจัดที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน การนำโฟมเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ในรูปแบบวัสดุก่อสร้าง จึงเป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการจัดการปัญหาขยะดังกล่าวอย่างยั่งยืน ในงานวิจัยนี้ ได้ทำการผสมโฟมใช้แล้วกับปูนซีเมนต์และทรายเพื่อผลิตกระเบื้องซีเมนต์ที่มีคุณสมบัติน้ำหนักเบา ต้นทุนต่ำ และมีความเป็นฉนวนกันความร้อน ผลการทดลองพบว่ากระเบื้องซีเมนต์ผสมโฟมสามารถลดความร้อนที่ถ่ายเทผ่านพื้นคอนกรีตดาดฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถรักษาอุณหภูมิภายในห้องให้อยู่ที่ค่าเฉลี่ย 32 องศาเซลเซียส ภายใต้สภาพอากาศภายนอกที่มีอุณหภูมิสูงสุด 42.6 องศาเซลเซียส ทั้งนี้อัตราส่วนผสมที่เหมาะสมสำหรับแผ่นกระเบื้อง คือ ปูนซีเมนต์ : ทราย : โฟม เท่ากับ 1 : 1 : 0.05 ซึ่งให้ความแข็งแรงและน้ำหนักเบา นอกจากนั้นผลการวิจัยพบว่าแผ่นกระเบื้องควรมีขารองรับสูง 2.5 เซนติเมตร เพื่อสร้างช่องว่างให้อากาศไหลเวียนใต้แผ่นกระเบื้อง ทำให้ไม่เกิดการไหลผ่านของความร้อนจากแผ่นกระเบื้องไปที่พื้นดาดฟ้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลดความร้อนเข้าสู่อาคาร
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงอุตสาหกรรม. (2532). มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระเบื้องคอนกรีตปูพื้น. มอก. 378-2531.ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 106 ตอนที่ 18, 1-14.
กรุงเทพธุรกิจ. (2566). โลกร้อนทุบสถิติ ดันตลาดเครื่องปรับอากาศปี 66 โตแรง. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566
จาก https://th.tradingview.com/news/bangkokbiznews:c42d1967cfa6a:0/
กิตติชาติ เผ่าพงษ์ไพบูลย์, กรกนก บุญเสริม, และปริญญา จินดาประเสริฐ. (2562). อิทธิพลของอัตราส่วนตัวทำละลายอินทรีย์
ที่มีผลต่อสมบัติทางกลและค่าการนำความร้อนของแผ่นปูพื้นทางเดินจากเศษโฟมเหลือทิ้ง. วิศวกรรมสารฉบับวิจัย
และพัฒนา, 30 (4), 121-132.
ชัยชาญ โชติถนอม และเจริญพร เลิศสถิตธนกร. ( 2548 ). การลดภาระความเย็นของอาคารพาณิชย์ที่ใช้ตัวเก็บรังสีอาทิตย์แบบคอนกรีตเป็นพื้นดาดฟ้าหรือหลังคา. วิศวกรรมสาร มข., 32 (4), 563-576.
ตระการ ก้าวกสิกรรม. (2537). คู่มือฉนวนความร้อน. กรุงเทพฯ: เอ็มแอนด์อี.
ทีมข่าว TCIJ. (2561). คนไทยติดเครื่องปรับอากาศพุ่งใช้ไฟเพิ่มขึ้นเท่ากับโรงไฟฟ้า 2 แห่ง. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566 จาก https://www.tcijthai.com/news/2018/
พันธ์ศักดิ์ ภักดี และ ฐิตินันท์ รัตนพรหม. (2561). การทดสอบการถ่ายเทความร้อนของแผ่นวัสดุที่ทำจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรโดยมีปูนซีเมนต์เป็นตัวประสาน. วารสารวิจัยและสาระสถาปัตยกรรม/การผังเมือง, 15 (1), 135-145.
วรรณี วงส์พานิช. (2546). หนังสือเรียนสาระการเรียนร้พื้นฐาน การงานอาชีพและเทคโนโลยี งานประดิษฐ์. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์.
สุรศักดิ์ นุ่นมีศรี. (2551). การใช้ประโยชน์จากขยะมูลฝอยโดยการแปรสภาพเป็นวัตถุดิบในงานเซรามิก. เชียงใหม่:มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่.
อรรจน์ เศรษฐบุตร. (2550). การพัฒนาเกณฑ์ขั้นต่ำของคุณสมบัติการป้องกันความร้อนของเปลือกอาคารในอาคารทาวน์เฮ้าส์. JARS, 5 (1), 29-51.
เอกสิทธิ์ เทียนมาศ. (2562). การศึกษาสมบัติของแผ่นคอนกรีตปูพื้นทางเท้าผสมผงหินอ่อน. สักทอง : วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สทวท.), 6 (1), 73-82.
เอสซีจี. (2561). กระเบื้องปูพื้น เอสซีจี. สืบค้นเมื่อ 6 เมษายน พ.ศ.2566 จาก https://www.scgbuildingmaterials.com/th/Download/Catalog/กระเบื้องปูพื้น-เอสซีจี /scg-paving-tile-catalog.aspx.
Chen, X., Wang, L., Liu, Z., Qin, Y., & Bao, T. (2019). Lowering Emissivity of Concrete Roof Tile’s Underside Cuts Down Heat Entry to the Building. Advances in Materials Science and Engineering, (1), 1-8.
Jayanetra, K. (1998). Natural Ventilation in the Thai Shop-house: A Study of the Effect of Building Physical Parameters on the Ventilation of Shop-houses in Bangkok. (Master of Science Built Environment. Environmental Design and Engineering). London: University of London.
Lucero-Álvarez, J., Martin-Dominguez, I. R., Rubín-Zacarías, F., Ledezma-Gallegos, A., & Alarcón-Herrera, M. T. (2011). Experimental comparison of heat flow through concrete roofing flagstones with different coatings, 30th ISES Biennial Solar World Congress 2011, SWC (592-603). Kassel, Alemania.